เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 6

ตัวอักษรที่ขาดหาย

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"เธอกำลังสั่น ลินิน" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบเรื่อยทว่ากดต่ำจนน่าใจหาย เขาวางคีมเหล็กตัวจิ๋วลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยฟันเฟืองนาฬิกา เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องกังวานในความเงียบงันราวกับเสียงระฆังมรณะ เขาก้าวเท้าช้าๆ มาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังกำสมุดบันทึกเล่มหนาจนข้อนิ้วขาวซีด ลินินไม่ได้เงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอจ้องเขม็งไปที่ภาพถ่ายใบนั้น ภาพที่บันทึกเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน... ภาพที่เธอและธันวายืนอยู่หลังร้าน ในมุมอับสายตาที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ไม่มีผู้คน และไม่มีใครหน้าไหนสามารถหยิบยื่นมันมาวางตรงนี้ได้ "มันไม่สมเหตุสมผล" ลินินพึมพำ เสียงของเธอสั่นเครือ "เราเพิ่งยืนอยู่ตรงนั้น ธันวา... เราเพิ่งคุยกันเรื่องพ่อของฉัน แล้วใคร... ใครกันที่ถ่ายรูปนี้?" ธันวาเอื้อมมือออกไป แตะที่ขอบกระดาษแผ่นนั้นแผ่วเบา ปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากการทำงานช่างของเขาไล่ไปตามรอยหยักของขอบรูป "ไม่ใช่แค่ใครหรอกลินิน แต่มันคืออะไรต่างหากที่น่ากลัว" เขาดึงสมุดเล่มนั้นออกมาจากมือเธออย่างเบามือ แล้วเปิดย้อนกลับไปหน้าก่อนหน้า—หน้าที่มีตัวอักษรลายมือหวัดๆ ของพ่อเธอที่หายไปนานถึงยี่สิบปี แทนที่จะเป็นเนื้อหาบันทึกการเดินทางหรือความลับทางธุรกิจ แต่มันกลับเป็นชุดตัวเลขและพิกัดที่ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงเข้มจนดูเหมือนคราบเลือด "ดูนี่" ธันวาชี้ไปที่ตัวเลขแถวสุดท้าย "นี่ไม่ใช่รหัสลับแบบสุ่ม แต่มันคือจังหวะการเดินของนาฬิกาไขลานรุ่นโบราณ... รุ่นเดียวกับที่พ่อเธอมอบให้ฉันก่อนเขาจะหายตัวไป" ลินินเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มที่เธอเชื่อใจที่สุดในยามนี้ แววตาของธันวาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีความอ่อนโยนของช่างซ่อมนาฬิกาผู้สันโดษอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของคนที่เพิ่งมองเห็นกรงขังที่ตัวเองติดอยู่ "ฉันจำได้ว่าเขาบอกอะไรฉันในวันนั้น" ธันวาพูดต่อ เสียงของเขาเบาหวิว "เขาบอกว่า *'เวลาไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง แต่มันคือวงกลมที่กัดกินหางตัวเอง'* ฉันเคยคิดว่ามันเป็นแค่คำพูดเพ้อเจ้อของคนติดเหล้า แต่ดูรูปนี้สิ... รูปที่ถ่ายจากอนาคตในอดีต" ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังของลินิน เธอรู้สึกเหมือนมีดวงตานับร้อยคู่กำลังจ้องมองมาจากมุมมืดของร้านนาฬิกาที่เต็มไปด้วยเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' ของเรือนเวลาหลายร้อยเรือนที่เดินไม่พร้อมกัน มันเป็นเสียงที่บีบหัวใจจนเธอแทบหายใจไม่ออก "เราต้องถอดรหัสนี้" เธอตัดสินใจ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ "ถ้ารูปนี้คือคำเตือน งั้นสมุดเล่มนี้ก็คือแผนที่" ทั้งสองนั่งลงท่ามกลางแสงสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงาน ธันวาหยิบแว่นขยายตัวเก่าขึ้นมา เขาส่องดูรอยหมึกที่ถูกขีดฆ่า ราวกับมีใครบางคนพยายามปกปิดข้อความสำคัญไว้ภายใต้รหัสเหล่านั้น ลินินหยิบปากกาขึ้นมาเตรียมจด เธอไล่เรียงตัวเลขตามที่ธันวาอ่านออกมา แต่เมื่อถึงตัวเลขลำดับที่สิบสอง ปลายปากกาของเธอก็หยุดกะทันหัน "ธันวา... เลขนี้มันผิดปกติ" "ทำไม?" "มันไม่ใช่เลข แต่มันคืออักษรย่อ" ลินินชี้ไปที่รอยขีดข่วนเล็กๆ ราวกับรอยเล็บจิกบนหน้ากระดาษ "มันเขียนว่า *'ธ.น.ว.'*" ธันวาชะงัก ลมหายใจของเขาขาดช่วงไปชั่วขณะ เขาค่อยๆ หันมองสมุดในมือด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ธันวาหยิบสมุดเล่มนั้นคืนมาแล้วพลิกไปที่ปกในสุด—หน้ากระดาษที่เคยดูเหมือนว่างเปล่า เขาใช้ความร้อนจากปลายตะเกียงส่องที่เนื้อกระดาษ ทันใดนั้น หมึกที่มองไม่เห็นก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น เป็นข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของลินินเย็นเฉียบจนแข็งทื่อ *'อย่าเชื่อคนที่ไม่มีเงา'* ในเสี้ยววินาทีนั้น ไฟในร้านนาฬิกาทั้งหมดดับพรึบลง ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสรรพสิ่ง ลินินรีบคว้าแขนธันวาไว้แน่น แต่สิ่งที่เธอสัมผัสได้กลับไม่ใช่แขนของชายหนุ่มที่อบอุ่นและแข็งแรง แต่มันกลับเป็นสัมผัสที่เย็นเฉียบและว่างเปล่าราวกับอากาศธาตุ "ธันวา?" เธอเรียกชื่อเขา เสียงสั่นพร่า ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง... เสียงของพ่อเธอที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน "ลูกไม่ควรมาอยู่ที่นี่... ตั้งแต่แรกแล้ว" แสงจันทร์สาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาเพียงเสี้ยวหนึ่ง เผยให้เห็นเงามืดบนผนังที่ขยับเขยื้อนเองได้ โดยที่ไม่มีร่างของใครยืนอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ลินินแทบสิ้นสติ คือเงาที่ทอดยาวบนพื้นของธันวานั้น... มันไม่มีศีรษะ หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านรู้สึกถึงความระทึกในความเงียบ และคอยติดตามการผจญภัยของทั้งคู่ต่อไปนะครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%