ไฟล์งานพรีเซนต์โปรเจกต์มิกซ์ใช้สดยักษ์ใหญ่ถูกเหวี่ยงลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง *ปึก* จนแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสั่นระริก คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ มือเรียวกดเมาส์เลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตเช็กไฟล์ PDF ที่เพิ่งส่งตรงมาจากแผนกโครงสร้างอย่างรวดเร็ว—ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้นี่มันร้ายกาจชะมัด!
"พี่พายัพ! หมายความว่ายังไงคะเนี่ย?"
เสียงใสเอ่ยถามออกไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ก้าวฉับๆ ไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของสถาปนิกอาวุโสประจำโปรเจกต์ เจ้าของชื่อยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา ราวกับว่าเสียงโวยวายเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
พายัพปรายตาขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากหนากระตุกยิ้มหยันแบบที่คณินเห็นแล้วอยากจะคว้ากระดาษรีพอร์ตมาม้วนแล้วฟาดหน้าผากสักที สองมือหนายังคงพิมพ์คีย์บอร์ดต่ออย่างใจเย็น
"ถ้าอ่านหนังสือออก ก็คงจะเห็นว่าผมตรวจทานแบบแปลนโครงสร้างใหม่ให้แล้วครับ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าสถาปนิกบางคนแถวนี้ชอบมั่นใจในตัวเองจนเกินงาม เลยมองไม่เห็นจุดโหว่ที่ตัวเองทำพลาดไว้"
คำพูดนิ่งสนิทแต่เชือดเฉือนทุกอณูทำเอาคณินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง
เขาก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตอีกครั้ง เส้นสายโครงสร้างที่เขาใช้เวลาปั่นโต้รุ่งติดต่อกันสามคืน ถูกปากกาไฮไลต์ดิจิทัลสีแดงวงกลมจุดที่รับน้ำหนักไม่สมดุลไว้ถึงสามจุด แต่มันไม่ใช่แค่การแก้ใขธรรมดา... เพราะถ้ามองให้ลึกซึ้งถึงลายเส้นสถาปัตย์ที่ถูกปรับแต่งลงไปในไฟล์ CAD ต้นฉบับ พายัพไม่ได้แค่ 'แก้จุดโหว่' ให้เขา แต่หมอ่นี่แอบ 'รื้อแล้วรีดีไซน์ใหม่' ให้มันเนียนกริบอย่างไร้ที่ติ แถมยังคงคอนเซปต์ดีไซน์สไตล์โมเดิร์นทรอปิกอลที่เขาต้องการไว้ครบถ้วน โดยที่เส้นสายความโค้งมนของตัวอาคารกลับดูสง่างามและทรงพลังขึ้นอีกเป็นกอง!
ให้ตายเถอะ... นี่มันเหนือชั้นเกินไปแล้ว
"แก้ก็บอกว่าแก้สคะ ทำไมต้องทำเป็นเนียนส่งไฟล์แก้ไขมาทับไฟล์เดิม แล้วเขียนกำกับไว้แค่ตัวย่อสั้นๆ แบบนั้นด้วยล่ะคะ?" คณินเท้ามือลงกับโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาทั้งสองคู่จ้องประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร "กลัวเสียฟอร์มหรือไงคะที่ต้องมานั่งแก้ก้นให้รุ่นน้องอย่างฉัน?"
พายัพชะงักไปนิดเมื่อใบหน้าสวยเฉี่ยวลอยเด่นอยู่ใกล้แค่เอื้อม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของซิตรัสที่อีกฝ่ายใช้ลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของเขาให้ปั่นป่วนอย่างประหลาด แต่ใบหน้าหล่อเหลากลับยังคงสวมหน้ากากความเยือกเย็นไว้ได้เป็นอย่างดี
ชายหนุ่มดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปลดปล่อยออร่าความกวนประสาทออกมาเต็มพิกัด
"หลงตัวเองใหญ่แล้ว คณิน" พายัพแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ "ผมไม่ได้ว่างงานพอจะมานั่งเช็ดก้นให้ใครหรอกนะ แค่เห็นแบบแปลนบ้งๆ ของคุณแล้วทนดูความพินาศที่จะเกิดขึ้นตอนส่งพรีเซนต์ให้ลูกค้าไม่ได้ต่างหาก... ขืนปล่อยไว้แบบนั้น โปรเจกต์แรกที่คุณรับผิดชอบคงพังไม่เป็นท่า แล้วคนที่จะโดนเฉ่งยับก็คือทีมเราทั้งหมด ไม่ใช่แค่คุณคนเดียว"
"ปากร้ายชะมัด!" คณินกัดฟันกรอด แกล้งเบ้หน้าใส่ความปากแข็งของคนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ "ปากบอกว่าทนดูไม่ได้ แต่แอบแก้ให้จนงานสมบูรณ์แบบไร้ที่ติขนาดนี้... บอกมาเถอะค่ะว่าแอบแอบชอบฝีมือ หรือว่าแอบชอบฉันกันแน่ ถึงได้ขยันลงทุนนั่งหลังขดหลังแข็งแก้แบบให้ถึงตีสองตีสามแบบนี้"
บรรยากาศรอบตัวสะดุดกึกไปชั่วขณะ
คำพูดหยอกเย้าที่ตั้งใจยิงออกไปเพื่อกวนประสาทกลับทำให้แววตาคมกริบของพายัพไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสนิทคู่เดิมจ้องมองคนพูดนิ่งนานขึ้น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดนั้นในใจ
มือหนาที่วางอยู่บนที่วางแขนขยับเกร็งเล็กน้อยแต่คณินสังเกตเห็นมัน ความเงียบงันโรยตัวลงมาครู่หนึ่ง ก่อนที่พายัพจะแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความพิรุธที่แสดงออกมาเมื่อครู่
"มั่นหน้าขั้นสุดยอดจริงๆ สินะ..." พายัพเหยียดยิ้มบางๆ สายตาดุคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "ถ้าคิดว่าผมว่างขนาดนั้น ทำไมไม่ลองเปิดดูชั้นเลเยอร์ซ่อนในไฟล์ที่ผมส่งให้ดูล่ะครับ... เผื่อว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะได้เห็นอะไรที่มากกว่าแค่เส้นโครงสร้าง"
