"คุณไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่แบกความผิดบาปของคนตายไว้บนบ่าหรอกนะ ธันวา"
ชายชราในชุดสูทผ้าลินินเนื้อดีที่ดูขัดกับบรรยากาศร้านซ่อมนาฬิกาอันคับแคบกล่าวขึ้น เขาวางนาฬิกาพกเรือนทองที่ตายสนิทลงบนเคาน์เตอร์ไม้เก่าคร่ำคร่า นิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยแตะลงบนฝาครอบโลหะที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนราวกับกำลังสัมผัสใบหน้าของคนรักที่จากไปนานแสนนาน
ธันวานิ่งเงียบ เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเฟืองเล็กจิ๋วที่กำลังคีบอยู่ในมือ ความเงียบภายในร้านมีเพียงเสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' ของนาฬิกาเรือนอื่นที่ยังทำงานอยู่ แต่มันช่างฟังดูหน่วงหนักราวกับเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
"พ่อผมไม่ได้ทำอย่างที่ใครต่อใครตราหน้า" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคม ลินินที่นั่งอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้นจากบันทึกเก่าๆ สายตาของเธอดิ่งลึกไปยังใบหน้าของชายชราผู้นี้—ชายที่อ้างว่าเป็นเพื่อนสนิทของพ่อเธอและพ่อของธันวาในยุคที่อดีตยังเป็นเพียงแค่เงาที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
"ความจริงมักมีหลายมุมเสมอ ธันวา" ชายชราถอนหายใจ แววตาของเขาดูเลื่อนลอยไปไกล "ตอนที่คลังเก็บเอกสารลับของบริษัทถูกเพลิงไหม้ นายเชื่อเหรอว่าพ่อของเธอและพ่อของเขาเป็นคนทำลายมันเพื่อปิดปากพยาน?"
ลินินวางสมุดลงบนตัก เสียงกระดาษยับย่นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอขยับตัวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ "คุณกำลังจะบอกว่า... มีมือที่สาม? หรือว่าคนในกลุ่มพวกคุณเองที่หักหลังกัน"
ชายชราหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและแห้งผาก เขาเลื่อนสายตามองลินินก่อนจะหันกลับมาสบตากับธันวาที่วางเครื่องมือซ่อมในมือลงแล้ว "พวกเราทุกคนในตอนนั้นคือฟันเฟืองที่พังทลาย ธันวาเอ๋ย... พ่อของเธอไม่ได้หนีไปเพราะกลัวความผิด แต่เขาหนีไปเพราะเขาเจอ 'กุญแจ' ที่พวกผู้มีอำนาจไม่ต้องการให้ใครได้เห็น"
ธันวาขมวดคิ้วแน่น "กุญแจที่ว่า... คือหลักฐานการโกงหุ้นปี 2004 ใช่ไหมครับ?"
"มากกว่านั้น" ชายชราโน้มตัวลงมาใกล้ ธันวารู้สึกได้ถึงกลิ่นบุหรี่จางๆ และความกดดันที่แผ่ออกมาจากชายตรงหน้า "มันคือรายชื่อของผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความสูญเสียทั้งหมด พ่อของเธอกับพ่อของเขาไม่ใช่เหยื่อที่บังเอิญตาย... แต่พวกเขาคือ 'ผู้คุม' ที่ล้มเหลวในการปกป้องความลับนั่นเอง"
บรรยากาศในร้านเปลี่ยนไปทันที ความเย็นยะเยือกแล่นผ่านสันหลังของธันวา ลินินลุกขึ้นยืน มือของเธอสั่นจนต้องกำขอบโต๊ะไว้แน่น ความหวังที่เธอตามหามาตลอดสองทศวรรษดูเหมือนจะเล็กลงจนเหลือเพียงแสงริบหรี่ แต่ขณะเดียวกัน มันก็น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะเอื้อมถึง
"ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้กุญแจนั่นอยู่ที่ไหน" ธันวาถาม น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นจนเกือบเป็นคำสั่ง
"กุญแจไม่ได้อยู่ในรูปแบบของกระดาษหรือแผ่นดิสก์ แต่มันอยู่ใน 'เวลา'" ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเป็นปริศนา ก่อนจะขยับตัวเตรียมลุกขึ้น "คนส่วนใหญ่คิดว่าพ่อของพวกเธอทิ้งมรดกเป็นหนี้สิน แต่ความจริงแล้ว... สิ่งที่เขาเหลือไว้ให้คือเงื่อนไขบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่ในนาฬิกาเรือนหนึ่งที่พวกเขาทั้งสองคนร่วมกันสร้างขึ้นก่อนหายตัวไป"
ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง เขากวาดสายตามองไปรอบร้านที่เต็มไปด้วยนาฬิกาโบราณนับร้อยเรือน หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ นี่ไม่ใช่การซ่อมนาฬิกาธรรมดา แต่มันคือการไขปริศนาที่ถูกล็อคด้วยกาลเวลา
ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายชุดดำสองคนที่ก้าวเข้ามาโดยไม่มีการเคาะประตู แววตาของพวกมันไร้ความรู้สึกและจดจ้องมาที่ชายชราคนนั้นเพียงคนเดียว ลินินถอยหลังไปจนชนชั้นวางของ เสียงนาฬิกาปลุกเรือนหนึ่งที่ธันวายังไม่ได้ซ่อมเริ่มส่งเสียงเตือนดังลั่นร้านราวกับสัญญาณเตือนภัย
ชายชราหันไปมองแขกผู้มาเยือนด้วยความสงบที่น่าประหลาดใจ เขากระซิบข้างหูธันวาเบาๆ แต่ชัดเจนจนคนฟังแทบหยุดหายใจ
"เรือนที่พวกเขาสร้างขึ้น... ไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันถูกฝังอยู่ใต้รอยเท้าของคนที่คุณไว้ใจที่สุดในตอนนี้... และขอให้รู้ไว้เถอะธันวา เพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้างคุณน่ะ ไม่ได้มีแค่ความปรารถนาดีอย่างเดียวหรอกนะ"
ธันวามองไปยังลินิน หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจและสับสน ก่อนที่แสงสีแดงจากเลเซอร์จุดเล็กๆ จะปรากฏขึ้นบนหน้าอกของชายชราคนนั้น ชายชุดดำชักอาวุธที่เก็บเสียงออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน ธันวาพุ่งตัวออกไปหมายจะคว้าชายชรา แต่เสียงกระสุนนัดแรกก็แหวกอากาศดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งร้าน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลับมาด้วยกันในบทนี้ครับ
แบล็กสมิธในตำนาน
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 16
บทสนทนาที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!