“ดูเหมือนว่างานเลี้ยงคืนนี้จะเริ่มเร็วไปหน่อยนะ ภาคิน... แล้วของเล่นชิ้นโปรดของแกน่ะ ฉันขอรับไปดูแลต่อเองก็แล้วกัน!”
คำประกาศกร้าวจากปากของธนา ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองส่วนตัว บรรยากาศรอบกายราวกับถูกแช่แข็งด้วยความตึงเครียด สายตาคมกริบของธนากวาดมองร่างบางของเพียงฟ้าที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธอยู่เบื้องหลังนายหัวหนุ่ม
รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากของศัตรูคู่อาฆาตเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองเพลิงโทสะที่สุมอยู่ในอกของภาคิน
เพล้ง!
แก้วทรงสูงในมือหนาถูกบีบจนแตกละเอียด คราบไวน์สีแดงฉานไหลปะปนกับหยดเลือดสดๆ ที่ซึมผ่านอุ้งมือแกร่ง แต่ชายหนุ่มกลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมดุสีนิลคู่นั้นมืดสนิท ดิบเถื่อน และเยียบเย็นจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนผู้ติดตามของธนาถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
“ของเล่นงั้นเหรอ...” ภาคินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับทรงพลังพอดึงเอาอากาศรอบตัวให้หายไปจนหมดสิ้น “มึงคิดว่าผู้หญิงของกู เป็นแค่ของเล่นที่ใครจะมาขอหยิบฉวยไปได้ตามอำเภอใจอย่างนั้นเหรอ ธนา”
“ก็ลองถามเจ้าตัวดูสิ ว่าอยากจะอยู่กับนายหัวเถื่อนๆ อย่างแก หรือจะไปรับความสุขสบายกับฉัน...” ธนายังคงยิ้มเย้ย ท้าทายอำนาจมืดที่เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายถือครองอยู่
เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมปนเปกับความถือดี แม้ลึกๆ ในใจเธอจะรู้ดีว่าการต่อกรกับผู้ชายอย่างภาคินมีแต่จะหาเรื่องใส่ตัว แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ก็ไม่ยอมให้เธอยืนนิ่งเป็นตุ๊กตาให้ใครเอามาต่อรองราวกับไม่ใช่คน
“ฉันไม่ใช่ของใครทั้งนั้น!” เพียงฟ้าโพล่งขึ้นแทรกกลางวงความตึงเครียด ดวงตากลมโตจ้องมองธนาก่อนจะหันกลับไปสบตาคมดุของภาคินอย่างไม่เกรงกลัว “และฉันก็ไม่ได้อยากไปไหนกับคุณทั้งนั้นแหละ... ธนา!”
คำพูดที่สวนกลับอย่างฉับพลันทำเอาบรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงไปอีกขั้น ธนาหน้าเสียเล็กน้อยด้วยความเสียหน้า ขณะที่ภาคิน... ระเบิดอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้จนถึงขีดสุด
“หุบปาก!”
เสียงคำรามต่ำในลำคอของภาคินดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าประชิดตัวหญิงสาวในเสี้ยววินาที ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวของเพียงฟ้าแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซถลาปะทะกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม
“กลับไปรอฉันที่ห้อง... เดี๋ยวนี้!” ภาคินตวาดสั่งธนาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ก่อนจะหันมาใช้สายตาดุดันราวกับซาตานมองเพียงฟ้าที่ยังคงเชิดหน้าสู้สายตาเขา “ส่วนเธอกับฉัน... มีบัญชีต้องสะพงสะप्र้างกันยาวแน่ แค่กล้าต่อปากต่อคำกับฉันต่อหน้าคนอื่น เธอเตรียมตัวรับโทษทัณฑ์จากฉันได้เลย เพียงฟ้า!”
ธนาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันเมื่อเห็นท่าทางเกรี้ยวกราดนั้น ก่อนจะยอมถอยทัพออกไปจากห้องตามคำขู่ผสมคำเตือนที่รู้ดีว่าหากอยู่ต่อนานกว่านี้อาจไม่ได้เดินออกไปเฉยๆ
ประตูห้องรับรองปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกกลอนจากด้านนอกที่ดังขึ้น ราวกับตัดขาดโลกภายนอกและกักขังทั้งสองไว้ในกรงขังแห่งอารมณ์ที่ร้อนระอุ
เพียงฟ้าสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่มอย่างแรง เธอยกมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาของเขา
“ฉันพูดความจริง คุณไม่มีสิทธิ์มาทำราวกับฉันเป็นทาสในเรือนเบี้ยของคุณนะ ภาคิน!” เธอตวาดกลับเสียงสั่นระริก
“ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?” ภาคินก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ตะครุบเหยื่อ ร่างสูงใหญ่กดดันจนเพียงฟ้าต้องถอยร่นจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ “เธอเอาตัวเข้าแลกเพื่อใช้หนี้ให้ครอบครัวไม่ใช่เหรอ เพียงฟ้า ลืมไปแล้วหรือไงว่าสถานะของเธอตอนนี้คืออะไร... หืม?”
“ฉันไม่ได้ลืม! แต่ฉันไม่ใช่ทาส! ฉันมีศักดิ์ศรี!”
