เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง•ตอนที่ 5

นอกเวลางานคือสนามรบ

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
“ถ้าคุณยังเดินวนเป็นหนูติดจั่นแบบนี้อีกสามรอบ ฉันจะถือว่าคุณพยายามจะขุดหลุมฝังกลบตัวเองหนีงาน แล้วโบกปูนทับจริงๆ นะคะ คุณพายัพ” เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความมืดสลัวของไซต์งานชั้นสิบห้า เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดใส่โครงสร้างอลูมิเนียมคอมโพสิตด้านนอกดังกึกก้องจนแทบกลบเสียงพูด แต่คนฟังกลับได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ คณินยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย ดวงตากลมโตตวัดมองร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกอาวุโสที่กำลังเดินกลับไปกลับมาเหมือนคนสติหลุด พื้นที่โล่งกว้างของอาคารพาณิชย์ที่กำลังรีโนเวทกลายเป็นห้องกักขังชั้นดีหลังลิฟต์โดยสารเกิดระบบขัดข้องกะทันหันจากพายุฤดูร้อน นอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ เม็ดฝนสาดเทลงมาไม่ขาดสายจนทัศนวิสัยข้างนอกกลายเป็นสีเทาทึบ และที่แย่กว่านั้นคือ สัญญาณโทรศัพท์มือถือของทั้งคู่เพิ่งจะตัดขาดหายไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว พายัพหยุดเดิน เขาหันขวับมามองตัวปัญหาของชีวิตด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปมตามเคย ตามสไตล์ผู้ชายปากร้ายที่ต่อให้โลกจะแตกก็ยังต้องรักษาฟอร์มมาดขรึมไว้ให้ได้ “ถ้าไม่อยากให้ผมเดิน คุณก็ช่วยหุบปากแล้วยืนเงียบๆ สักห้านาทีได้ไหมครับ คณิน” พายัพสวนกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิด “หรือว่ากลัว? กลัวจนต้องหาเรื่องชวนผมทะเลาะแก้เหงาหรือไง” “กลัว? พูดออกมาได้นะคะ” คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงที่สูงกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงตัว ดวงตาเรียวรีเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว “สถาปนิกคณินผู้นี้ ผ่านการตรวจแบบหน้างานมานับไม่ถ้วน เจอปัญหาหน้างานมาทุกรูปแบบ จะมากลัวแค่ติดฝนในตึกที่ตัวเองเป็นคนคุมโปรเจกต์เนี่ยนะตลกแล้วค่ะ” “ถ้าไม่กลัว แล้วทำไมต้องเดินตามติดผมแจตั้งแต่ไฟดับ?” “ใครตามคุณไม่ทราบ! พื้นที่ตรงนี้มันมืดแล้วฉันก็แค่อยู่ใกล้สเปซที่มีแสงไฟสำรองต่างหากเล่า อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณพี่” คณินเถียงกลับทันควัน ปากบางๆ ขยับยุกยิกด้วยความหมั่นไส้ คนอะไร หน้าตาก็ดี ดีกรีระดับท็อปของบริษัท แต่เวลาอ้าปากทีไรอยากจะเอาแฟ้มแบบแปลนฟาดหน้าสักทีสองที พายัพไม่เถียงต่อ เขากวาดสายตามองคนตัวเล็กที่ยืนเถียงคอเอียงกระเท่เร่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหววับชั่วขณะ ใบหน้าเนียนใสที่มักจะเชิดใส่เขาเสมอเวลานี้ดูรั้นจนน่าหมั่นเขี้ยว ยิ่งท่าทางพยายามทำเป็นเก่งทั้งที่ริมฝีปากบางนั่นเริ่มเม้มเข้าหากันด้วยความหนาวจากละอองฝนที่พัดเข้ามาตามช่องลม ยิ่งทำให้หัวใจที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่กระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงคำรามก้อง คณินถอนหายใจยาวเหยียด เลิกต่อปากต่อคำแล้วทรุดตัวลงนั่งบนลังกระดาษแข็งที่ใช้เก็บอุปกรณ์ก่อสร้าง ยกมือขึ้นกอดอกเพื่อคลายความหนาวเย็นที่เริ่มคืบคลานเข้ามาเกาะกุมผิวเนื้อ “แล้วนี่… เราจะติดอยู่ตรงนี้กันนานแค่ไหนคะเนี่ย” น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเจือความอ่อนล้าลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว พายัพมองท่าทางนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้ใต้ท่าทีเย็นชามาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขากลืนก้อนความรู้สึกแปลกประหลาดลงคอ เดินเข้าไปใกล้ร่างที่นั่งอยู่แล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวเนื้อหนาของตัวเองออกอย่างไร้คำ พรึบ! เสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มถูกโยคลุมลงบนไหล่บางของคณินอย่างไม่เบามือนัก แต่สัมผัสอบอุ่นที่หลงเหลือจากไอความร้อนของเจ้าของเดิมกลับโอบล้อมร่างของสถาปนิกตัวเล็กไว้ทันที “ทำอะไรของคุณคะ?” คณินเงยหน้าขึ้นมอง ตาโตขึ้นด้วยความตกใจ ขยับจะดึงเสื้อออกแต่ถูกมือใหญ่กดหัวไหล่ไว้เสียก่อน “อยู่เฉยๆ เถอะน่า” พายัพถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างเมื่อครู่กลับเจือความทุ้มนุ่มอย่างน่าประหลาด “ไม่ได้ให้เพราะสงสารหรอกนะ แต่ถ้าคุณเป็นปอดบวมตายคาไซต์งานตอนนี้ ผมนี่แหละที่จะซวยต้องรับผิดชอบโปรเจกต์นี้คนเดียว” “ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ” คณินบ่นงึมงำ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีนั้น มือเรียวกำชายเสื้อแจ็คเก็ตตัวโคร่งเข้าหากันแน่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างน่ารำคาญ พายัพทรุดตัวลงนั่งยองๆ ลงตรงหน้า ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนายื่นออกไปปัดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามกลุ่มผมชื้นเหงื่อและละอองฝนของอีกฝ่ายออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วปัดผ่านพวงแก้มเนียนทำเอาคณินถึงกับกลั้นหายใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ “คณิน…” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา แววตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้หลังมาดขรึมเวลานี้กลับสั่นไหวอย่างเปิดเผย “อะ… อะไรคะ?” คนปากเก่งเริ่มพูดติดอ่าง หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน “ปากดีแบบนี้ตลอด… ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง” พายัพถามเสียงพร่า ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่คืบ “เวลาที่คุณเงียบแล้วน่ารักกว่าตอนเถียงผมเยอะ รู้ตัวไหม” “คุณพายัพ!” คณินหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหนาวหรือเพราะคำพูดกำกวมนั่นกันแน่ เขาอ้าปากจะสวนกลับตามนิสัย แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ดวงตาคมของคนตรงหน้าก็จ้องลึกลงมาในตาของเขา สกัดกั้นทุกคำพูดให้กลืนหายลงคอไปจนหมดสิ้น บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง มีเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม พายัพขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาประคองกรอบหน้าเรียวไว้อย่างทะนุถนอมโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัว “ถ้าผมจะทำอะไรสักอย่าง… คุณจะโกรธไหม” เสียงกระซิบพร่าทุ้มดังขึ้นชิดริมฝีปาก คณินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน หัวใจเต้นรัวรากับกลองชุด ทว่าก่อนที่ริมฝีปากของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่จะทาบทับลงมา… ติ๊ด! เสียงสัญญาณไฟสำรองของอาคารดังขึ้นพร้อนกับแสงไฟนีออนบนเพดานสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั้งชั้น ขัดจังหวะทุกอย่างลงอย่างพอดิบพอดี พรึบ! พร้อมกันนั้น… เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงตะโกนเรียกชื่อดังมาจากบันไดหนีไฟด้านนอก ตามด้วยร่างของหัวหน้าทีมวิศวกรที่ผลักประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “คุณพายัพ! คุณคณิน! ติดอยู่ข้างในนี้กันใช่ไหมครับ ฟ้าเปิดแล้ว ลิฟต์ใช้งานได้แล้วครับ!” คณินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบผลักอกแกร่งของพายัพออกทันที ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างบางลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยความลนลาน พยายามซ่อนพิรุธสุดชีวิต พายัพถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความเสียดาย ปรับสีหน้ากลับมาเป็นมาดนิ่งขรึมทันทีอย่างรวดเร็วราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายืนขึ้นปัดกราบเสื้อผ้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะปรายตามองคนตัวเล็กที่ยืนหลบสายตาอยู่ข้างเสา “ครับ… รู้แล้ว กำลังจะลงไป” พายัพตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังคงจับจ้องร่างบางที่ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ “ส่วนเสื้อตัวนั้น… เก็บไว้ใส่ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวค่อยเอามาคืนผมที่ห้องทำงานพรุ่งนี้เช้า… พร้อมกับคำตอบเรื่องแบบแปลนที่คุณค้างไว้” พูดจบ พายัพก็เดินนำลิ่วออกไปทางประตูหนีไฟทันที ทิ้งให้คณินยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ พร้อมกับใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้… ...ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้นี่มันร้ายกาจชะมัด! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและจิกหมอนไปด้วยกันในตอนนี้ เจอกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%