“พายัพครับ แบบแปลนของเฟสสองที่ขอไว้... อ้าว ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?”
เสียงทุ้มของทีมงานรุ่นน้องที่โผล่พรวดเข้ามาทางประตูกระจกบานเลื่อนทำเอาบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่คลายลงชั่วพริบตา คณินแอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียดที่ถูกกักไว้ในอกออกมาอย่างเงียบเชียบ ดวงตากลมโตคมกริบไหวระริกด้วยความหงุดหงิดปนโล่งอก เขาส่งค้อนวงใหญ่ให้ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกอาวุโสที่ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ตรงหน้า ก่อนจะหันไปรับแฟ้มเอกสารจากมือรุ่นน้องด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่จริงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ในสถานการณ์นี้
“ไม่ขัดหรอกครับ วุฒิ วางไว้ตรงนั้นแหละ กำลัง... ฟังคำสอนราคาแพงจาก *ท่านอาจารย์* พายัพเขาอยู่พอดี”
คณินจงใจเน้นเสียงคำว่า *ท่านอาจารย์* จนคนฟังขยับกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นคมรั้นขึ้นเล็กน้อยด้วยความไม่สบอารมณ์ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวของพายัพตวัดมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องที่บังaอาจต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะปรายตามองเอกสารในมือวุฒิแล้วโบกมือไล่นิ่มๆ
“ออกไปได้แล้ววุฒิ แล้วก็บอกคนอื่นๆ ด้วยว่า เลิกงานแล้วก็ไสหัวกลับบ้านกันให้หมด อย่าอยู่รกหูรกตาแถวนี้”
วุฒิสะดุ้งโหยงรีบพยักหน้ารับแล้วถอยกรูดออกจากห้องไปแทบไม่ทัน ประตูกระจกเลื่อนปิดสนิทลงอีกครั้ง ทิ้งให้ห้องประชุมขนาดใหญ่กลับมาตกอยู่ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวเร่งของคนทั้งคู่
พายัพก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวยาวที่สุมไปด้วยม้วนกระดาษไขและไอpad ที่เปิดหน้าจอแบบแปลนสามมิติค้างไว้ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกทิ้งน้ำหนักลงบนสะโพกพิงขอบโต๊ะ ดวงตาสีนิลคู่คมกวาดมองผลงานการออกแบบของคณินอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก แต่มุมปากกลับกระตุกขึ้นนิดๆ คล้ายจะเย้ยหยัน
“คิดว่าตัวเองเป็นแฟรงค์ เกร์รี กลับชาติมาเกิดหรือไง คณิน?” พายัพเปิดฉากวิจารณ์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน “เส้นสายโค้งเว้าพวกนี้มันดูโมเดิร์นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์หรอกนะ แต่พอลงหน้างานจริง วัสดุคอมโพสิตที่นายเลือกใช้มันรองรับแรงดึงไม่ได้ นายกำลังเอาชื่อเสียงของบริษัทไปเสี่ยงกับงานศิลปะขยะเปียกอย่างไร้สาระ”
“ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ” คณินสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความพอยท์ออกมาชัดเจน เขาดันเก้าอี้ถอยหลังเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าอีกฝ่ายอยู่ราวสองนิ้ว แต่แววตาที่จ้องตรงมาไม่มีทีท่าว่าจะยอมลดราวาศอกให้เลยแม้แต่น้อย “ถ้าพี่คิดว่ามันเป็นขยะเปียก ทำไมถึงใช้เวลาสี่ชั่วโมงเต็มมายืนจ้องแล้วแก้ดีเทลให้ผมทุกจุดจนกระดาษเกือบขาดล่ะครับ? หรือว่า... กลัวว่าผมจะทำงานออกมาดีเกินหน้าเกินตาจนตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์ปีหน้ามันสั่นคลอนกันแน่?”
