เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 5

ห้องลับใต้ดิน

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ไม้กระดานพวกนี้จะส่งเสียงร้องฟ้องศัตรูทันทีที่เหยียบลงไป วางเท้าตามรอยของผม... อย่าแม้แต่จะหายใจแรงเกินไปครับ” ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทราวกับคมมีดที่วางนิ่งอยู่บนแผ่นไม้ เขาไม่ได้หันกลับมามองลินิน แต่แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อแจ็คเก็ตสีเข้มนั้นเกร็งขึงจนเห็นสันไหล่ชัดเจน บ้านไม้หลังเก่าที่เคยเป็นที่พักพิงของครอบครัวเขาเมื่อยี่สิบปีก่อน บัดนี้กลายเป็นซากปรักหักพังที่ถูกห้อมล้อมด้วยความมืดและกลิ่นอับชื้นของเชื้อรา ลินินพยักหน้าเงียบๆ เธอพยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังก้องอยู่ในหูจนน่ารำคาญ แสงจากไฟฉายขนาดเล็กในมือธันวาฉาบไปทั่วผนังไม้ที่ผุพัง เผยให้เห็นร่องรอยของการขูดขีดคล้ายคมเล็บสัตว์ป่า “มันไม่ได้หายไปไหนใช่ไหมคะธันวา สมุดเล่มนั้น... พ่อฉันทิ้งมันไว้ที่นี่จริงๆ ใช่ไหม” ลินินถามเบาๆ ในความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากมุมมืด ธันวาหยุดชะงัก เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่เขาส่งมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ผิวสัมผัสเย็นเฉียบของเขาส่งผ่านความรู้สึกวิตกบางอย่างมาถึงเธอ เขาดันตัวเธอให้หลบหลังตู้หนังสือเก่าที่ล้มคว่ำอยู่ “หยุดก่อน” เขากระซิบ สัญญาณไฟฉายดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าจู่โจมประสาทสัมผัส ลินินได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง และเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นดินลึกเข้าไปในตัวบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้ขนลุกชันไม่ใช่ความมืด หากแต่เป็น 'เสียง' ของการหมุนฟันเฟืองเหล็กที่ดังแว่วมาจากใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่เสียงของนาฬิกา แต่มันคือเสียงของกลไกที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น “นี่ไม่ใช่บ้านร้างธรรมดาแล้วลินิน” ธันวาพูด เสียงของเขาแหบพร่า “พ่อของคุณ... เขาไม่ได้แค่ซ่อนของ เขาซ่อน 'รอยเท้า' ของตัวเองไว้ในนี้” เขานำทางเธอไปสู่ห้องครัวด้านหลัง กระดานไม้ที่ดูเหมือนจะปูทับถมกันหนาเต็มนั่นไม่ได้เป็นเพียงพื้นธรรมดา ธันวานั่งลงคุกเข่า มือหยาบกร้านของเขาคลำไปตามรอยหยักของพื้นไม้ ก่อนจะกดลงที่จุดหนึ่งอย่างแม่นยำ *แกร๊ก...* เสียงกลไกปลดล็อกดังขึ้นกังวานไปทั่วโถงเงียบ พื้นไม้แยกตัวออกเผยให้เห็นบันไดหินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง กลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันเครื่องโชยขึ้นมาเตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่ธันวาคุ้นเคยดี กลิ่นที่ทำให้ความทรงจำในวัยเด็กที่เขาพยายามลบเลือนหวนกลับมาทิ่มแทงใจ “ตามผมมา” ธันวาก้าวลงไปก่อน ในห้องลับใต้ดิน แสงจากไฟฉายเผยให้เห็นโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวเขื่องที่ยังคงจัดวางอุปกรณ์เครื่องมือช่างนาฬิกาไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับเพิ่งใช้งานเสร็จเมื่อวาน บนโต๊ะนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่สะดุดตา สมุดปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำคร่าถูกทับไว้ด้วยเฟืองนาฬิกาขนาดใหญ่ ลินินก้าวเข้าไปหาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มือสั่นเทาของเธอเอื้อมไปแตะสมุดเล่มนั้น “นี่มัน... สมุดบันทึกของพ่อ” ขณะที่เธอหยิบสมุดขึ้นมา หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้เผยให้เห็นลายมือหวัดๆ ที่เขียนทิ้งไว้ด้วยหมึกสีแดงฉาน ความว่า: *‘แด่ผู้ที่มาถึงในวันที่นาฬิกาหยุดเดิน... ความจริงไม่ได้ซ่อนอยู่ในหน้ากระดาษ แต่ซ่อนอยู่ในจังหวะที่หัวใจคุณเต้นหลังจากอ่านจบ’* “ธันวาคะ นี่มันหมายความว่ายังไง” ลินินพลิกหน้าถัดไป แต่ทว่า... หน้ากระดาษทั้งหมดกลับว่างเปล่า ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านบน—ไม่ใช่เสียงเดินเบาๆ ของคนทั่วไป แต่มันคือเสียงรองเท้าบูทหนังที่กระทบพื้นไม้ด้วยจังหวะที่มั่นคงและหยิ่งผยอง ธันวาคว้าปืนพกสั้นที่เก็บไว้ใต้เสื้อขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันราวกับนักล่าที่ถูกต้อนให้จนมุม “คุณไม่ได้มาคนเดียวใช่ไหมลินิน? หรือมีคนอื่นที่รู้เรื่องที่นี่นอกจากเราสองคน?” ลินินหน้าซีดเผือด “ฉันมาคนเดียวจริงๆ นะคะ... ธันวา ระวัง!” จากเงามืดตรงมุมห้องลับ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวออกมา เขาถือนาฬิกาพกสีเงินในมือและหมุนมันเล่นราวกับกำลังควงของเล่น ธันวาชะงักงันเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนนั้น ใบหน้าที่เขารู้จักดี... ใบหน้าของคนที่เขาสาบานว่าจะไม่ให้เจอกันอีกตลอดชีวิต “ดีใจที่ได้พบกันนะ... หลานชาย” ชายคนนั้นกล่าวพลางยิ้มเย็น “และเธอก็ดูเหมือนพ่อไม่มีผิดเพี้ยนเลยนะลินิน... น่าเสียดายที่สมุดเล่มนั้น ไม่ควรจะตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รู้จักวิธีใช้พลังของมัน” ชายปริศนาชี้ปลายกระบอกปืนสั้นติดที่เก็บเสียงมาทางธันวา แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ถึงกับหยุดหายใจ คือสิ่งที่เขากล่าวต่อมา “รู้ไหม... พ่อของเธอไม่ได้หายไปไหนหรอก เขาก็แค่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรที่เธอกำลังถืออยู่ในมือนั่นแหละ... ลองพลิกหน้าหลังสุดดูสิ แล้วเธอจะเห็น 'จังหวะหัวใจ' ที่แท้จริงของเขา” ลินินสั่นสะท้าน มือไม้เย็นเฉียบจนเกือบทำสมุดร่วง เธอฝืนใจพลิกไปหน้าสุดท้าย และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนนั้นไม่ใช่ตัวอักษร แต่มันคือภาพถ่ายเก่าๆ ของเธอกับธันวาที่เพิ่งถ่ายได้ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา... ทั้งที่พวกเขาอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองเห็น ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเงาไม้ที่ปลายตะวันในบทนี้ด้วยนะครับ ผมหวังว่าเนื้อหาจะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนไม่อาจละสายตาได้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%