"คุณลบมันทิ้งเสียเถอะ... เงาบนผนังนั่น"
ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น มือของเขากำไขควงตัวเล็กในกระเป๋าเสื้อกั๊กแน่นจนสันมือขาวซีด สายตาคมกริบจับจ้องไปที่เงาดำที่กำลังเต้นเร่าบนอิฐเก่าคร่ำคร่า มันไม่ใช่เงาของคนสองคน แต่มันเป็นรูปร่างของฟันเฟืองที่บิดเบี้ยว กำลังขบกันไปมาจนเกิดเสียงขูดขีดที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท
ลินินไม่ได้ขยับตัว เธอเพียงแต่มองนาฬิกาทรายในมือที่ทรายสีดำสนิทไหลย้อนขึ้นสู่ด้านบนอย่างผิดธรรมชาติ "ฉันลบอดีตไม่ได้หรอกธันวา และคุณเองก็รู้ดีว่าทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่"
"ผมแค่ต้องการให้ทุกอย่างหยุด" ธันวาแค่นเสียงตอบ เขาขยับกายบังหญิงสาวไว้โดยสัญชาตญาณ แม้ลึกๆ จะรู้ดีว่าสิ่งที่เผชิญอยู่เหนือสามัญสำนึกของมนุษย์ทั่วไป "เรื่องของพ่อคุณเมื่อยี่สิบปีก่อน มันคือจุดจบที่ไม่มีใครยอมรับได้ แต่การที่คุณดึงผมเข้ามาในวงจรนี้ มันไม่ใช่ทางออก แต่มันคือการไขลานเพื่อรอเวลาพังทลาย"
ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไหวระริกภายใต้แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้า "พังทลายเหรอ? ในเมื่อทุกอย่างมันพังตั้งแต่คืนนั้นแล้ว ธันวา! พ่อฉันไม่ได้หายไปไหน เขาถูกกักขังอยู่ในรอยแยกของเวลาที่ใครบางคนสร้างขึ้น และคุณ... ช่างซ่อมนาฬิกาผู้ปิดตายตัวเองไว้กับกลไกเก่าๆ คือคนเดียวที่จะถอดรหัสนี้ได้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่รั่วไหลจากท่อประปาเก่าหลังกำแพง ธันวาถอนหายใจยาว แววตาของเขาเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ลึกๆ เขาไม่ใช่คนกล้าหาญ แต่เขาเป็นคนซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา เขาเคยวางนาฬิกาพกของพ่อลินินไว้บนโต๊ะซ่อมของเขาตั้งแต่วันที่เขาได้รับมันมาเป็นของดูต่างหน้า และบัดนี้ มันกำลังสั่นไหวอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขา ราวกับจะตอบรับกับนาฬิกาทรายในมือหญิงสาว
"เราต้องไปที่สวนสาธารณะ" ธันวาเอ่ยทำลายความเงียบ "ที่นั่นมีอนุสรณ์สถานที่ไม่เคยมีใครพูดถึง มันถูกสร้างขึ้นพร้อมกับวันที่พ่อคุณหายตัวไป ผมจำได้... เพราะเข็มนาฬิกาที่นั่นหยุดเดิน ณ วินาทีเดียวกับที่นาฬิกาเรือนที่ผมซ่อมค้างอยู่"
ลินินเม้มปากแน่น ความหวังเล็กๆ ในแววตาของเธอสว่างขึ้น "คุณยอมช่วยฉันแล้วใช่ไหม?"
"ผมไม่ได้ช่วยคุณ ลินิน" ธันวาหันหลังเดินนำออกไปทางปากซอย แผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเขาสั่นไหวน้อยๆ "ผมแค่ต้องการซ่อมแซมความผิดพลาดของเวลา... เพื่อที่คืนนี้ ผมจะได้นอนหลับโดยไม่มีเสียงฟันเฟืองในหัวคอยหลอกหลอนอีก"
ทั้งสองเดินเคียงข้างกันผ่านความมืดมิดของเมืองที่หลับใหล สวนสาธารณะใจกลางเมืองยามวิกาลดูเงียบเหงาเกินจริง ต้นไม้ใหญ่ทอดกิ่งก้านราวกับมือที่เอื้อมคว้าความว่างเปล่า ธันวาสังเกตเห็นบางอย่าง... ตะเกียงทุกดวงในสวนหรี่แสงลงพร้อมกัน ราวกับมีใครบางคนกดสวิตช์ปิดตายสถานที่แห่งนี้จากระยะไกล
เขาก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูเหล็กดัดที่ขึ้นสนิมกรัง ลินินเดินตามมาติดๆ กลิ่นดินเปียกชื้นลอยมาปะทะจมูก หากแต่มันเจือด้วยกลิ่นกำมะถันจางๆ ที่ทำให้ธันวาต้องหยุดชะงัก
"นั่น" ธันวาชี้ไปยังใจกลางสวน กลางวงเวียนหินอ่อนมีแท่นนาฬิกาแดดตั้งตระหง่าน ทว่าเข็มเงาของมันไม่ได้ชี้ไปที่เลขบนหน้าปัด แต่มันกำลังสั่นระริกไปมาเหมือนเข็มทิศที่พ่ายแพ้ต่อสนามแม่เหล็ก
"มันไม่ได้บอกเวลา" ลินินพึมพำขณะเดินเข้าไปใกล้ "มันกำลังนับถอยหลัง"
ธันวาหยิบนาฬิกาพกเรือนเก่าออกจากกระเป๋า เมื่อเขาเปิดฝาครอบออก เสียงกลไกภายในที่เคยหยุดนิ่งมาตลอดยี่สิบปีกลับดังขึ้น ‘ติ๊ก... ติ๊ก...’ จังหวะของมันสอดประสานกับนาฬิกาทรายของลินินอย่างสมบูรณ์แบบ ทันใดนั้น พื้นดินรอบแท่นนาฬิกาแดดก็เริ่มสั่นสะเทือน รอยแยกรูปกากบาทค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นหินอ่อน
"ถอยออกมา!" ธันวาร้องตะโกน พลางคว้าตัวลินินไว้ แต่หญิงสาวกลับนิ่งงันดุจต้องมนตร์ เธอจ้องมองรอยแยกนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา
จากรอยแยกเบื้องล่าง ไม่ใช่ความมืดมิดที่ว่างเปล่า แต่มันคือกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อน—ภาพชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่กำลังถือกล่องเหล็กกล้าใบหนึ่งไว้ในมือ เขาหันกลับมามองผ่านกระจกนั้นมายังปัจจุบัน สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่ลินิน แต่เขากำลังมองทะลุมายังธันวา
ชายในกระจกเอ่ยปากพูดโดยไม่มีเสียง แต่ธันวากลับอ่านริมฝีปากนั้นได้แม่นยำ ทุกคำพูดทำให้หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น
'อย่าซ่อมมัน... เพราะถ้าคุณซ่อมมันเสร็จ เวลาของคุณก็จะหมดลงเช่นกัน'
ทว่าในวินาทีที่ธันวากำลังจะปล่อยมือจากลินินเพื่อถอยหนี กลับมีมือที่หยาบกร้านและเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งจากในกระจก เอื้อมออกมาคว้าข้อมือของธันวาไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชัดเจนในหูของเขา
"ในที่สุด... เราก็ได้พบกันเสียทีนะ ธันวา... หรือผมควรจะเรียกว่า 'ผู้สืบทอดที่แท้จริง' ดีล่ะ?"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วเราจะมาไขปริศนาที่ทิ้งค้างไว้ในตอนถัดไปนะครับ... แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 4
นัดหมายที่สวนสาธารณะ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!