“ศักดิ์ศรีเหรอ?” ภาคินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเยียบเย็นและดุดัน “คนที่ไม่มีแม้แต่เงินจะจ่ายดอกเบี้ยอย่างเธอ ไม่สมควรมีสิทธิ์มาพูดคำว่าศักดิ์ศรีกับฉัน ปากเก่งนักใช่ไหม... อยากรู้นักว่าถ้าฉันทำให้เธอครางใต้ร่าง ปากเก่งๆ ของเธอจะยังพูดคำนี้ออกมาได้อีกหรือเปล่า!”
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหนาก็ก้มลงประกบปิดเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว การจูบครั้งนี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดัน รุกราน และลงทัณฑ์เพื่อสั่งสอนให้เธอหลาบจำ
“อื้อ... ปล่อยนะ!” เพียงฟ้าพยายามทุบตีอกกว้างและเบือนหน้าหนี แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวกายของชายหนุ่ม
ภาคินใช้มือหนาเพียงข้างเดียวรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียวตรึงไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ขณะที่มืออีกข้างสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมยาวสลวยเพื่อล็อกท้ายทอยไม่ให้เธอหนีไปไหน ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้กลีบปากบางอย่างเอาแต่ใจ ไล่ต้อนเรียวลิ้นนุ่มด้วยความเร่าร้อนและดิบเอน รสจูบที่ทั้งดุดันและหิวกระหายทำให้เพียงฟ้ารู้สึกหายใจไม่ออก สมองขาวโพลน ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา
ความโกรธ ความหึงหวง และแรงปรารถนาอันดิบเถื่อนหลอมรวมกันอยู่ในจูบนี้ ภาคินขบเม้มริมฝีปากเธอจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ก่อนจะผ่อนน้ำหนักลงเมื่อรับรู้ถึงแรงสะอื้นไห้ที่เริ่มเล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง
ดวงตากลมโตของเพียงฟ้าคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตา ความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสของเขาทำให้เธอรู้สึกเจ็บใจตัวเองเหลือเกิน ร่างกายที่ต่อต้านในทีแรก บัดนี้กลับอ่อนยวบลงอย่างน่าสมเพช ปฏิกิริยาตอบสนองตามสัญชาตญาณทำให้เนื้อตัวเธอร้อนรุ่มและสั่นสะท้านไปกับสัมผัสวาบหวามที่เขาจงใจป้อนให้อย่างไม่หยุดยั้ง
ภาคินผริมฝีปากออกช้าๆ สายตาคมกريบมองสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยฤทธิ์จูบและอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ลมหายใจหอบกระชั้นของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบ
“เก่งนักไม่ใช่เหรอ... ทำไมตอนนี้ถึงได้ตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะ เพียงฟ้า” เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู พร้อมกับปลายนิ้วร้อนที่ลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง แวะวนอยู่ที่กระดุมเม็ดบนของเสื้อเชิ้ตเธออย่างจงใจ
“คนใจร้าย...” เพียงฟ้ากระซิบเสียงสั่น เปลือกตาปิดลงเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่เอ่อล้น แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการแอ่นอกรับสัมผัสจากปลายนิ้วซุกซนนั้นอย่างเผลอไผล
ภาคินไม่รอช้า มือหนากระชากกระดุมเม็ดนั้นออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความตื่นตระหนกและแรงปรารถนา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนมุมปากของนายหัวหนุ่ม
เขาก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาวผ่อง สูดดมความหอมหวานที่ติดตรึงใจมาโดยตลอด ฝาก2รอยจูบหนักหน่วงลงบนผิวเนื้อนุ่มจนเกิดรอยแดงช้ำเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
เพียงฟ้าร้องครางแผ่วในลำคอ มือที่เคยถูกพันธนาการไว้ถูกปล่อยเป็นอิสระ แต่เธอกลับไม่ได้ผลักไสเขาอย่างที่ปากพูด นิ้วเรียวกลับจิกเข้าที่ไหล่กว้างของเขาแน่นเพื่อระบายความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
แรงดึงดูดอันตรายระหว่างทั้งคู่กำลังแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ในวังวนแห่งเสน่หาที่ไร้ทางออก...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเร่าร้อนในห้องอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
“นายหัวคะ! รินเองค่ะ... รินได้ยินว่ามีเรื่องกันในห้องนี้ เปิดประตูให้รินหน่อยนะคะนายหัว!”
เสียงของรินรดา คุณหนูตระกูลดังคู่หมั้นเก่าที่ถือวิสาสะบุกมาถึงเรือนรับรอง ทำเอาภาคินหยุดชะงักการกระทำ นัยน์ตาคมดุหรี่ลงด้วยความหงุดหงิดระคนรำคาญใจ ขณะที่เพียงฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่
ภาคินผละออกจากร่างบางช้าๆ ปรายตามองประตูห้องด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่ถูกขัดจังหวะเวลาล่าเหยื่อ เขาก้มลงกระซิบข้างหูของเพียงฟ้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเยียบเย็น ที่ทำให้คนฟังขนลุกซู่ไปถึงกระดูกสันหลัง
“อยู่ตรงนี้... ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด จนกว่าฉันจะจัดการข้างนอกเสร็จ ไม่อย่างนั้น... เธอจะได้รู้ว่าบทลงโทษที่แท้จริงมันเป็นยังไง เพียงฟ้า”
———————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเร่าร้อนและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว•ตอนที่ 10
ศึกปะทะศักดิ์ศรี
ผลงานโดย ภูริศร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภูริศร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นสัญญารักร้าย ยัยตัวแสบของนายหัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!