วสันตฤดูที่หายไปกับท่วงทำนองไร้เสียง•ตอนที่ 3

ฉันทลักษณ์แห่งความขัดแย้ง

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
เสียงขีดเขียนของปลายปากกาหมึกซึมบนกระดาษสาเนื้อหยาบดังขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับเสียงเคาะเกราะเพื่อขับไล่ความเงียบงันภายในห้องสมุดโบราณแห่งนั้น แสงไฟจากตะเกียงทองเหลืองสาดส่องลงบนสมุดบันทึกเล่มหนา เผยให้เห็นรอยยับย่นของกระดาษที่ผ่านกาลเวลามานาน ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตามากกว่าความเก่าแก่ กลับเป็นตัวอักษรที่ถูกขีดฆ่าและเขียนทับด้วยหมึกสีแดงฉาน—ราวกับร่องรอยของการฆาตกรรมทางวรรณกรรม "คุณกำลังพยายามผ่าตัดศพที่ตายไปแล้วด้วยมีดผ่าตัดสนิมเขรอะ, ศิลา" เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของรวีดังขึ้นจากมุมมืดของชั้นหนังสือ ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกก้าวออกมาจากเงาสลัว นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องสมุดบันทึกในมือของชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยประกายความเยียบเย็น ทว่าแฝงไว้ด้วยความท้าทายที่ไม่อาจละสายตา ศิลาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างไม่ยี่ห้อ เขาวางปากกาลงบนโต๊ะ ช้าๆ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้สัก สายตาคมปลาบมองตอบชายผู้ยึดมั่นในจารีตประเพณีอย่างไม่เกรงกลัว "มีดสนิมเขรอะเหรอครับ, คุณรวี?" ศิลาทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "ผมเรียกว่า 'นวัตกรรมทางความคิด' ต่างหาก บทกวีโบราณที่คุณบูชาจนขึ้นหิ้ง มันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์เพราะมันอยู่นิ่งๆ ในอดีตหรอกครับ แต่มันยังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะมันยอมให้คนรุ่นเรานำมาแยกชิ้นส่วน แล้วประกอบขึ้นใหม่ให้เข้ากับจังหวะของโลกปัจจุบันต่างหาก" รวีเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและชาเอิร์ลเกรย์ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ เขาก้มลงมองตัวโน้ตดนตรีผสมผสานกับสัญลักษณ์ทางฉันทลักษณ์ที่ศิลาเพิ่งร่างขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่ซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "คุณกำลังทำลายสุนทรียศาสตร์" รวีเอ่ยเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจระคนผิดหวัง "ฉันทลักษณ์โบราณไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครหน้าไหนมาเปลี่ยน 'จังหวะการหายใจ' ของมันตามอำเภอใจ โครงสร้างแปดคำในหนึ่งวรรค เอก-โท-ตรี-จัตวา หรือเสียงสัมผัสในที่สอดรับกันเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง นั่นคือจิตวิญญาณของกวีผู้ล่วงลับ แต่สิ่งที่คุณทำ... คุณกำลังเปลี่ยนบทกวีให้กลายเป็นเสียงเคาะโลหะในโรงงานอุตสาหกรรม" ศิลาหัวנסในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไม่มีความขบขันเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "โรงงานอุตสาหกรรมเหรอครับ?" ศดลาทวนคำพล้ำยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ของนักมานุษยวิทยาดนตรีสร้างแรงกดดันโดยปริยาย "คุณต่างหากที่กำลังทำตัวเป็นสตาฟฟ์มัมมี่ในพิพิธภัณฑ์ คุณกลัวความเปลี่ยนแปลง คุณกลัวว่าถ้าหากบทกวีมันขยับเขยื้อiเคลื่อนไหวตามยุคสมัย ตัวตนที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความทรงจำอันเปราะบางของคุณ... มันจะพังทลายลงใช่ไหมครับ?" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที รวีไม่ได้ถอยหนี นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศิลาราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังท่าทีเย่อหยิ่งนั้น กรามของรวีขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ช1ายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน "คุณไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความเจ็บปวดของการรักษาบางสิ่งไว้ให้คงเดิม, ศิลา" รวีเอ่ยกระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความโกรธที่อัดอั้น "มีบางบทกวีที่ไม่ควรถูกร้องด้วยทำนองใหม่... เพราะทำนองใหม่มันเหยียบย่ำหลุมศพของคนที่แต่งมันขึ้นมา" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของความเจ็บปวดจากอดีตที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นร่องรอยความเปราะบางที่ฉายชัดผ่านแววตาของอีกฝ่ายเป็นครั้งแรก ความรู้สึกดึงดูดใจอันตรายบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึกของเขา—ความดึงดูดระหว่างสองคนที่ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ ก่อนที่บทสนทนาอันตึงเครียดจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากทางเดินด้านนอกก็ทำลายความเงียบลง *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงที่หน้าประตูก่อนที่บานไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างของบรรณารักษ์อาวุโสประจำหอสมุดก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ในมือของเขากำซองจดหมายสีเหลืองเก่าคร่ำคร่าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำหมึกสีดำสนิท—คราบน้ำหมึกที่ยังคงเปียกชื้นและส่งกลิ่นฉุนรุนแรงราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง "คุณรวี... คุณศิลาครับ" บรรณารักษ์หอบหายใจถี่กระชั้น ยื่นซองจดหมายนั้นมาเบื้องหน้า "มีคนฝากสิ่งนี้ไว้ที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง... เขาบอกว่ามันคือ 'บทกวีบทสุดท้าย' ที่ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นไม้ของห้องเก็บเสียง... ก่อนที่เหตุการณ์ไฟไหม้เมื่อสิบปีก่อนจะเกิดขึ้นครับ" รวีหันขวับไปมองซองจดหมายนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวกับคนไร้เลือดทันทีที่เห็นตราประทับครั่งสีแดงรูป 'ดอกเหมันต์' ที่คุ้นเคย—ตราประทับของกวีผู้ล่วงลับ... ผู้เป็นอาจารย์ของรวีเอง ศิลาหรี่ตามองซองจดหมายสลับกับใบหน้าที่ตื่นตระหนกของรวี สัญชาตญาณนักมานุษยวิทยาบอกเขาในทันทีว่า ปริศนาที่พวกเขากำลังถกเถียงกันเมื่อครู่... เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของความลับดำมืดที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กาลเวลาเท่านั้น "ดูท่าทาง... มีดสนิมเขรอะของผมจะได้ลองผ่าตัดศพที่ยังมีลมหายใจจริงๆ แล้วล่ะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า นัยน์ตาคมกริบมองตรงไปยังรวีที่กำลังยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วสันตฤดูที่หายไปกับท่วงทำนองไร้เสียง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%