เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง•ตอนที่ 4

กฎเหล็กของคนซึน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงโวยวายปนเสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นลั่นพื้นที่ไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง คือสิ่งแรกที่ดึงสติของคณินให้หลุดออกจากภวังค์ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเข้ารูปก้าวฉับๆ เข้าไปกลางวงล้อมของคนงานทันทีที่ได้ยินประโยคบอกเล่าจากหัวหน้าคนงานหน้าตาตื่น "พายัพคะ! แย่แล้วค่ะ... ที่ไซต์งานเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" คำพูดนั้นยังก้องอยู่ในหู แต่ตอนนี้ปัญหาตรงหน้าคือคานเหล็กรับน้ำหนักส่วนต่อขยายที่ติดตั้งผิดพลาดจนเกือบจะหล่นลงมาทับคนงานด้านล่าง คณินขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยเฉี่ยวตึงเครียดขึ้นทันทียามเมื่อสมองประมวลผลความเสียหายอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก ตรงกันข้าม สถาปนิกหนุ่มไฟแรงอย่างเขากลับก้าวเข้าไปสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงพลังและเด็ดขาดทันที "ทุกคนถอยออกมาก่อน! ห้ามใครเข้าใกล้รัศมีสิบเมตรนั้นเด็ดขาด!" คณินตะโกนสั่งเสียงดังลั่น แววตาคมกริบกวาดมองโครงสร้างเหล็กที่เอียงกระเท่เร่ด้วยความหัวเสีย "ใครเป็นคนตรวจรับล็อตนี้ ทำไมสเปกเหล็กถึงไม่ตรงกับแบบที่ส่งอนุมัติ!" ความวุ่นวายกินเวลาไปเกือบชั่วโมงเต็ม กว่าที่ทีมวิศวกรและคนงานจะช่วยกันค้ำยันโครงสร้างชั่วคราวเอาไว้ได้โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ คณินปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าสวยอย่างลวกๆ ลมหายใจหอบถี่ด้วยความเหนื่อยอ่อนและอารมณ์กรุ่นโกรธที่ยังค้างคาในอก มือเรียวหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่มอึกใหญ่เพื่อดับกระหาย ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะหันไปสั่งเก็บรายละเอียดเอกสารหน้างาน สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปรคุ้นตาที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หลังเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ พายัพ... สถาปนิกอาวุโสผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและมาดนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็งกำลังยืนมองมาทางเขาพอดี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นฉายแววเรียบนิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ออก แต่ถ้าคนที่ทำงานร่วมกันมานานพอก็จะรู้ทันทีว่า... นั่นคือสายตาที่กำลังประเมินและซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียนที่สุด พายัพรีบเบือนหน้าหนีทันทีที่รู้ว่าคณินหันมาสบตา ทำทีเป็นก้มลงมองแปลนงานในมือแล้วสะบัดหน้าพรืดเดินหนีไปอีกทางราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเพียงธาตุอากาศ *ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้จะซึมไปถึงไหนกัน!* คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าสวยเชิดขึ้นด้วยความหมั่นไส้ระคนขัดใจ เมื่อครู่เขายังเห็นยืนมองตาไม่กะพริบตอนที่เขาสั่งงานคนงานอยู่หยกๆ พอหันไปสบตาเข้าหน่อย ทำเป็นตีหน้ายักษ์ทำตัวห่างเหินใส่ ประหนึ่งรังเกียจเขานักหนาอย่างนั้นแหละ "หลบหน้าเก่งเป็นที่หนึ่ง แต่สายตานี่สอดส่องทุกลมหายใจเลยนะตาแก่ปากแข็ง" คณินพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลอยทำให้ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหยิกแกมหยอกในใจอย่างประหลาด ตลอดช่วงบ่ายของการเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบความปลอดภัยรอบสอง คณินจึงจงใจเดินตรวจงานวนเวียนอยู่ใกล้โซนที่พายัพรับผิดชอบเป็นพิเศษ เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปกวนประสาทหรอกนะ... แค่อยากจะพิสูจน์เฉยๆ ว่าสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่คนนี้จะทน "หลบหน้า" เขาได้สักกี่น้ำ "คุณพายัพครับ ตรงจุดนี้เหล็กเสริมมุมขวา..." วิศวกรหน้างานคนหนึ่งกำลังจะเดินเข้าไปปรึกษาพายัพ แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยค ร่างสูงก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาเสียก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบติดจะห้วนเล็กน้อยตามสไตล์ "ไปคุยกับสถาปนิกคณินโน่น งานโซนนั้นเขาเป็นคนรับผิดชอบดูแลโดยตรง ผมไม่ว่าง" พูดจบท่อนแขนแข็งแรงก็สะบัดตัวเตรียมเดินหนีอีกรอบ แต่มีหรือที่คนอย่างคณินจะยอมให้หนีพ้นง่ายๆ! "อ้าวเหรอคะ? นึกว่าคุณพายัพว่างเสียอีก