ความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างขวางตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของโทสะที่ถูกกดทับไว้จนแทบระเบิด
เตียงนอนขนาดคิงไซส์ยับย่นเป็นร่องรอยแห่งสงครามประสาทที่เพิ่งผ่านพ้น แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายของภาคิน นายหัวหนุ่มแห่งไร่ชาผู้ทรงอิทธิพล นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ดั่งเหยี่ยวป่าที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความหึงหวงอันดิบเถื่อนที่พุ่งทะยานจนเกินกว่าจะควบคุม
เพียงฟ้านั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนขอบเตียง มือเรียวบางกำผ้าปูที่นอนแน่นจนข้อต่องอขาวซีด หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความทรงจำจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงร้อนผ่าวอยู่ในกระแสเลือด ภาพที่เธอแอบติดต่อไปหาธนา—คู่ปรับตัวฉกาจของเขา—เพื่อหาช่องทางหนีออกไปจากขุมนรกแห่งนี้ ถูกจับได้คาหนังคาเขา
"คิดจะทำอะไร... เพียงฟ้า"
เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ มันเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าสายลมหนาวบนยอดดอย แต่นัยน์ตากลับลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความพึงประสงค์ร้าย ภาคินก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ย่างก้าวของเขาหนักแน่นและมั่นคงราวกับนักล่าที่ตีวงล้อมเหยื่อจนมุม
"ฉันไม่ได้..." เพียงฟ้าอ้าปากปฏิเสธ เสียงสั่นพร่าอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง เธอพยายามถอยร่นกายหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับหัวเตียง แต่ทว่า ไร้ทางหนี
"หึ..." ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและพนักเตียง กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านจนเธอแทบหายใจไม่ออก "ดื้อด้านนักนะ... ทั้งที่ตัวเธออยู่ใต้ร่างฉัน ครางชื่อฉัน แต่สมองกลับคิดจะวิ่งไปหาไอ้ธนาอย่างนั้นเหรอ!"
"ปล่อยฉันนะ! ฉันไม่ใช่ทาสของคุณ!" เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตฉายแววพยศและกร้าวร้าว แม้ภายในใจจะหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ทำให้เธอเลือกที่จะเชิดหน้าท้าทายเขา แม้รู้ดีว่ามันเหมือนกับการราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
"ทาสเหรอ? คำก็ทาส สองคำก็กักขัง..." ภาคินโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนนุ่ม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ "ในเมื่อเธอพูดถึงคำนี้บ่อยนัก งั้นฉันจะแสดงให้ดูว่า 'การเป็นผู้หญิงของฉัน' มันหมายความว่ายังไง... และเธไม่มีวันหนีพ้นไปไหนได้ทั้งนั้น!"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนผ่าวก็ทาบทับลงมาบดขยี้อย่างไร้ความปรานี รสจูบในครานี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือการลงทัณฑ์ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าI และตอกย้ำอำนาจเถื่อนที่เธอไม่มีวันต่อรองได้ เพียงฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธยายามทุบตีอกแกร่งและเบือนหน้าหนี แต่เรียวแขนแข็งแรงกลับรวบเอวบางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก มือหนาอีกข้างตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือหัว ล็อกพันธนาการเธอไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
รสจูบที่ดุดันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผา ภาคินขบเม้มริมฝีปากนุ่มจนเธอต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความเจ็บแปลบ เปิดทางให้เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสวาบหวามปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายของทั้งคู่ให้ตื่นขึ้น ความโกรธเกรี้ยวในคราแรกหลอมละลายกลายเป็นแรงปรารถนาอันรุนแรงที่ยากจะต้านทาน
เพียงฟ้าส่งเสียงประท้วงในลำคอ ทว่ามันกลับกลายเป็นการเชื้อเชิญให้เขายิ่งลำลึกเข้าหา สัมผัสจากมือหยาบกร้านที่ลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนอนเนื้อบางเบา ทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน ปฏิกิริยาต่อต้านที่เคยมีเริ่มอ่อนยวบลงอย่างน่าละอาย ร่างกายทรยศต่อจิตใจอีกครั้งเมื่อผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวไปทุกตารางนิ้วที่เขาแตะต้อง
"ปากเก่งนัก... แต่ร่างกายเธอกลับทรยศเธอนะ เพียงฟ้า" ภาคินผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอด นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายใคร่ "จำไว้... ไม่ว่าเธอจะคิดหนีไปไกลแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องกลับมาซבוกอยู่ใต้ร่างของฉันอยู่ดี"
เสียงกระซิบพร่าทุ้มข้างใบหูปลุกเร้าความรู้สึกวาบหวามจนขนลุกซู่ ภาคินไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้เถียง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางแสงไฟสลัว ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งสองแนบชิดติดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
บทเพลงรักอันดุเดือดและเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในความมืดมิดของรัตติกาล แรงปรารถนาอันป่าเถื่อนถูกปลดปล่อยออกมาผ่านจังหวะรักที่หนักหน่วงและลึกซึ้ง ภาคินมอบทั้งความเจ็บปวดและสุขสมให้เธอสลับสับเปลี่ยนกันไป ทุกหยาดเหงื่อ ทุกเสียงครางแผ่วเบา และทุกแรงอารมณ์ที่โถมเข้าใส่ คือเครื่องพันธนาการทางกายที่ตอกย้ำว่า เพียงฟ้าไม่มีวันหลุดพ้นจากกรงขังแห่งเสน่หานี้ไปได้เลย แม้ว่าเธอจะพยายามหาช่องทางหนีสักแค่ไหน แต่สายตาดั่งเหยี่ยวของเขาก็คอยจับตาดูเธอทุกฝีก้าว... และไม่มีวันยอมปล่อยให้เหยื่อในกำมือหลุดรอดไปเด็ดขาด
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ท่ามกลางความเงียบงันของยามดึก ภาคินพลิกกายลงนอนตะแคงข้าง กอดรัดร่างบางที่นอนหอบหายใจเหนื่อยอ่อนไว้ในอ้อมอก เพียงฟ้าหลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ร่างกายระביมไปทั่วทุกสัดส่วน ความคิดที่จะหลบหนีในตอนนี้ดูช่างริบหรี่เหลือเกิน เมื่อความจริงกระแทกกระทั้นเข้ามาว่า เธอเป็นเพียงนกน้อยที่ปีกหักและถูกขังไว้ในกรงทองของนายหัวผู้โหดเหี้ยม
แต่ทว่า ในขณะที่ความเงียบกำลังปกคลุมห้องนอนและลมหายใจของเพียงฟ้าเริ่มสม่ำเสมอ บรรยากาศรอบตัวกลับพลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน...
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเงา
เสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องนอนที่อยู่บนชั้นสองดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างมีรหัส
ภาคินที่ควรจะหลับสนิทกลับลืมตาโพลงขึ้นในความมืด นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความง่วงงุนแม้แต่น้อย มีเพียงประกายคมปลาบที่วาวโรจน์ยิ่งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกสั้นใต้หมอนอย่างเงียบเชียบ พร้อมๆ กับที่เสียงกระซิบแหบพร่าจากด้านนอกหน้าต่างดังลอดเข้ามา...
*"นายหัวครับ... สายของเราแจ้งว่า ธนากำลังส่งคนเข้ามาล้อมไร่ เพื่อชิงตัวผู้หญิงคนนั้นในคืนนี้ครับ"*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภูริศร์" เสมอมานะครับ
เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 8
ผู้หญิงในความมืด
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!