เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย•ตอนที่ 2

อย่าสั่งให้ฉันทำตามพิมพ์เขียวของนาย

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงปรบมือสามครั้งดังสะท้อนก้องในโถงคอนกรีตดิบที่ยังสร้างไม่เสร็จ มันไม่ใช่เสียงปรบมือชื่นชม แต่เป็นเสียงที่จงใจสร้างความกดดันให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ อาคเนย์ขยับตัวถอยห่างจากแผ่นหลังของตะวันเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่าสายตาคมกริบยังคงจดจ้องร่างเงาที่ก้าวออกมาจากความสลัวของโครงสร้างเสาเหล็ก "ฝีมือการประสานงานยอดเยี่ยมมากครับ... ดูเข้าขา – และเข้าใกล้กันเสียจนผมเกือบจะคิดว่ากำลังดูฉากรักในกองถ่ายละครเสียอีก" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ภาคิน' นักลงทุนรายใหญ่ผู้ถือหุ้นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในโปรเจกต์รีสอร์ตหรูแห่งนี้ ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบตัดกับฝุ่นปูนซีเมนต์เดินเข้ามาหยุดห่างจากพวกเขาไม่ถึงสามก้าว ดวงตาคมปลาบกวาดมองสถาปนิกหนุ่มและวิศวกรโครงสร้างสลับไปมาด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ อาคเนย์ดึงสีหน้ากลับสู่โหมดเย็นชาอย่างรวดเร็ว เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้เข้าที่เพื่อกลบเกลื่อนจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเมื่อครู่ "ถ้าคุณภาคินมีเวลาว่างมาเดินตรวจไซต์งานอย่างไร้จุดหมายขนาดนี้ สู้เอาเวลาไปอ่านรายงานความคืบหน้าฉบับล่าสุดที่ผมส่งให้ทางอีเมลเมื่อวาน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อโปรเจกต์มากกว่านะครับ" "ปากคอเราะร้ายสมคำร่ำลือจริงๆ นะครับ คุณอาคเนย์" ภาคินหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะสนามที่กางพิมพ์เขียวแผ่นใหญ่อยู่ "แต่ผมเกรงว่ารายงานของคุณคงไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด... โดยเฉพาะเรื่องที่โครงสร้างหลักตรงจุดนี้กำลังจะมีปัญหาใหญ่" ตะวันหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณวิศวกรทำงานฉับพลัน เขาก้าวข้ามมาระหว่างอาคเนย์กับภาคินด้วยท่าทีคุกคามโดยไม่รู้ตัว "คุณหมายความว่ายังไงครับคุณภาคิน โครงสร้างตรงไหนที่มีปัญหา พิมพ์เขียวนี้ผ่านการคำนวณตามมาตรฐานวิศวกรรมสากลทุกประการ ไม่มีทางเกิดความผิดพลาดเด็ดขาด" "มาตรฐานสากล?" ภาคินแค่น "แต่สิ่งที่ผมเห็นคือดีไซน์บ้าๆ บอๆ ที่พยายามฝืนกฎฟิสิกส์ เพื่อให้มันออกมา 'สวยงาม' ตามจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณสถาปนิกต่างหากล่ะครับ คุณตะวัน คุณกำลังเอาชื่อเสียงและเงินลงทุนนับร้อยล้านมาเสี่ยงกับงานศิลปะไร้สาระพวกนี้" ปลายนิ้วเรียวของภาคินเคาะลงบนกระดาษพิมพ์เขียวแรงๆ ตรงจุดที่เป็นคานรับน้ำหนักยื่นยาว (Cantilever) ซึ่งเป็นไฮไลต์เด่นของล็อบบี้โรงแรมที่อาคเนย์ออกแบบไว้ อาคเนย์ขยับตัวจะก้าวเข้าไปโต้แย้ง แต่ถูกมือหนาของตะวันที่ยกขึ้นขวางไว้เสียก่อน สัมผัสจากแผ่นหลังของวิศวกรหนุ่มที่แりผ่านเนื้อผ้าทำให้สถาปนิกหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ตะวันไม่ได้ถอยหนีหรือแสดงความหวาดกลัวต่อแรงกดดันของนักลงทุนกระเป๋าหนักแม้แต่น้อย ใบหน้าคมเข้มฉายแววเยือกเย็นและมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม "ถ้าคุณภาคินมีความรู้ด้านวิศวกรรมมากพอที่จะมองว่านี่คือ 'การฝืนกฎฟิสิกส์' ผมแนะนำให้ใช้เวลาว่างไปเรียนปรับพื้นฐานความเข้าใจเรื่องวัสดุก่อสร้างใหม่นะครับ" ตะวันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าเฉียบคมบาดลึก "คุณว่ายังไงนะ!" ภาคินหน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ผมไม่ได้ว่าอะไรครับ ผมแค่กำลังบอกความจริง" ตะวันก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กดสายตามองนักลงทุนรุ่นพี่ที่เตี้ยกว่าเล็กน้อยด้วยความเหนือกว่าในเชิงเทคนิค "คานยื่นตัวนี้ไม่ได้ฝืนกฎฟิสิกส์อย่างที่คุณเข้าใจ แต่มันถูกออกแบบให้ใช้เหล็กกล้าผสมพิเศษเกรด High-Yield Stress ที่ผมเป็นคนคำนวณแรงดึงและจุดรับน้ำหนักด้วยตัวเอง แรงเฉือน (Shear Force) และโมเมนต์ดัด (Bending Moment) ทุกค่าถูกเผื่อความปลอดภัย (Safety Factor) ไว้ที่ 2.5 ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปด้วยซ้ำ" อาคเนย์ยืนมองแผ่นหลังกว้างของตะวัน ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งทึ่ง ทั้งแปลกใจ และยอมรับอย่างไม่ อยากเชื่อว่า... ในยามที่ผู้ชายคนนี้พูดถึงเรื่องงานและโครงสร้าง เขามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจจนละสายตาไม่ได้เลยทีเดียว "คุณจะเอาตัวเลขทฤษฎีมาอ้างยังไงก็ได้!" ภาคินเสียงดังขึ้นเริ่มคุมอารมณ์ไม่อยู่ "แต่ความเป็นจริงหน้างาน มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเทคอนกรีตเชื่อมต่อกับโครงสร้างเหล็กในองศานั้นโดยไม่มีเสาค้ำยันชั่วคราว ทีมงานหน้างานเขารายงานผมมาแล้วว่ามันเสี่ยงเกินไป และผมไม่อนุญาตให้ทำต่อจนกว่าจะมีการรื้อแบบแก้ใหม่!" "รื้อแบบงั้นเหรอ?" อาคเนย์ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาแทรกตัวผ่านไหล่ของตะวันก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับภาคิน ดวงตาสีนิลวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้น "คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งรื้อแบบที่ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารแล้วครับ คุณภาคิน? นี่คือโปรเจกต์สถาปัตยกรรม ไม่ใช่บริษัทขายตรงที่คุณจะใช้อำนาจเงินมาชี้นิ้วสั่งเปลี่ยนตามอำเภอใจได้!" "สิทธิ์ของคนจ่ายเงินไงครับ!" ภาคินสวนกลับทันควัน "ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาเพราะความหัวรั้นของคุณ ใครจะรับผิดชอบชีวิตแขกที่มาพัก?" "ถ้ามันจะถล่ม... มันก็คงถล่มเพราะความโง่เง่าของคนที่ไม่เข้าใจหลักการ แต่มือเสือกอยากออกความเห็นมากกว่าครับ!" เสียงทุ้มต่ำของตะวันดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินหันขวับมามองตะวันด้วยความเหลือเชื่อ นิ้วชี้หน้าวิศวกรหนุ่ม "คุณ... กล้าพูดจาแบบนี้กับผมเหรอ?" "ผมพูดความจริงครับ" ตะวันตอบกลับหน้าตาเฉย ไม่มีแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย "ถ้าคุณอยากให้ผมแก้แบบตามที่คุณสั่ง คุณต้องเซ็นชื่อรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากความล่าช้า และยอมรับเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคุณเป็นคน 'สั่งการ' ให้รื้อถอนโครงสร้างนี้ด้วยตัวเอง... กล้าพอไหมล่ะครับ?" คำพูดนั้นทำเอาภาคินถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ ด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น อาคเนย์ลอบมองเสี้ยวหน้าของตะวัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวแปลกๆ ผู้ชายคนนี้... บ้าบิ่น ไร้ความเกรงกลัว และปกป้องงานของเขาอย่างดุร้ายราวกับสุนัขเฝ้าบ้านที่พร้อมจะกัดทุกคนที่เข้ามาแตะต้องอาณาเขตของตัวเอง "ดี... ดีมาก!" