เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่ระเบียงเรือนพักไม่ได้มาพร้อมกับความเกรงใจ แต่มันคือการประกาศศึกอย่างชัดเจน รินรดาในชุดเดรสผ้าไหมสั่งตัดพิเศษยืนส่งสายตาดุดันผ่านกระจกใส เธอกำลังมองตรงมาที่ฉัน—เพียงฟ้า—คนที่ยืนอยู่ใจกลางห้องนอนของนายหัวภาคินในสภาพที่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของเขาสาบเสื้อแทบจะปิดบังเรียวขาเปลือยเปล่าไม่มิด
บรรยากาศในห้องอวลไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อนของผู้ชายที่เพิ่งผ่านการปะทะอารมณ์และแรงปรารถนา รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนขึ้นสีขาวซีด มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้เคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งเพื่อเรียกสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่เธอคิดว่ามันควรเป็นของเธอมาโดยตลอด
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าเธอยلอยู่ในนั้น ยัยผู้หญิงหน้าด้าน!" เสียงแหลมสูงลอดผ่านบานกระจกเข้ามา แม้จะไม่ดังเท่าตอนอยู่ข้างนอก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เส้นประสาทในสมองของฉันตึงเปรี๊ยะ
ฉันหันขวับกลับไปมองเจ้าของห้องที่ยืนกอดอกพิงขอบตู้เสื้อผ้า ภาคินไม่มีทีท่าว่าจะเดือดร้อนสักนิด รอยยิ้มมุมปากของเขายกขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ราวกับกำลังชมละครสัตว์ชั้นต่ำที่จัดฉากไว้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว
"ไปเปิดสิครับ... ในเมื่อคุณอยากรู้หนักไม่ใช่เหรอว่าผมกับคุณหนูตระกูลดังเขามีธุระอะไรกัน" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และกวนประสาทในคราวเดียวกัน
"ฉันไม่ใช่ลูกน้องของคุณนะภาคิน แล้วฉันก็ไม่มีหน้าที่ไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญของคุณด้วย!" ฉันสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความหวาดหวั่นไม่น้อยกับการเผชิญหน้ากับรินรดานอกรอบแบบนี้
แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้ก้าวเท้าเดินหนี ภาคินก็เคลื่อนไหวเร็วยิ่งกว่าเสือชีตาห์ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้ามาประชิดตัวในพริบตาเดียว แรงปะทะจากแผงอกกว้างทำให้ฉันเซถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ และก่อนที่ฉันจะทันได้ร้องท้วง มือหนาราวกับคีมเหล็กก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของฉัน ล็อกมันไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย
"ปล่อยนะ! ภาคิน!" ฉันตวาดลั่น พยายามบิดข้อมือหนีแต่ก็ไร้ผล แรงของเขามหาศาลเสียจนกระดูกแทบจะร้าว
"ปากดีจังนะครับ... เมื่อกี้ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมอกผมอยู่เลยแท้ๆ" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของฉัน ดวงตาสีนิลคู่นั้นดุดันและลุ่มลึกจนน่ากลัว "คิดจะหนีไปไหนล่ะครับ เพียงฟ้า ในเมื่อเกมนี้คุณเป็นคนเดินเข้ามาหาผมเอง"
แรงกดดันจากร่างกายหนาหนักที่ทาบทับลงมาทำให้พื้นที่หายใจของฉันแคบลงไปถางตา ภาคินขยับตัวเข้ามาเบียดชิดจนไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างแก้มของฉันอย่างจงใจ ความเร่าร้อนจากผิวกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด แม้พยายามจะเบือนหน้าหนีแต่ปลายนิ้วแข็งแกร่งก็เอื้อมมาเชยคางฉันให้หันกลับไปรับสัมผัสจากเขา
"นายหัวคะ! เปิดประตูให้รินเดี๋ยวนี้นะคะ! ถ้าไม่เปิด รินจะเรียกคนมาพังประตูแล้วนะ!" เสียงข้างนอกเริ่มโცხโลนและทุบกระจกแรงขึ้น
แต่ภาคินกลับไม่ได้สนใจเสียงกรีดร้องนั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจดจ่ออยู่ริมฝีปากของฉันที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความโกรธ ความดุดันในแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายหิวกระหายชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะโน้มลงมาประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากของฉันอย่างไร้ความปรานี
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์และการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างป่าเถื่อน รสจูบที่ทั้งดุดันและเร่าร้อนทำให้สมองของฉันขาวโพลนในพริบตา กลิ่นอายความเป็นผู้ชายของเขาโอบล้อมตัวฉันไว้จนแทบขาดใจตาย มือหนาที่เคยล็อกข้อมือเปลี่ยนมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่น บดขยี้เรียวปากให้อ่อนระทวยอยู่ใต้พันธนาการของเขา ร่างกายที่เคยต่อต้านกลับทรยศความตั้งใจอีกครั้ง ความซ่านสยิววิ่งพล่านไปตามสันหลังเมื่อปลายนิ้วมืออีกข้างของเขาเริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาเปลือยเปล่าภายใต้เสื้อเชิ้ตตัวยาว
"อื้อ..." เสียงครางประท้วงหลุดออกจากลำคอเมื่อเขาขบเม้มริมฝีปากล่างเบาๆ เป็นการลงโทษ ความวาบหวามที่แผ่ซ่านทำให้หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแผดเผาจนมอดไหม้เหลือเพียงเพลิงสวาทที่เขาเป็นคนจุดมันขึ้นมาเอง
ภาคินผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอของฉัน ไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวไปตามซอกคอขาวผ่องจนเกิดรอยแดงจางๆ เป็นการประทับตราจองที่เด่นชัดและไร้ความเกรงใจต่อโลกภายนอก
"จำไว้นะครับเพียงฟ้า..." เสียงกระซิบพร่าทุบกระซอนเข้าข้างหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยอำนาจมืดที่สั่นประสาท "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องของๆ ผม... แม้แต่จะมองก็ไม่ได้"
เขากระชับกอดแน่นขึ้นอีกนิด ปลายจมูกยังคงซุกไซ้คลอเคลียอยู่แถวซอกคอ ขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงตรึงข้อมือฉันไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ท่ามกลางเสียงทุบประตูกระจกด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างไร้การตอบรับจากคนข้างใน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสอันตรายนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังแทรกขึ้นมาจากระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงตะโกนด้วยความตกใจของลูกน้องคนสนิทของภาคินที่ดังลั่นทะลุเข้ามา
"นายหัวครับ! แย่แล้วครับ! คุณธนา... คุณธนาพาคนบุกเข้ามาทางด้านหลังไร่แล้วครับ! ตอนนี้กำลังคุมตัวคนของเราไว้หมดแล้วครับ!"
ภาคินชะงักกอด ดึงใบหน้าออกจากซอกคอของฉันช้าๆ แววตาที่เต็มไปด้วยประกายปรารถนาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในชั่วพริบตา รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนฉันรู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ เขาก้มมองหน้าฉันที่ยังคงหอบหายใจโยนตัวโยน จากนั้นก็ยิ้มเยาะออกมาอย่างน่ากลัว
"ดูท่าทางวันนี้... เราคงยังเคลียร์กันไม่จบง่ายๆ แล้วล่ะครับ เพียงฟ้า"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในวังวนเสน่หาอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 4
สัมผัสแรกแห่งความพ่ายแพ้
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!