"ถอยไปลินิน... อย่าเข้ามาใกล้กว่านี้"
เสียงของธันวาแหบพร่า ทว่าหนักแน่นดั่งผืนแผ่นดินที่กำลังแตกร้าว เขาใช้หลังมือปาดเลือดสีเข้มที่ไหลลงมาบดบังทัศนวิสัยข้างขวาออกไปอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบของชายหนุ่มยังคงจับจ้องไปที่เงาร่างสามคนที่รายล้อมอยู่รอบกายในตรอกแคบๆ หลังโกดังร้างแห่งนี้ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไอชื้นของฝนที่เพิ่งซาไปตลบอบอวลจนน่าคลื่นไส้
ลินินยืนตัวสั่นเทาอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ในมือของเธอถือเอกสารแฟ้มสีซีดที่เปื้อนคราบดิน นั่นคือทุกสิ่งที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ ก่อนที่ความจริงจะนำพาพวกเขามาสู่หลุมพรางมรณะนี้
"ธันวา... คุณบาดเจ็บ" ลินินกระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ ความสดใสที่เคยเป็นเกราะป้องกันดวงใจค่อยๆ พังทลายลงเหลือเพียงความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด
"มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ" ธันวาตอบกลับทันควัน แม้ความเจ็บปวดจากการถูกแทงที่สีข้างจะกรีดลึกราวกับเข็มนาฬิกาที่บิดเบี้ยว เขายังคงยืนหยัดด้วยสัญชาตญาณของการเป็น 'ผู้ซ่อมแซม' หากเขาล้มลง ลินินจะกลายเป็นเพียงเศษซากที่ถูกโลกใบนี้ขยี้ทิ้งเหมือนพ่อของเธอ
หนึ่งในชายชุดดำหัวเราะเยาะในลำคอ มันหมุนมีดพับในมืออย่างเชื่องช้า "ความรักช่างน่าขำ... แกคิดจริงๆ หรือว่าตัวคนเดียวจะปกป้องหล่อนได้? ธันวา คนอย่างแกควรจะไปซ่อมนาฬิกาเน่าๆ อยู่ในร้าน ไม่ใช่มาเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่"
ธันวาไม่ได้ตอบโต้วาจา แต่เขากระชับไขควงเหล็กกล้าในมือแน่น แรงบีบทำให้เส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน นี่คือเครื่องมือซ่อมนาฬิกาชิ้นโปรดที่เขาพกติดตัว แต่วันนี้มันกลายเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่จะรักษาชีวิตของคนที่เขาให้ความสำคัญยิ่งกว่าลมหายใจ
"ลินิน" ธันวาเรียกเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากศัตรู "ถ้าฉันนับถึงสาม... วิ่งไปที่ถนนใหญ่ อย่าหันหลังกลับ"
"ไม่! ฉันไม่ทิ้งคุณไว้ที่นี่!"
"ฟังผม!" ธันวาตวาดลั่น เป็นครั้งแรกที่ลินินเห็นความโกรธเกรี้ยวในแววตาที่เคยเงียบขรึมคู่นั้น "ผมทนให้คนในครอบครัว... ทนให้คนที่ผมรักต้องหายไปไม่ได้อีกแล้ว! แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว... ทำตามที่ผมบอก!"
ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานด้วยความตึงเครียด เงาดำทะมึนของชายทั้งสามเริ่มขยับเข้าหา ธันวาตัดสินใจทิ้งตัวเข้าใส่คนตรงหน้าโดยไม่รอให้ถึงจังหวะที่สาม เขาพุ่งตัวดั่งเสือร้ายที่บาดเจ็บ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วตรอกแคบ ธันวาอาศัยจังหวะที่คู่ต่อสู้ประมาท ใช้ปลายไขควงแทงเข้าที่จุดสำคัญ แต่เขาก็แลกมาด้วยการถูกฟาดเข้าที่ท้ายทอยจนโลกหมุนคว้าง
เลือดสดๆ ไหลนองพื้นคอนกรีต เย็นเฉียบและพร่าเลือน ลินินกรีดร้องออกมาเบาๆ ในขณะที่เธอเห็นธันวาล้มลงคุกเข่ากับพื้น แต่เขากลับใช้มืออีกข้างยันพื้นไว้แน่น พยายามฝืนความเจ็บปวดขึ้นมาเพื่อขวางทางเดินของศัตรูที่มุ่งหน้าไปหาหญิงสาว
"ยัง... ยังไม่จบ" ธันวาพึมพำ เลือดไหลย้อยเข้ามุมปาก แต่เขากลับยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองบีบรัดด้วยความเจ็บปวด "ผมซ่อมมันได้... ไม่ว่านาฬิกาเรือนไหนที่พังไป ผมก็จะซ่อมมันให้กลับมาเดินได้อีกครั้ง... แม้แต่ชีวิตของผมเอง"
ท่ามกลางสถานการณ์ที่สิ้นหวัง จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ปากตรอก มันเป็นจังหวะการเดินที่มั่นคงและทรงพลัง ไม่ใช่ตำรวจ หรือกลุ่มคนที่ตามล่าพวกเขาทั้งสอง
ลินินหันไปมองทั้งน้ำตา ร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ทสีเทาหยุดยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด ใบหน้าที่ครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยเงามืดนั้นดูคุ้นตาอย่างประหลาดจนน่าใจหาย ชายลึกลับคนนั้นก้าวเข้ามาใกล้ธันวาที่แทบจะหมดสติ ก่อนจะก้มลงหยิบแฟ้มที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา
เขามองแฟ้มนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตามาที่ลินิน สายตาที่เย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"ข้าพเจ้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมลินิน... ว่าอย่าพยายามขุดคุ้ยในสิ่งที่ถูกฝังไว้" เสียงของเขาแหบพร่าและทรงอำนาจจนชายชุดดำทั้งสามต้องหยุดชะงักและก้มหัวให้โดยอัตโนมัติ
ธันวาเงยหน้าขึ้นมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาที่พร่าเลือน ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลง เขาก็ได้รับรู้ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด... คนที่ลินินตามหามาตลอด ยี่สิบปีที่หายไป... ไม่ได้ถูกฝังอยู่ใต้ดิน แต่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
"พ่อ?" ลินินหลุดปากเรียกด้วยเสียงอันแผ่วเบา สั่นคลอนไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดวิกฤตนี้ด้วยกันครับ - แบล็กสมิธในตำนาน
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 30
เลือดที่ไหลนอง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!