เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง•ตอนที่ 3

คนปากดีไม่มีที่ยืน

ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
เสียงรัวนิ้วบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดดังระรัวราวกับเสียงฝนตกกระทบสังกะสี ทว่าบรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้ากลับเงียบกริบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจที่ติดขัด หน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ฉายภาพแถบสีแดงฉาน แจ้งเตือนสถานะการสูญหายของไฟล์ข้อมูลโปรเจกต์ ‘The Sanctuary’ ที่กำลังนับถอยหลังอย่างเลือดเย็น วินาทีนี้ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัว “ไฟล์แบ็กอัพสำรองตัวสุดท้ายถูกล็อกเข้ารหัสโดยไม่ทราบสาเหตุค่ะ... ทีมไอทีแจ้งว่า เรากำลังโดนเจาะระบบจากภายนอก IP Address วนซ้ำไปมาจนแกะรอยไม่ได้เลยค่ะคุณพายัพ” เสียงสั่นเครือของเลขาหน้าห้องดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่ามันกลับเพิ่มแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก พายัพนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหัวโต๊ะประชุม ร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีความเยือกเย็นออกมาจนน่ากลัว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงดวงตาสีนิลคู่คมกริบที่กวาดมองหน้าจอด้วยความนิ่งสนิท ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนฟ้องชัดว่า เจ้าตัวกำลังอดกลั้นความหงุดหงิดระดับ max ขนาดไหน “ไร้สาระ” พายัพพ่นคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก “ระบบความปลอดภัยของบริษัทเราป้องกันระดับทหาร แต่พวกคุณกลับปล่อยให้ไฟล์แบบแปลนหลักหายไปต่อหน้าต่อตาในเวลาไม่ถึงสิบนาทีเนี่ยนะ ใครเป็นคนอนุมัติให้เปิดช่องทางเชื่อมต่อคลาวด์ภายนอกเข้ามาเมื่อวานนี้” สายตานับสิบชีวิตในห้องประชุมต่างเบนหลบวูบ ไม่มีใครกล้าสบตาชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถาปนิกมือหนึ่งและกรรมการบริหารจอมเผด็จการคนนี้เลยสักคน ยกเว้น... คณิน สถาปนิกหนุ่มไฟแรงนั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ริมสุดของโต๊ะประชุม มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างเย้ยหยัน ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักจะซ่อนความดื้อรั้นไว้เสมอฉายแววท้าทายชัดเจน คณินไม่ได้รู้สึกกลัวเกรงออร่าความน่ากลัวของพายัพเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขารู้สึกว่าอาการ ‘หัวร้อนแต่ปากแข็ง’ ของอีกฝ่ายในตอนนี้มันช่างน่าหมั่นไส้เสียจนอดไม่ได้ที่จะต้องสวนกลับ “ถ้ามัวแต่มานั่งหาแพะรับบาปตอนนี้ ไฟล์โปรเจกต์มูลค่าพันล้านคงได้กลายเป็นอากาศธาตุจริงๆ ก่อนที่คุณพายัพจะหาวิธีเท่ๆ มาพูดด่าพวกเราหรอกค่ะ” เสียงใสๆ ที่ดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทำเอาทุกคนในห้องสะดุ้งเฮือก หันขวับมามองผู้กล้าที่กล้าต่อปากต่อคำกับพายัพกลางที่ประชุมใหญ่แบบนี้เป็นตาเดียว พายัพชะงัก ดวงคมกริบหันขวับมามองหน้าคนพูดทันที แววตาคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟอันตราย “คุณว่ายังไงนะ... คณิน” “ผมบอกว่า ที่คุณกำลังยืนกรานสั่งให้ทีมไอทีปิดระบบเซิร์ฟเวอร์หลักหนีปัญหาเนี่ย มันเป็นวิธีของคนคิดอะไรไม่ออกต่างหากล่ะครับ” คณินจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘ครับ’ เพื่อกวนประสาทคนตรงหน้าอย่างเต็มที่ ร่างเพรียวบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าช้าๆ ไปหยุดอยู่ที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตในมือขึ้นมาเชื่อมต่อแทนที่หน้าจอเดิมอย่างรวดเร็วโดยไม่รอคำอนุญาต “คุณกำลังทำบ้าอะไร คณิน?” พายัพกัดฟันกรอด ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างโปร่งด้วยความเร็วที่เหนือกว่า “ใครอนุญาตให้คุณแตะต้องระบบหลักของบริษัท คิดจะทำอะไรโง่ๆ ให้มันพังหนักกว่าเดิมหรือไง?” “ถอยไปห่างๆ หน่อยสครับ คุณพายัพ ตัวโตซะเปล่าแต่ชอบยืนขวางทางทำมาหากินของคนอื่นอยู่เรื่อย” คณินเอี้ยวตัวหลบไหล่กว้างที่เข้ามาประชิดได้อย่างเฉียดฉิว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสดชื่นผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มลอยแตะจมูกจนต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ วูบหนึ่ง แต่ใบหน้าสวยเชิดกลับยังคงตีสีหน้านิ่งกวนประสาทใส่ได้อย่างแนบเนียน “ปากดีนักนะ” พายัพเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมก้าวร้าววับวาวด้วยความโมโหที่ถูกท้าทายต่อหน้าธารกำนัล “ถ้าสิ่งที่คุณกำลังจะทำมันช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากกู้หน้าตัวเองไม่ได้แล้ว คุณเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากโปรเจกต์นี้ได้เลย คณิน” “เชิญครับ ถ้าผมทำไม่ได้อย่างที่พูด ยินดีให้หักเงินเดือนสามเดือนรวดเลยเอ้า!” คณินลอยหน้าลอยตาท้าทายกลับ ก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอแท็บเล็ตสั่งการรัวเร็ว “แต่ถ้าผมทำได้... คุณพายัพต้องเลี้ยงกาแฟผมสามสิบวันเต็ม ห้ามบิด ห้ามอ้างประชุม และห้ามทำหน้ายักษ์ใส่ผมด้วย ตกลงไหมล่ะ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง ทุกคนกลั้นหายใจลุ้นระทึกกับเกมเดิมพันเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกลางวิกฤต บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นระหว่างเสือกับแมวพยศ พายัพจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธที่อีกฝ่ายไม่เคยเชื่อฟัง และทั้ง... รู้สึกหัวใจกระตุกวูบอย่างน่าประหลาดกับรอยยิ้มท้าทายที่แพรวพราวเกินความจำเป็นนั่น “กล้ามากนะ...” พายัพโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วใสจนคณินเผลอชะงักถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ “ถ้าคุณพลาดขึ้นมา... ผมไม่แค่ไล่ออกจากโปรเจกต์แน่ คณิน” “งั้นก็รอดูฝีมือ ‘คนปากดี’ คนนี้ก็แล้วกันครับคุณสถาปนิกใหญ่” คณินเชิดหน้าสู้ สายตากลมโตสบประสานกับดวงตาสีนิลคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันก็ตาม นิ้วเรียวของคณินกดปุ่ม Enter บนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นครั้งสุดท้าย เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงบนหน้าจอโปรเจกเตอร์หยุดชะงักลงทันที ตามมาด้วยแถบสถานะสีเขียวที่ค่อยๆ วิ่งกลับคืนสู่ 100% อย่างสมบูรณ์แบบ ไฟล์แบบแปลนทั้งหมดถูกกู้คืนและล็อกรหัสความปลอดภัยชั้นสูงโดยฝีมือการเขียนโค้ดเฉพาะกิจที่เจ้าตัวแอบพัฒนาไว้ลับๆ เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกดังขึ้นทั่วห้องประชุม พายัพยืนนิ่งค้าง ทอดสายตามองหน้าจอแล้วหันกลับมามองสถาปนิกตัวแสบที่ยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะอยู่ตรงหน้า คณินกอดอกเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้ร่างสูงที่กำลังอ้าปากค้างแต่หาคำพูดมาเถียงไม่ออก “ว่าไงครับ... กาแฟสามสิบวัน เริ่มพรุ่งนี้เช้าเลยดีไหม?” พายัพหรี่ตามองคนตรงด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดูที่พุ่งทะยานจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิมจนคณินต้องรีบถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุมอย่างเลี่ยงไม่ได้ วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักตัวร่างโปร่งไว้ระหว่างอกกับโต๊ะโดยไม่สนใจสายตาของพนักงานคนอื่นในห้องแม้แต่น้อย “ได้... สามสิบวันก็สามสิบวัน” พายัพกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู แววตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม “แต่อย่าหวังเลยว่าคุณจะได้กินแค่น้ำตาล... เพราะผมจะทำให้คุณตาสว่างจนนอนไม่หลับไปตลอดเดือนเลยล่ะ คณิน” ยังไม่ทันที่คณินจะได้อ้าปากสวนกลับคำขู่แกมหยอกล้อมand that dangerous proximity นั้น ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหราที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง “พายัพคะ! แย่แล้วค่ะ... ที่ไซต์งานเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดนัทความฟินให้พุดดิ้งคาราเมลเสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%