คณินขมวดคิ้วฉับด้วยความฉงน ชั้นเลเยอร์ซ่อนงั้นเหรอ? ปกติเวลาทำงานร่วมกัน พายัพเป็นคนประเภทเนี๊ยบและตรงไปตรงมา ไม่เคยมีลูกเล่นอะไรซับซ้อนแบบนี้มาก่อน
นิ้วเรียวรีบกดกลับมาที่แท็บเล็ตในมือ เลื่อนเปิดหน้าต่างโปรแกรมออกแบบแล้วกดเข้าไปดูระบบ Layer ที่ถูกซ่อนไว้ใต้โปรEjectหลัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยเมื่อพบว่าในเลเยอร์ที่สาม ซึ่งถูกตั้งชื่อล็อกรหัสไว้ด้วยวันที่วันนี้... มีข้อความตัวอักษรเล็กๆ ถูกพิมพ์ทิ้งไว้ด้วยฟอนต์ลายมือ
*‘ดื้อด้าน หัวรั้น นอนดึกจนใต้ตาดำเป็นแพนด้า... ถ้าไม่อยากให้แบบพังคามือ ก็หัดกินกาแฟให้น้อยลงแล้วนอนให้ตรงเวลาซะบ้าง คณิน’*
หัวใจดวงน้อยในอกกระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ทั้งเขินอาย ทั้งหมั่นไส้ และ... รู้สึกอุ่นซ่านอย่างบอกไม่ถูก
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้ซึนเดระได้โล่จริงๆ ปากบอกว่าดุว่าด่า แต่การกระทำกลับใส่ใจทุกรายละเอียดแม้กระทั่งเรื่องสุขภาพของเขา!
คณินรีบเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต หมายจะเอ่ยปากแซะกลับให้สมกับความเขินที่พุ่งพล่านอยู่ในอก แต่ทว่า—
พรึบ!
จังหวะที่เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ใกล้ชิดกันอยู่แล้วกลับยิ่งสั้นลงไปอีก เมื่อพายัพโน้มตัวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะทำงานของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปลายจมูกโด่งคมเฉียบเกือบจะเฉียดเข้ากับแก้มเนียนใสของคนตัวเล็ก หากคณินขยับเข้าไปอีกเพียงแค่นิดเดียวริมฝีปากคงจะแตะโดนกันพอดี
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำเอาคณินตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่พราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบังไว้มิด
พายัพไม่ได้ถอยหนี เขากลับลดระยะห่างลงอีก ปลายนี้มก้มลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่สั่นสะท้อนหัวใจคนฟังจนแทบหยุดเต้น
"ทีนี้... จะเลิกเถียงแล้วยอมรับความหวังดีของผมรึยังล่ะครับ... ตัวแสบ"
คณินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามรากระหน่ำรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือเรียวที่ถือแท็บเล็ตอยู่เผลอกำแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด ปากบางอ้าพะงาบๆ จะตอบโต้กลับไปเหมือนทุกที แต่คำพูดจิกกัดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำกอเมื่อปลายนิ้วอุ่นของพายัพเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนที่ขัดกับมาดขรึมเย็นชาโดยสิ้นเชิงทำเอาสถาปนิกคนเก่งถึงกับใบ้กิน
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่อบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าสีชมพูอย่างกะทันหัน
"ขอโทษค่ะคุณพายัพ พอดีฝ่ายจัดซื้อเอาเอกสารเบิกงบประมาณของโปรเจกต์ใหม่มาให้เซ็น—อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าคะเนี่ย?"
เสียงใสของพนักงานสาวรุ่นพี่ในทีมดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ถูกผลักเปิดกว้างเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว คณินสะดุ้งสุดตัวราวกับโดนไฟช็อต รีบผลักอกแกร่งของพายัพให้ออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจ ใบหน้าเนียนแดงก่ำลามเลียไปจนถึงใบหู ร่างโปร่งกระแอมออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ แล้วรีบคว้าแท็บเล็ตเดินดุ่มๆ หันหลังหนีออกไปจากโต๊ะทันทีโดยไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปสบตาคนด้านหลัง
พายัพถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย ปรับสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็นสถาปนิกหนุ่มมาดขรึมคนเดิมในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกราบมองแผ่นหลังบางที่เดินจัมอ้าวหนีออกจากห้องไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา
ทว่า... ก่อนที่คณินจะก้าวพ้นขอบประตูห้องทำงาน เสียงทุ้มต่ำกังวานของพายัพก็เอ่ยไล่หลังตามมาด้วยประโยคที่ทำให้ขาเรียวต้องชะงักกึกโดยอัตโนมัติ
"เย็นนี้... อย่าเพิ่งกลับ เลิกงานแล้วรออยู่เคลียร์งานต่อด้วยกัน... ผมยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่คุณแอบนินทาผมให้เด็กฝึกงานฟังเมื่อวานหรอกนะ"
คณินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก—ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้นี่มัน... เจ้าเล่ห์เป็นบ้าเลย!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของพี่พายัพด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง•ตอนที่ 6
ความลับในแบบร่าง
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!