กลิ่นควันจางๆ ของใบชาคั่วผสมกับกลิ่นดินหลังฝนตกยังไม่ทันจางหาย เสียงกระจกหน้าต่างเรือนพักรับรองด้านทิศตะวันตกก็แตกกระจายละเอียดพร้อมกับก้อนหินที่ถูกขว้างเข้ามาอย่างแม่นยำ พร้อมกระดาษโน้ตที่พันไว้ด้วยเชือกป่าน
เพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัว ร่างบางที่กำลังยืนส่องกระจกเพื่อจัดเตรียมเอกสารบัญชีไร่ชาสะดุดถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งสติ ประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ของนายหัวภาคินก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาคมกริบดูลึกล้ำและดุดันรากับพายุที่กำลังก่อตัว
"เกิดอะไรขึ้น!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องพร้อมกับที่มือหนาคว้าแขนเรียวของเธอเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ แรงบีบที่ข้อศอกหนักหน่วงจนเพียงฟ้าต้องนิหน้าด้วยความเจ็บ
"ฉัน... ฉันไม่รู้ค่ะ... เอ๊ย ฉันไม่รู้!" เพียงฟ้าเผลอหลุดปากแก้คำสรรพนามเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมากดดัน "มีคนปาหินเข้ามาทางหน้าต่างค่ะนายหัว"
ภาคินไม่ตอบ เขาก้มลงเก็บก้อนหินที่ห่อกระดาษขึ้นมา แกะเชือกออกด้วยมือเดียว สายตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ บนกระดาษยับยู่ยี่ด้วยสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่น
*‘เตือนครั้งสุดท้าย... ส่งตัวผู้หญิงคนนั้นมาให้คุณธนาซะ ไม่งั้นไร่ชานี้ราบเป็นหน้ากลองแน่’*
รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของนายหัวหนุ่ม มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังกระหายเลือด ภาคินขยำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ก่อนจะโยนลงพื้นอย่างไม่ใยดี
"มันกล้ามาก..." น้ำเสียงลอดไรฟันของภาคินแหบพร่าและเต็มไปด้วยไอสังหาร "กล้ามาเหยียบจมูกฉันถึงถิ่น"
"ธนาใช่ไหมคะ..." เพียงฟ้าหน้าซีดเผือด เธอมองหน้าภาคินที่ตอนนี้แววตาดุดันราวกับพร้อมจะฉีกกระชากใครก็ตามเป็นชิ้นๆ "เขาต้องการอะไรจากฉันอีก"
"มันไม่ได้ต้องการแค่ตัวเธอ..." ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังบางแนบติดกับผนังห้อง วงแขนแข็งแรงยกขึ้นกักขังเธอไว้ด้วยการทาบมือลงกับผนังทั้งสองข้าง กลิ่นกายบุรุษเพศที่คุ้นเคยผสมผสานกับความตึงเครียดแผ่ซ่านจนเพียงฟ้ารู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "แต่มมันกำลังท้าทายอำนาจของฉัน และนั่นคือสิ่งที่มันไม่มีวันให้อภัย"
"นายหัวจะทำอะไรคะ" เพียงฟ้าเงยหน้าสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัวธนา แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างหนาตรงหน้า
"ทำให้มันรู้ว่า... ของของใคร ใครก็ไม่มีสิทธิ์แตะ"
ภาคินก้มลงประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มของเธออย่างไร้การปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างดุดัน รสจูบเร่าร้อน รุกล้ำ และหนักหน่วงจนเพียงฟ้ารู้สึกมึนงง เรียวลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนลงมาโอบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนร่างทั้งสองแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
ความหวาดกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายใต้สถานการณ์ที่คุกเข็ญและอันตราย ร่างกายของพวกเขากลับโหยหากันและกันยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพียงฟ้าส่งเสียงครางประท้วงในลำคอเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าสำผัสผิวเนียนนุ่ม สัมผัสดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยเสน่หาทำให้สติสัมปชัญญะของเธอล่องลอย
ภาคินถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หญิงสาวหอบหายใจโกยกอบอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากบวมเจ่อและแก้มใสที่แดงก่ำด้วยความปรารถนา เขาอุ้มร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายโดยที่เพียงฟ้าต้องรีบคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้ร่วงหล่น
"นายหัว..."
"เงียบซะฟ้า... คืนนี้ฉันจะทำให้เธอลืมไอ้สวะนั่นไปเลย"
เขาก้าวพาร่างของเธอไปยังเตียงนอนกว้าง ล้มตัวลงทาบทับร่างนุ่มนวลอย่างหิวกระหาย ความเร่าร้อนในค่ำคืนนี้พุ่งทะยานขึ้นขีดสุดท่ามกลางเสียงลมพายุข้างนอกที่เริ่มคำรามก้อง ปลุกเร้าบรรยากาศให้ดาร์กและเย้ายวนยิ่งขึ้นไปอีกขั้น บทเพลงรักอันดุเดือดและลึกซึ้งดำเนินไปอย่างไร้การควบคุม สัมผัสทุกอณูผิว ลมหายใจที่กระชั้นชิด และเสียงครางหวานหูที่ประสานไปกับเสียงฟ้าร้องด้านนอก สร้างโลกใบเล็กที่มีเพียงเขากับเธอในวังวนแห่งเสน่หาที่ถอนตัวไม่ขึ้น
...
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ ร่างของทั้งสองนอนแนบชิดกันอยู่บนเตียง ภาคินกอดกระชับเอวบางไว้แน่น ขณะที่เพียงฟ้านอนซบอยู่บนแผงอกกว้าง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา
แต่แล้ว... ความเงียบสงบในยามวิกาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบารem ที่ดังขึ้นบริเวณระเบียงด้านนอกห้องนอน
ภาคินลืมตาโพรงขึ้นในทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันราวนักล่าที่จับสัญญาณอันตรายได้ เขาดันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็วจนเพียงฟ้าสะดุ้งตื่นตาม
"มีคนมา..." เพียงฟ้ากระซิบเสียงสั่น คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย
นายหัวหนุ่มยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามพูด ก่อนจะก้าวลงจากเตียงหยิบปืนพกสั้นที่วางไว้บนหัวเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูระเบียงที่ปิดสนิททีละนิด บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ
*ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะกระจกเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านนอก แต่สิ่งที่ทำให้ภาคินและเพียงฟ้าต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่ใช่เสียงเคาะ... แต่เป็นเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่ง พร้อมกับกลิ่นหอมคุ้นเคยของน้ำหอมราคาแพงที่ลอยเข้ามาแตะจมูก
ไม่ใช่ลูกน้องของธนา... แต่เป็นเสียงกระซิบแหบพร่าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก
*“นายหัวคะ... เปิดประตูให้รินหน่อยค่ะ รินรู้ว่าคุณกำลังซ่อนยัยผู้หญิงคนนั้นไว้”*
ดวงตาของภาคินหรี่แคบลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ขณะที่เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อรู้ว่าใครคือผู้ที่ยืนอยู่หลังประตูกระจกในยามวิกาลเช่นนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 16
แผนร้ายในไร่ชา
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!