ถึงได้ยืนเก๊กหล่อคุมเชิงอยู่แถวนี้ตั้งนานสองนาน" เสียงหวานใสกังวานเอ่ยแซ่บแทรกขึ้นมาก่อนที่พายัพจะทันได้ก้าวเท้าหนี คณินเดินเข้ามาประชิดด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานยามได้เห็นใบหน้าคมคายของคนพี่กระตุกเล็กน้อย พายัพชะงักฝีเท้า หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงหน้า ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยอย่างพยายามควบคุมสติ "ผมไม่ได้เก๊ก และไม่ได้ว่างพอจะมาเดินมองหน้าใครเล่น คุณคณิน กรุณาเอาเวลาไปตรวจเช็กแปลนหน้างานให้รอบคอบกว่านี้ดีกว่าไหมครับ ปล่อยให้เกิดความผิดพลาดแบบเมื่อเช้าได้ยังไง ถ้าพังลงมาจริงๆ คนที่ซวยจะไม่ใช่แค่คนงานนะ... แต่จะเป็นชื่อเสียงของคุณเอง" คำพูดเจือความดุและน้ำเสียงเยียบเย็นทำเอาคณินหรี่ตาลงทันที ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างนึกฉุน ถึงเนื้อถึงตัวจะบอกว่าตักเตือนด้วยความหวังดี แต่ไอ้ท่าทางทำเป็นดุและคำพูดเชือดเฉือนนี่มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวจริงๆ! "นี่! จะเตือนดีๆ หรือจะหาเรื่องกันแน่คะคุณพายัพ? เมื่อกี้ก็ทำเป็นเดินเลี่ยง พอตอนนี้มีโอกาสได้พูดก็พ่นคำพูดขมๆ ใส่ซะสำนวนคมคายเชียวนะคะ ห่วงฉันเหรอ ถึงได้คอยตามจับผิดอยู่เรื่อย?" คณินไม่ยอมแพ้ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะชิด แววตาท้าทายพุ่งตรงไปยังดวงตาสีเข้มที่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิทตามเดิม พายัพผถดถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความใกล้ชิดที่จู่ๆ ก็พุ่งทะยานจนเกินขีดจำกัดทำให้หัวใจที่มักจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่กระตุกวูบ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของคนเด็กกว่าลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้เขาต้องรีบดึงใบหน้าบึ้งตึงขึ้นมากลบเกลื่อนความรวนเรในอก "เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ใครเขาตามจับผิดคุณ เดินตรวจงานตามหน้าที่ต่างหาก เลิกหลงตัวเองได้แล้วสถาปนิกคณิน" พายัพสวนกลับเสียงแข็ง พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดแม้ว่าใบหูแอบขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ปากแข็งชะมัด..." คณินลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ ดวงตาคู่สวยหรี่มองสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ "ปากบอกไม่ได้สนใจ แต่เมื่อเช้ายืนมองฉันตาไม่กะพริบเลยนะคะ กลัวฉันโดนคานเหล็กทับตายหรือไง ถึงได้มายืนทำหน้ายักษ์เฝ้าอยู่แถวนี้" "ผมแค่ไม่อยากให้โปรเจกต์นี้พังเพราะความสะใจของใครบางคนก็เท่านั้น" พายัพตอบเสียงห้วน สะบัดหน้าหนีอีกครั้งอย่างทนมองสายตาแพรวพราวของอีกฝ่ายไม่ไหว "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปเคลียร์แบบต่อ..." พายัพหมุนตัวเตรียมจะเดินหนีจริงๆ เสียที แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังประตูทางเข้าไซต์งาน "พายัพ! คณิน! อยู่กันใช่ไหมนี่?" ทั้งสองคนชะงักค้าง หันไปมองต้นเสียงพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทผู้บริหารระดับสูงก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ ใบหน้าเคร่งเครียดดูร้อนรนจนผิดปกติ คณินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ส่วนพายัพชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของผู้มาใหม่ "ท่านประธาน... มีเรื่องอะไรเหรอครับ ถึงได้มาที่ไซต์งานด้วยตัวเองแบบนี้?" พายัพเอ่ยถามด้วยความสงสัย ผู้บริหารหนุ่มใหญ่หยุดยืนตรงหน้าทั้งคู่ กวาดสายตามองหน้าสถาปนิกมือหนึ่งทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนจะยื่นซองเอกสารในมือให้พายัพด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะพวกเธอหรอกนะ... แต่ว่า... เรื่องใหญ่กว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้นแล้วล่ะ" ประธานหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ทางบอร์ดบริหารเพิ่งอนุมัติคำสั่งด่วนเมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา... โปรเจกต์นี้ จะต้องถูกยุบรวมกับคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ และพวกเธอสองคน... ต้องย้ายไปทำงานร่วมกับ 'เขา' ที่สำนักงานใหญ่ในสัปดาห์หน้า" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ คณินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่พายัพนิ่งงิ่งไปทันที แววตาคมกริบฉายประกายความกรุ่นโกรธขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความซึนและเคมีฟินๆ ในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%