เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 22

ประกาศิตความเกลียดชัง

ผลงานโดย ภูริศร์
กลิ่นไอสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายยังไม่ทันจางหายไปจากระเบียงด้านนอก ความตึงเครียดระลอกใหม่ก็โหมกระหน่ำเข้ามาในห้องรับแขกส่วนตัวของเรือนพักใหญ่ จนอากาศรอบกายแทบจะกลายเป็นของแข็ง “ดูเหมือนจะมีคนอยากเข้ามาตายในอาณาเขตของผมเพิ่มอีกสินะครับ...” ประโยคราบเรียบเย็นชาที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของภาคินเมื่อครู่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเพียงฟ้า หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีเข้มยืนตัวสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำ ร่างกายของเธออัดแน่นไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์จนแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ภาพเหตุการณ์ที่ลูกน้องของธนาบุกเข้ามาลอบทำร้ายเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ทำให้เธอตระหนักได้ดีว่า การก้าวเข้ามาอยู่ในอาณาจักรสีเทาแห่งนี้ มันเทียบเท่ากับการเอาชีวิตมาแขวนไว้บนเส้นด้าย แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด... ไม่ใช่กระสุนปืนหรือคมมีดของศัตรู แต่มันคือผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้ต่างหาก ภาคิน นายหัวหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือและสายตาดิบเถื่อนที่กำลังมองเธอราวกับเธอเป็นเพียงนกน้อยในกรงทองที่เขาจะบีบให้ตายหรือจะคลายให้รอดเมื่อไหร่ก็ได้ “คุณทำบ้าอะไรลงไปอีกแล้วภาคิน!” เสียงหวานที่เคยสั่นเครือ บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแหลมคมที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เพียงฟ้าหวีดร้องออกมาอย่างเหลืออด เธอไม่สนใจอีกแล้วว่าอำนาจของเขาจะยิ่งใหญ่คับฟ้ามาจากไหน ไม่สนว่ากระสุนในรังเพลิงของเขาจะปลิดชีพใครได้บ้างในพริบตาเดียว “คุณลากฉันเข้ามาพัวพันกับเรื่องสกปรกพวกนี้ทำไม! ชีวิตฉันต้องกลายเป็นเป้านิ่งให้พวกมันตามล่าไปถึงไหน!” ภาคินไม่ได้ขยับตัวหนี ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อตึงแน่นและรอยสักเลือนรางที่ต้นแขน เขาย่างสามขุมเข้าไปหาเธออย่างเชื่องช้า ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม แววตาคมกริบมีประกายความหงุดหงิดระคนความเย่อหยิ่งทอดมองลงมา “พูดจาให้มันดีๆ หน่อยครับ เพียงฟ้า...” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความกดดัน “นั่นคือพวกมันที่บุกรุกเข้ามาหาเรื่องผมถึงถิ่น ไม่ใช่ผมที่วิ่งไปหาพวกมัน” “แต่เพราะคุณ! เพราะข้อตกลงบ้าๆ ระหว่างคุณกับพ่อฉันต่างหาก!” เพียงฟ้าตะโกนสวนขึ้นมาทันที หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อล้นทะลักขอบตาไหลอาบแก้มเนียน แต่มันไม่ได้ทำให้เธอดูอ่อนแอลงเลยแม้แต่น้อย เธอกลับเชิดหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว “คุณอยากได้ตัวฉันนักใช่ไหม? คุณอยากใช้ฉันเป็นเครื่องมือแก้แค้นธนา อยากใช้ฉันเป็นของเล่นแก้เบื่อในห้องนอนของคุณใช่ไหมล่ะ?!” “เพียงฟ้า!” ภาคินคำรามลั่น กรามหนาขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความอดทนที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้มักจะบางเบาเสมอเมื่อเธอทำตัวดื้อรั้น “ปล่อยฉันไปเสียทีเถอะค่ะ... ไม่สิ! ปล่อยฉันไปเถอะนะภาคิน!” หญิงสาวเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเว้าวอนแกมตัดพ้อ มือเรียวเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือตัวเอง “คุณอยากได้เงินเท่าไหร่เพื่อแลกกับการเป็นอิสระของฉัน? หรือฉันต้องคุกเข่าอ้อนวอนคุณตรงนี้ใช่ไหม คุณถึงจะพอใจและเลิกจองจำฉันไว้แบบนี้สักที!” คำว่า ‘ปล่อยฉันไป’ กระแทกกระทั้นลงบนความรู้สึกของภาคินราวกับค้อนเหล็ก ความหึงหวง ดิบเถื่อน และความเอาแต่ใจที่ถูกกดทับไว้พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาเกลียด... เกลียดเวลาที่เธอพยายามจะวิ่งหนีเขา เกลียดแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจคู่นั้น และที่สำคัญที่สุด... เขาเกลียดคำว่าอยากไปจากปากของเธอ พรืด! เพียงฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว ร่างบางก็ถูกกระชากเข้าหาอ้อมอกแกร่งด้วยแรงมหาศาลที่ไร้ซึ่งความปรานี แรงเหวี่ยงนั้นทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปชั่วขณะ ก่อนที่แผ่นหลังบอบบางจะถูกดันให้แนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ลมหายใจร้อนผ่าวของชายหนุ่มเป่ารดอยู่ข้างแก้ม พร้อมกับมือหนาข้างหนึ่งที่ยกขึ้นล็อกคางของเธอไว้แน่น บังคับให้เงยหน้าขึ้นมารับจ้องมองเขา “อยากไปมากเหรอครับ... หืม?” เสียงกระซิบต่ำพร่าชิดริมฝีปาก เต็มไปด้วยความอันตรายที่สั่นประสาท “คิดว่าเอาตัวรอดออกไปจากไร่ชาของผมได้แล้ว จะมีปัญญาไปซุกหัวอยู่ที่ไหนพ้นตีนผมงั้นเหรอ เพียงฟ้า” “ปล่อยนะ... คนใจร้าย!” เพียงฟ้าดิ้นรนสุดกำลัง มือทั้งสองข้างทุบตีลงบนแผ่นอกกว้างที่หนาแน่นไปด้วยมัดกล้าม แต่มันไม่ได้ทำให้เขาขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเธอถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการแห่งอำนาจที่เหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง “คุณมันก็แค่คนป่าเถื่อนที่ใช้อำนาจกดขี่คนอื่น! ฉันเกลียดคุณ... ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดคุณที่สุด!” คำว่า ‘เกลียด’ หลุดออกมาจากปากอิ่มที่บวมเจ่อจากการขบเม้มในหลายวันก่อนหน้านี้ แทนที่มันจะทำให้ภาคินถอยห่าง กลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระพือไฟสวาทและโทสะในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นอย่างไร้การควบคุม มุมปากของนายหัวหนุ่มกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาคมกริบฉายแววดิบเถื่อนและกระหายหิวอย่างปิดไม่มิด “เกลียดผมเหรอครับ...” ภาคินทวนคำด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ใบหน้าคมคายโน้มลงต่ำจนปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนสูดดมความหอมกรุ่นที่เขาหลงใหลเข้าปอดลึก “ปากบอกว่าเกลียด... แต่ร่างกายของคุณมันกำลังสั่นระริกและฟ้องความจริงตรงกันข้ามอยู่ทุกวินาทีนะ เพียงฟ้า” สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง ทำให้เพียงฟ้าสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั่วร่าง ความตื่นกลัวผสมปนเปไปกับกระแสความวาบหวามที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยที่เธอไม่ต้องการ ร่างกายทรยศของเธอมักจะพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสของเขาเสมอ แม้ในยามที่หัวใจกำลังกรีดร้องปฏิเสธก็ตาม “ไม่... ปล่อยฉันนะ ภาคิน... อื้อ!” คำประท้วงทั้งหมดถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี จูบที่ปะปนไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ความต้องการ และการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ใช่จูบที่อ่อนโยน แต่มันคือการลงทัณฑ์ รุกราน และบดขยี้เรียวปากนุ่มจนรสชาติหวานล้ำเจือด้วยกลิ่นคาวสนิมจางๆ ของเลือด เพียงฟ้าพยายามเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อขัดขืน แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะต้านทานพญาเสืออย่างภาคินได้ มือหนาเลื่อนลงไปบีบเอวคิ้วคอดของเธอให้แอ่นแนบชิดเข้าหาร่างแกร่ง ก่อนจะใช้นิ้วแกร่งกดลงที่กรามล่างของเธอจนต้องอ้าปากรับสัมผัสร้อนแรงที่รุกล้ำเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวามไหวไปทั่วโพรงปาก เล้าโลม ดุดัน และเรียกร้อง จนสมองของหญิงสาวขาวโพลน ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับไร้กระดูก ความโกรธแค้นที่เคยมีเมื่อครู่เริ่มเลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยเปลวเพลิงปรารถนาที่แผดเผาจนผิวเนื้อร้อนผ่าว ภาคินถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เพียงฟ้ายืนหอบหายใจโยนตัวด้วยความเหนื่อยอ่อน ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตื่นตระหนกและตัดพ้อ ขณะที่หน้าอกอวบอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ขาดห้วง “จำไว้ซะนะ... เพียงฟ้า” ภาคินกระซิบชิดใบหูที่ขึ้นสีแดงก่ำ เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย “ต่อให้คุณจะเกลียดผมจนแทบอยากจะฆ่าผมให้ตายคาอก... แต่จำใส่สมองไว้เลยว่า คุณไม่มีวันหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของผมได้แม้แต่นهایی...!” ยังไม่ทันที่เพียงฟ้าจะได้ตอบโต้ หรือกลั่นกรองคำพูดใดออกมาจากความสับสนงุนงง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวเร็วผิดปกติ ตามด้วยเสียงรายงานของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก “นายหัวครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางไร่ฝั่งตะวันตก... มีคนลอบวางเพลิง และตอนนี้ไฟกำลังลามไหม้โกดังเก็บใบชาล็อตใหญ่ครับ!” รอยยิ้มเยnชาบนใบหน้าของภาคินแข็งค้างในเสี้ยววินาที แววตาดิบเถื่อนแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมวับวาวในพริบตา เขละละมือออกจากเอวบางของเพียงฟ้าช้าๆ แต่สายตายังคงจ้องมองเธอนิ่งราวกับต้องการจะตรึงเธอไว้ตรงนั้น เพียงฟ้าหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินคำรายงานนั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่าง ภาคินหันหลังกลับช้าๆ พลางหยิบปืนพกสีดำสนิทขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา และเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายเธอกลายเป็นน้ำแข็ง “ดูเหมือนว่าเกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ สินะครับ... เพียงฟ้า” ...โปรดติดตามตอนต่อไป... * * * * * ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ภูริศร์" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%