“มั่นหน้า” พายัพพ่นคำนี้ออกมาสั้นๆ แต่หนักแน่น น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันแต่นัยน์ตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีจนจับสังเกตแทบไม่ทัน “ฉันแค่ไม่อยากแก้ปัญหาซากอารยธรรมที่นายออกแบบไว้ตอนที่มันพังถล่มลงมาทับหัวคนงานต่างหาก เสียเวลาบริษัทรู้ไว้ซะด้วย”
“ปากร้ายให้ห้า...” คณินพึมพำออกมาเบาๆ พลางกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา แต่รอยยิ้มมุมปากกลับจุดประกายความท้าทายขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด “แต่ฝีมือการตรวจแบบละเอียดละออเมื่อกี้... ผมให้เต็มสิบเลยนะ รุ่นพี่พายัพ”
พายัพชะงักไปนิดเมื่อเจอประโยคยียวนกวนประสาทนั้น สันกรามคมสันขยับบดเข้าหากันแน่นขึ้น ความเงียบที่โรยตัวลงมาไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลย กลับยิ่งอบอวลไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่ประจุน้ำอดน้ำทนระหว่างคนทั้งคู่กำลังสั่นคลอน ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาคณินอีกก้าวเดียว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบแนบชิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ จากตัวพายัพลอยเข้าแตะจมูกจนคณินเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
ดวงตาคมดุจดั่งเสือซุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้า คล้ายต้องการค้นหาว่าภายใต้เกราะป้องกันที่เต็มไปด้วยคำพูดจิกกัดและรอยยิ้มกวนประสาทนั้น ซ่อนความรู้สึกอะไรไว้กันแน่
“เลิกกวนประสาทฉันแล้วเก็บของซะ” พายัพเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าข้อมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศราวกับเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เจ้าตัวรีบชักมือกลับแล้วสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสแลคอย่างแนบเนียน พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหูที่ขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ “ดึกดื่นค่ำมืดป่านนี้ สมองนายคงไม่เหลือเซลล์ไหนไว้คิดงานต่อแล้ว กลับไปนอนซะ”
คณินเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของคนปากแข็ง เขากวาดสายตามองโต๊ะทำงานที่ตอนนี้ถูกจัดระเบียบใหม่โดยฝีมือของคนตัวโตที่ยืนทำฟอร์มอยู่ตรงหน้า สัญชาตญาณบางอย่างบอกให้รู้ว่า ร่างสูงคนนี้ไม่ได้แค่อยู่ยืนด่าเขาฟรีๆ มาตลอดสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาแน่นอน
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสั่งอาหารเดลิเวอรีดังขึ้นทำลายความเงียบ คณินก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏรายการสั่งซื้ออาหารญี่ปุ่นชุดใหญ่ ทั้งข้าวหน้าปลาไหลย่างซอสเข้มข้น ซูชิหน้าแซลมอน และซุปมิโซะร้อนๆ ที่เพิ่งถูกกดสั่งจากร้านโปรดใต้ตึกออฟฟิศเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง โดยมีชื่อผู้รับและที่อยู่ระบุไว้ตรงโต๊ะทำงานของเขาพอดิบพอดี
คณินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตากลมโตมองตรงไปยังสถาปนิกรุ่นพี่ที่ตอนนี้กำลังยืนมองเพดานทำเป็นไม่รู้ไม่ช้าอย่างน่าหมั่นไส้
“อะไรเนี่ย?” คณินชูหน้าจอโทรศัพท์ขึ้น “สั่งข้าวให้ผมเหรอครับ? ไหนบอกว่ารำคาญผมจนไม่อยากมองหน้าไง”
“เปล่า ใครสั่ง นายตาฝาดไปเองแล้วคณิน” พายัพปฏิเสธเสียงแข็งทันควันโดยไม่ยอมหันกลับมามองหน้า ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบสนิท แต่สันกรามที่ขยับน้อยๆ ฟ้องชัดเจนว่ากำลังอึดอัด “ร้านมันคงส่งผิดออร์เดอร์ หรือไม่ก็นายกดสั่งเองตอนสมองเบลอจากการอดนอน”
“อ๋อ... ตาฝาดเหรอครับ?” คณินก้าวเข้าไปประชิดตัวพายัพอีกนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก สองมือไขว้ไว้ด้านหลัง เอียงคอมองคนปากแข็งที่พยายามตีสีนิ่งกลบเกลื่อนความพิรุธ “งั้นถ้าข้าวกล่องนี้มาส่งแล้วไม่มีใครกิน ผมเอาไปทิ้งถังขยะนะ เสียดายแย่เลยเนอะว่าไหม”
พายัพหลุบตามองคนตัวเล็กที่เข้ามาล้ำเส้นความปลอดภัยของตัวเอง ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนมุมกับความดื้อรั้นและรู้ทันของอีกฝ่าย ดวงตาสีนิลคู่นั้นฉายแววอ่อนแสงลงชั่วขณะที่ไม่มีใครทันสังเกต ก่อนจะหลุดคำพูดที่ซ่อนความห่วงใยไว้ภายใต้มาดขรึมออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“เรื่องมากน่า... กินเข้าไปซะ จะได้มีแรงมาเถียงฉันต่อพรุ่งนี้”
พูดจบ พายัพก็สะบัดหน้าหนีเตรียมจะหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุม ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับที่จับประตูกระจก เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ปัง! ปัง! ปัง!
ประตูกระจกถูกผลักเปิดผางอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างของหญิงสาวในชุดสูททำงานกระโปรงสั้นยืนหอบหายใจโยนตัวโยนหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกจนคณินกับพายัพต้องหันไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
“คุณพายัพ! คุณคณิน!แย่แล้วค่ะ!” เสียงของเลขาหน้าห้องสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เลือดในกายของคนฟังเย็นเฉียบลงชั่วขีด
“ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโปรเจกต์โดนไวรัสเจาะข้อมูล... ไฟล์แบบแปลนทั้งหมดในระบบคลาวด์กำลังถูกลบหายไปทีละไฟล์แล้วค่ะ!”
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับความซึนของพี่พายัพด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง•ตอนที่ 2
ปากร้ายให้ห้า ใจดีให้สิบ
ผลงานโดย พุดดิ้งคาราเมล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พุดดิ้งคาราเมล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับมาดขรึมที่ไม่ยอมรับใจตัวเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!