"วางมือจากแฟ้มเดี๋ยวนี้ ลินิน"
เสียงของธันวาแหบพร่า ทว่าแฝงด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องทำงานเล็กๆ ของร้านซ่อมนาฬิกาดูแคบลงถนัดตา เขายืนอยู่ตรงมุมมืดของห้อง เงาของร่างสูงใหญ่ทอดทับไปบนกองเอกสารที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คเก่าคร่ำ
ลินินหยุดมือที่กำลังหยิบภาพถ่ายใบซีดจางขึ้นมาดู หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตาคู่คมของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความอ่อนโยนเฉกเช่นทุกวันที่เคยเป็น แต่มันกลับฉายแววหวาดระแวงและเย็นชาจนน่าประหลาด
"ทำไมคะ... ธันวา? ทำไมต้องห้ามไม่ให้ฉันดูสิ่งที่เราอุตส่าห์รวบรวมมาด้วยกันตลอดสองปี" คำว่า 'คะ' หลุดออกมาจากปากของลินินด้วยความประหม่า ทว่าธันวากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้
"คำว่า 'เรา' ของคุณ มันเริ่มจะกลายเป็นภาระสำหรับผมแล้ว ลินิน" ธันวาเอ่ยพลางก้มลงมองแฟ้มในมือหญิงสาว ก่อนจะคว้ามันมาอย่างถือสิทธิ์ "เอกสารพวกนี้... มันไม่ใช่แค่กระดาษ มันคือชนวนระเบิดที่พร้อมจะฉีกกระชากชีวิตเราทั้งคู่ทิ้ง ถ้าคุณยังดื้อรั้นอยากจะขุดคุ้ยอดีตของพ่อคุณต่อไป ก็เชิญทำคนเดียว แต่อย่าดึงผมลงไปในนรกขุมนี้ด้วย"
"นรกเหรอ? หรือเพราะคุณเพิ่งรู้ว่าชื่อของคนที่คุณเคารพเหมือนพ่อคนที่สอง... ปรากฏอยู่ในเอกสารชุดนี้ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด!" ลินินสวนกลับ เสียงของเธอสั่นเครือแต่ทว่าหนักแน่น เธอไม่กลัวสายตาที่เหมือนคมมีดของธันวาอีกต่อไป
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เงาของเขาสั่นไหวตามแสงไฟสลัวที่กระพริบถี่จากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขานิ่งเงียบไปนาน จนลินินเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เสียงนาฬิกาลูกตุ้มที่เคยเป็นจังหวะประจำตัวของเขา ดูเหมือนจะเดินเร็วขึ้นอย่างผิดปกติในความรู้สึกของเธอ
"ไปที่รถ" ธันวาสั่งเสียงเรียบ "ตอนนี้"
"ไม่จนกว่าคุณจะบอกว่าเกิดอะไรขึ้น! ทำไมคุณถึงดูร้อนรนขนาดนี้ ใคร... ใครมาที่ร้านเมื่อตอนเย็น?" ลินินถามพลางก้าวถอยหลังไปจนติดชั้นวางนาฬิกาโบราณ มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามคว้าหาอะไรบางอย่างเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว
ธันวาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่ก้าวเข้ามาประชิดตัว ลมหายใจของเขาอุ่นร้อนปะทะใบหน้าของเธอ แต่ความเย็นเยียบในแววตาของเขากลับทำให้ลินินรู้สึกหนาวสะท้านถึงไขสันหลัง เขาโน้มตัวลงมาจนเกือบชิดหู ก่อนจะกระซิบเสียงต่ำ
"ความจริงคือสิ่งที่ไม่มีใครต้องการหรอกลินิน โดยเฉพาะคนที่ไม่พร้อมจะสูญเสียทุกอย่างไปเหมือนคุณ"
วินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังร้านแตกละเอียดดังสนั่นราวกับเสียงระเบิดย่อมๆ เศษแก้วกระจัดกระจายไปทั่วห้องพร้อมกับร่างเงาสีดำที่พุ่งทะลุเข้ามา ธันวารีบผลักลินินให้ล้มลงข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะคว้าประแจเหล็กขนาดใหญ่ที่วางอยู่ใกล้ตัวฟาดเข้าใส่ผู้บุกรุกอย่างไม่ออมแรง
เหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นในพริบตา ความมืดภายในร้านทำให้ยากจะจำแนกว่าใครเป็นใคร เสียงข้าวของล้มระเนระนาด เสียงโลหะปะทะกันดังก้องไปทั่ว ธันวาตะโกนบอกให้ลินินหนีไปที่หลังร้าน ทว่าในขณะที่เขากำลังกดร่างของชายชุดดำลงกับพื้น ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ต้นคอก็แล่นพล่านจนเขาทรุดลง
ลินินที่เพิ่งพยุงตัวขึ้นมาได้เห็นฉากนั้นเต็มสองตา เธอเห็นชายชุดดำอีกคนยืนอยู่ด้านหลังธันวา พร้อมกับกระบอกเก็บเสียงที่จ่ออยู่ตรงท้ายทอยของเขา
"วางแฟ้มลงซะ... แล้วทุกอย่างจะจบลงด้วยดี" ชายชุดดำกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์ มือของเขายังคงนิ่งสนิท
ธันวากัดฟันกรอด ความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกที่ท้ายทอยเริ่มทำให้ทัศนวิสัยของเขาพร่าเลือน เขามองมาที่ลินิน สายตาของเขาสื่อสารบางอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความหวาดกลัว... แต่มันคือคำสั่ง
*วิ่ง*
ลินินลังเล เธอเหลือบมองแฟ้มเอกสารที่ตกลงอยู่บนพื้นใกล้เท้าของเธอ ความลับของพ่อที่เธอตามหามาค่อนชีวิตอยู่แค่เอื้อมมือ แต่ชีวิตของคนที่เธอเชื่อใจที่สุดกลับแขวนอยู่บนเส้นด้าย
ชายชุดดำขยับตัวเข้าใกล้ธันวามากขึ้น "ผมเตือนคุณแล้วนะธันวา ว่าอย่าพยายามทำลายหลักฐานด้วยตัวเอง... เพราะงานทำความสะอาดน่ะ เป็นหน้าที่ของพวกผม"
ธันวาแสยะยิ้ม ทั้งที่เลือดไหลซึมจากขมับ "พวกแกมาช้าไปว่ะ... ฉันส่งข้อมูลชุดนั้นออกไปตั้งแต่นาทีที่พวกแกเหยียบเข้ามาในร้านนี้แล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ชายชุดดำชะงักไปชั่วครู่ ลินินเบิกตากว้างเมื่อเห็นธันวาควักรีโมทขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกง มือของเขาสั่นเทาแต่ทว่าหนักแน่นเหนือการควบคุม
"นั่นอะไร..." ชายชุดดำถามเสียงต่ำ ปืนในมือสั่นไหวน้อยๆ
"ของขวัญวันลาตายของพวกแกไงล่ะ" ธันวาตอบพลางกดปุ่มนั้นลง ทันใดนั้น ไฟในร้านก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างที่แตกกระจาย ลินินสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากพื้นดินใต้ฝ่าเท้า ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังจะพังทลายลงจากภายในร้านแห่งนี้
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งกรูเข้ามาจากทางหน้าร้าน เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดทำเอาลินินใจหายวาบ ประตูห้องทำงานถูกพังเข้ามาโดยชายร่างกำยำในชุดเครื่องแบบที่ดูเหมือนตำรวจ แต่ใบหน้าของชายผู้นำขบวนกลับทำให้ลินินต้องหยุดหายใจ
เขาคือคนเดียวกับที่ปรากฏในรูปถ่ายใบสุดท้ายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้... คนที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อยี่สิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลับมาด้วยกันในบทนี้ครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 17
หักหลังในความมืด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!