"โกหก... ทั้งหมดนั่นมันคือเรื่องโกหกที่แกสร้างขึ้นมาเพื่อกลบฝังความเน่าเฟะของตัวเอง!"
เสียงตะคอกของธันวาดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยเศษซากของนาฬิกาโบราณ แรงปะทะจากการต่อสู้เมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้บนผนังปูน ธันวาในสภาพที่เสื้อเชิ้ตสีขาวโพลนเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและหยาดเหงื่อ พยายามยันกายขึ้นจากพื้นด้วยมือข้างเดียว อีกข้างกุมสีข้างที่ถูกของแข็งฟาดเข้าอย่างจังจนกระดูกซี่โครงแทบจะแหลกละเอียด
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า—ศัตรูผู้ที่กุมความลับเรื่องการหายตัวไปของพ่อลินินมานานสองทศวรรษ—หัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ แต่แววตานั้นกลับว่างเปล่าราวกับคนหมดสิ้นทุกอย่าง
"ความจริงมันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือ ธันวา?" ชายคนนั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ ธันวาไม่ถอยหนี แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่างเหมือนมีเข็มแหลมคมนับพันเล่มทิ่มแทง "ความจริงก็แค่นิทานที่คนขี้แพ้ใช้ปลอบใจตัวเองว่าชีวิตมีความหมาย... พ่อของลินินตายไปตั้งแต่วันที่เขาเลือกความซื่อสัตย์มากกว่าเงินทอง ส่วนฉัน... ฉันแค่อยู่ในจุดที่ต้องเลือกว่าจะฆ่าเขา หรือจะให้คนทั้งโลกฆ่าฉัน"
ลินินที่ยืนอยู่มุมมืดของห้องขยับตัวเข้ามา เธอไม่ได้ร้องไห้ ดวงตาของเธอนิ่งสนิท ทว่าภายในนั้นกลับมีพายุที่สงบลงอย่างประหลาด เธอหยิบหลักฐานชิ้นสุดท้ายออกมาจากกระเป๋า มันไม่ใช่เอกสาร แต่เป็นภาพถ่ายใบเก่าที่ถูกอัดเคลือบไว้อย่างดี เธอชูมันขึ้นให้ชายผู้นั้นเห็น
"คุณไม่ได้เลือกเพราะความจำเป็นหรอกค่ะ" ลินินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนชายคนนั้นชะงัก "คุณเลือกเพราะคุณกลัว... กลัวว่าถ้าพ่อของฉันรอดไปได้ ความเน่าเฟะของคุณจะถูกเปิดโปง คุณไม่ได้ฆ่าเขาเพื่อปกป้องใคร คุณแค่ฆ่าเพื่อปกป้อง 'เกียรติยศจอมปลอม' ของตัวเอง"
ชายคนนั้นตัวสั่นเทา คำพูดของลินินเหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเดิมที่เขาสั่งสมมาตลอดยี่สิบปี เขาเงื้อมือขึ้น หมายจะพุ่งเข้าหาลินินเพื่อจบทุกอย่างด้วยกำลัง ธันวาที่เฝ้ามองอยู่ตลอดใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าขวาง เขาคว้าแขนของชายคนนั้นไว้จนเกิดเสียงดัง 'กร๊อบ' ลั่นจากซี่โครงของเขาเอง ธันวากัดฟันแน่นจนเลือดซึมออกมาจากมุมปาก
"ถ้าจะทำลายใคร... ให้เริ่มที่ฉัน" ธันวาคำราม แววตาของเขาคมกริบราวกับเข็มนาฬิกาที่หยุดเดิน "แต่จำไว้... ความจริงมันไม่มีทางตายไปกับศพของแกหรอก"
การปะทะกันครั้งสุดท้ายจบลงด้วยความเงียบงัน ชายคนนั้นทรุดฮวบลงกับพื้น แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้ฉายชัดถึงความแตกสลายเมื่อความจริงที่เขาอุตส่าห์ปิดบังมาทั้งชีวิตถูกตีแผ่จนไม่เหลือชิ้นดี พายุแห่งความแค้นที่โหมกระหน่ำในใจของคนทั้งสามดูเหมือนจะสงบลง ทว่ามันกลับทิ้งความเสียหายไว้เกินกว่าที่จะเยียวยา
ธันวาทิ้งตัวลงนั่งพิงผนัง หายใจหอบถี่ ความรู้สึกร้อนผ่าวที่สีข้างแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ลินินรีบถลาเข้ามาหาเขา มือที่สั่นเทาของเธอประคองใบหน้าของธันวาไว้
"ธันวา... มองฉันไว้ อย่าเพิ่งหลับนะ" ลินินกล่าวพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้น
"ผม... แค่... นาฬิกาที่พังไปแล้ว... มักจะซ่อมยากนิดหน่อยครับ..." ธันวาฝืนยิ้ม ความอ่อนเพลียทำให้หนังตาของเขาหนักอึ้ง เขาพยายามโฟกัสไปที่ใบหน้าของลินิน ทว่าทัศนวิสัยกลับเริ่มพร่าเลือน
ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง ลินินหันไปมองด้วยความระแวง เธอพบกับชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ชายผู้นั้นเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าธันวาที่แทบจะหมดสติ ก่อนจะหยิบนาฬิกาพกเรือนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นนาฬิกาเรือนเดียวกับที่พ่อของลินินเคยสวมใส่ในวันสุดท้ายก่อนหายตัวไป
ชายคนนั้นก้มลงกระซิบข้างหูของธันวาด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนลินินต้องขนลุก
"นาฬิกาเรือนนี้... มันหยุดเดินมานานยี่สิบปีแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของตัวจริงกำลังจะกลับมาตั้งเวลาให้มันเดินอีกครั้ง"
ทว่าก่อนที่ลินินจะทันได้ซักถามอะไร เสียงนาฬิกาพกในมือของชายคนนั้นก็ดังขึ้น... *ติ๊ก... ติ๊ก...* และเสียงนั้นไม่ใช่เสียงกลไกธรรมดา แต่มันคือเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังมาจากทุกมุมของอาคาร พร้อมกับแสงไฟที่ดับวูบลงทั้งชั้น จนเหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมคนทั้งสามไว้
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุนี้มาด้วยกันจนถึงบรรทัดสุดท้ายนะครับ - แบล็กสมิธในตำนาน
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 31
พายุที่สงบลง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!