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน "พวกคุณสองคนเก่งนักนะ... จำคำพูดนี้ไว้ให้ดี ถ้าโปรเจกต์นี้พังลงมาเมื่อไหร่ ผมนี่แหละจะ เป็นคนฟ้องพวกคุณให้หมดตัว!" พูดจบร่างสูงของนักลงทุนรายใหญ่ก็สะบัดหน้าเดินกระแทកเท้าหนีหายไปในความมืดของตัวอาคาร ทิ้งไว้เพียงเสียงฝีเท้าที่ก้องสะท้อนและบรรยากาศที่ยังคงคุกรุ่นด้วยไอระอุแห่งความขัดแย้ง ความเงียบงันกลับมาปกคลุมโถงคอนกรีตอีกครั้ง อาคเนย์ถอนหายใจยาวเหยียด ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่เริ่มเล่นงาน "ปากกล้าเกินไปแล้วนะคุณวิศวกร" อาคเนย์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ โดยยังไม่ยอมหันไปมองหน้าอีกฝ่าย "คุณเพิ่งหาเรื่องทะเลาะกับคนที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในบริษัทนะ" ตะวันหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกนิ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ "แล้วใครกันล่ะครับที่ยืนเถียงกับเขาฉอดๆ เมื่อกี้? ถ้าไม่ได้ผมช่วยเบรก คุณคงได้วางมวยกับคุณภาคินไปแล้วมั้งครับ ท่านสถาปนิก" อาคเนย์หันขวับมาค้อนใส่ "ผมดูแลตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาปกป้อง..." "ใครบอกว่าผมปกป้องคุณ?" ตะวันก้าวเข้ามาประชิดตัวอาคเนย์อย่างรวดเร็ว จนสถาปนิกหนุ่มต้องถอยหลังไปชนกับเสาปูนด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังแนบติดกับความเย็นเฉียบของคอนกรีต ขณะที่ร่างสูงของวิศวกรหนุ่มโน้มตัวลงมา กักขังเขาไว้ด้วยวงแขนทั้งสองข้าง "ทะ... ทําบ้าอะไรของคุณ ถอยไปนะ" อาคเนย์ชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมเข้มอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงคืบ ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อถูกจู่โจมระยะประชิดแบบนี้ "ผมไม่ได้ปกป้องคุณ... แต่ผมกำลังปกป้อง 'งานของเรา' ต่างหากล่ะครับ" ตะวันกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง "เพราะถ้างานพัง... ผมก็ไม่ได้อยู่ใกล้คุณแบบนี้สิครับ" อาคเนย์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขารemember ความรู้สึกควบคุมไม่ได้แบบนี้ได้ดี มันคความรู้สึกอันตรายที่เขาเกลียดที่สุด... แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับสั่นคลอนความมั่น คงในใจจนน่ากลัว ก่อนที่อาคเนย์จะได้อ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดร้ายๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย เสียงฝีเท้าฝีหนาของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางทางเข้าด้านหน้า พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาวับๆ แวมๆ "อ้าว... อยู่กันตรงนี้นี่เอง ฉันตามหาพวกคุณซะทั่ว" เสียงหวานคุ้นเคยของรินรดาเจ้าของโรงแรมดังขึ้น ทว่าสิ่งที่ทำให้ทั้งอาคเนย์และตะวันต้องผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เสียงของเธอ... แต่เป็นร่างของชายอีกคนที่เดินตามหลังรินรดาเข้ามาในแสงไฟ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด เขากวาดตามองทั้งสองคนด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบ2 "สวัสดีครับ คุณอาคเนย์... และคุณตะวัน ไม่เจอกันนานเลยนะครับ ตั้งแต่วันที่ผมเซ็นสัญญาซื้อหุ้นใหญ่ทั้งหมดของโปรเจกต์นี้" อาคเนย์หน้าถอดสีทันที ขณะที่ตะวันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจ ...เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'อัคคี' อดีตคนรักเก่าของอาคเนย์ ที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ และตอนนี้... เขาได้กลายเป็นเจ้าของโครงการตัวจริงเสียงจริง ที่มีอำนาจชี้ชะตาชีวิตการทำงานของพวกเขาทั้งหมด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความระอุในเตาหลอมของผมนะครับ ขอให้สนุกและเตรียมตัวรับมือกับความร้อนแรงในตอนต่อไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของสถาปนิกปากคอเราะร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%