"นั่นไม่ใช่เสียงคนตาย แต่มันคือเสียงของความผิดพลาดที่ฉันพยายามกลบฝังไว้ใต้ผืนดินนานเกินไป"
ธันวาพึมพำกับตัวเองขณะที่ปลายนิ้วยังคงสั่นเทาอยู่เหนือฟันเฟืองทองเหลืองชิ้นจิ๋วภายในนาฬิกาพกเรือนเก่า กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าในร้านซ่อมนาฬิกาเล็กๆ แห่งนี้ไม่เคยทำให้เขารู้สึกปลอดภัยได้เลยนับตั้งแต่วินาทีนั้น เสียงทุ้มแหบพร่าที่ลอดผ่านหลังประตูร้านเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงหลอน แต่เป็นเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและอดีตที่เขาจงใจลืม
"ธันวา? คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
ลินินก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เธอมักพกติดตัว เธอชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ซีดเผือดราวกับคนเห็นผี ดวงตาของเขาจดจ้องไปยังประตูไม้บานหนาที่ปิดสนิทราวกับมันกำลังจะพังทลายลงมา
"อย่าเพิ่งเข้ามา" ธันวาสั่งเสียงเข้มพลางลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไม้ส่งเสียงครืดคราดน่ารำคาญใจ เขาก้าวไปที่หน้าต่างร้าน แง้มม่านกันฝุ่นออกเพียงนิดเพื่อกวาดสายตามองไปบนถนนที่เงียบเชียบในยามพลบค่ำ ถนนเส้นนี้ที่เคยดูคุ้นตา บัดนี้กลับดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยมุมมืดที่น่าหวาดหวั่น
"มีอะไรครับ" ลินินถามเสียงแผ่ว เธอไม่เคยเห็นธันวาในสภาพที่ไร้การควบคุมเช่นนี้มาก่อน
"มีคนอยู่ที่นี่" ธันวาตอบโดยไม่หันกลับมามอง "คนที่ควรจะนอนสงบนิ่งอยู่ในหลุมศพเมื่อยี่สิบปีก่อน"
ลินินชะงักไปครู่หนึ่ง มือของเธอที่กำสายกระเป๋าแน่นขาวซีด เธอพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้ลึกๆ ในใจจะมีความหวังที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้ว่า 'พ่อ' อาจจะยังไม่ตาย แต่ในเวลาเดียวกัน ความกลัวก็กัดกินหัวใจเธอจนเจ็บแปลบ
"คุณหมายถึง... พ่อของฉันเหรอ?" เสียงของลินินสั่นเครือ
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชี้มือไปยังเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ใต้เสาไฟฟ้าฝั่งตรงข้าม ชายแปลกหน้าสวมเสื้อโค้ทสีเทาหม่น หมวกปีกกว้างบดบังใบหน้าเกือบทั้งหมด ร่างนั้นยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ไม่ขยับเขยื้อน ไม่สนใจสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมา ทว่าสายตาที่มองตรงมายังร้านซ่อมนาฬิกาของพวกเขานั้น... ธันวารู้สึกได้ถึงคมมีดที่กรีดลงบนแผ่นหลัง
"เขาไม่ได้มองมาที่ฉันลินิน" ธันวากระซิบพลางหันมาหาหญิงสาว ดวงตาคมกล้าของเขาฉายแวววิตก "เขากำลังมองคุณ"
ทั้งคู่ตัดสินใจปิดร้านเร็วกว่ากำหนด ธันวาคว้ากุญแจรถพร้อมกับปืนพกกระบอกเก่าที่เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องนำกลับมาใช้งานอีกครั้ง พวกเขาเดินลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยที่มืดมิดเพื่อกลับที่พัก ลินินรู้สึกถึงความกดดันที่ถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ ทุกฝีก้าวที่เดินดูเหมือนจะมีเงาติดตามอยู่ห่างๆ เสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นคอนกรีตดังตามหลังมาเป็นจังหวะที่น่าขนลุก... ก้าวต่อก้าว ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป
"หยุดเดินเถอะครับ" ธันวาหยุดกะทันหันในซอยตันแห่งหนึ่งที่เชื่อมไปยังหลังบ้านลินิน เขาผลักลินินไปไว้ด้านหลังก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับความมืดเบื้องหลัง "จะตามไปถึงไหน? จะเอาอะไรจากฉันอีก"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ชายในเสื้อโค้ทจะก้าวออกมาจากเงามืดของตึกแถว เขาไม่ได้มีท่าทีรีบร้อน แสงไฟจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ เหนือหัวทำให้ใบหน้าของชายผู้นั้นดูน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นเป็นเท่าตัว รอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาลงมาถึงมุมปาก และนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่ไร้ความรู้สึกคู่นั้น... ธันวาจำมันได้ดี
นั่นคือแววตาของปีศาจที่เขาเคยร่วมงานด้วยเมื่อยี่สิบปีก่อน
"นายแก่ลงไปเยอะนะ ธันวา" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบจนน่าสยอง "นาฬิกาที่นายซ่อม... มันเดินตรงหรือเปล่า? หรือว่ากลไกข้างในมันพังไปหมดแล้วเหมือนกับชีวิตของนาย"
"นายน่าจะตายไปแล้ว" ธันวากัดฟันกรอด นิ้วชี้เกี่ยวไกปืนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท
"โลกนี้ไม่มีใครตายจริงหรอก ถ้าเขายังมีสิ่งที่ต้องทำไม่เสร็จ" ชายคนนั้นแสยะยิ้ม สายตาเหลือบไปมองลินินที่สั่นเทาอยู่ข้างหลังธันวา "แม่หนูนี่... ดูไปดูมาก็หน้าตาเหมือนพ่อเธอไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนั่น... มันช่างอันตรายจริงๆ"
"อย่าแตะต้องเธอ!" ธันวาตะโกน
"ฉันไม่ได้จะแตะต้องเธอวันนี้" ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับไปในความมืดที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม "แค่จะบอกว่า... ของที่นายซ่อนไว้ใต้ผืนดินในวันนั้นน่ะ มันกำลังจะถูกขุดขึ้นมาในไม่ช้า เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ เพื่อนเก่า... เพราะนาฬิกาชีวิตของนาย มันเริ่มนับถอยหลังอีกครั้งแล้ว"
ธันวายืนตัวแข็งทื่อ เขาไม่กล้าแม้แต่จะเหนี่ยวไกปืนในมือ ความกลัวไม่ได้เกิดจากการถูกขู่ แต่มันเกิดจากความจริงที่ว่า ชายคนนี้รู้... รู้ว่าเขาซ่อนอะไรไว้ และรู้ว่าความลับนั้นกำลังจะทำลายล้างทุกอย่างที่เขาพยายามปกป้อง
ในขณะที่ชายคนนั้นหายลับไปในความมืด ลินินก็เดินออกมาจากด้านหลังของธันวา มือของเธอหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพาย มันคือจี้เงินรูปนาฬิกาทรายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ก่อนหายตัวไป จู่ๆ จี้เงินนั้นก็เริ่มสั่นไหวและมีเสียงกลไกเล็กๆ ดังออกมาจากข้างใน พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่ส่องสว่างขึ้นกลางความมืดมิดของตรอก
ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในมือลินิน "นั่น... เธอเอามาจากไหน"
ลินินมองจี้ในมือด้วยความงุนงง "ฉันไม่ได้หยิบมันออกมานะ... มันเหมือนกับว่า... มีใครบางคนวางมันไว้ในกระเป๋าของฉัน ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้"
ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงฝีเท้าที่หายไปเมื่อครู่กลับดังขึ้นอีกครั้ง แต่มันไม่ได้ดังมาจากทิศทางที่ชายแปลกหน้าจากไป... แต่มันดังมาจากทางด้านหลังของพวกเขาเอง ที่ที่ไม่มีทางออกนอกจากกำแพงอิฐเก่าๆ ธันวาหันขวับไปมองที่กำแพงนั้น และพบว่าเงาของเขาทั้งสองบนพื้นกำแพงไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของพวกเขา แต่มันกำลังหมุนวนไปมาด้วยจังหวะเดียวกับเสียงนาฬิกาทรายในมือของลินิน!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงมีสติอยู่กับความลับนี้ เพราะตอนหน้า... สิ่งที่ธันวาฝังไว้จะเริ่มทวงถามความยุติธรรมจากเขาครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเงามืดไปกับผมนะครับ - แบล็กสมิธในตำนาน
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 3
เงาในเงามืด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!