เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 9

ความสับสนที่ก่อตัว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“คุณกำลังโกหกผมอยู่หรือเปล่า ลินิน” คำถามนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือหยดน้ำที่หล่นกระทบผิวน้ำนิ่งสนิทจนเกิดแรงสั่นสะเทือน ธันวาวางเครื่องมือซ่อมนาฬิกาชิ้นเล็กจิ๋วลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงโลหะกระทบไม้ดังก้องขึ้นในความเงียบงันของห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและฝุ่นละอองที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ เขาไม่เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของเขา แสงไฟสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเขาจนดูแข็งกร้าวราวกับรูปปั้น ลินินชะงักฝีเท้า มือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะกลอนประตูที่พ่อของเธอทิ้งไว้เป็นมรดกบาปนั้นหยุดค้างกลางอากาศ เธอค่อยๆ หันกลับมา แววตาที่เคยสดใสราวกับกระจกสะท้อนท้องฟ้าในยามปกติ บัดนี้กลับหม่นแสงลงราวกับมีม่านหมอกหนามาบดบัง “ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นล่ะคะ... เอ้อ ผมหมายถึง ทำไมต้องสงสัยกันตอนนี้” เธอแก้คำพูดอย่างตะกุกตะกัก ความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มจางๆ กำลังถูกเปิดโปงด้วยความเงียบที่ธันวาจงใจสร้างขึ้น ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาของนักซ่อมนาฬิกาผู้เห็นกลไกที่เสื่อมสภาพมานับไม่ถ้วนกำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เพราะตั้งแต่เราก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้ กลิ่นของความจริงที่คุณพยายามปกปิดมันเริ่มเหม็นหืนยิ่งกว่าน้ำมันเครื่องที่หมดอายุไปเมื่อสิบปีก่อนเสียอีก ลินิน... กุญแจดอกนั้นในมือคุณ มันไม่ใช่กุญแจสำหรับประตูบานนี้ แต่มันคือสิ่งที่ไขคำตอบของเหตุการณ์เมื่อยี่สิบปีก่อนได้ทั้งหมด ใช่ไหมครับ?” ลินินกำมือแน่นจนนิ้วซีดขาว เธอไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแต่ก้มหน้าลงมองพื้นไม้ปาร์เกต์ที่เริ่มผุพังตามกาลเวลา “คุณไม่เข้าใจหรอกธันวา โลกที่พ่อของฉันทิ้งเอาไว้ มันไม่ได้มีแค่ความจริง... มันมีชีวิตของคนอื่นเดิมพันอยู่ด้วย” “แล้วชีวิตของผมล่ะ?” ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เก้าอี้ไม้เสียดสีกับพื้นเกิดเสียงแหลมบาดหู เขาก้าวเดินเข้าไปหาเธอด้วยท่าทางสุขุมทว่ากดดัน “คุณดึงผมเข้ามาในนรกขุมนี้ด้วยคำหวานๆ ว่าการเดินทางครั้งนี้จะพาเราไปหาความจริง แต่ทุกก้าวย่างที่คุณเดิน มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ซ่อนอยู่ คุณเลือกเส้นทางโดยไม่บอกจุดหมาย และผม... ชายที่เคยเชื่อว่านาฬิกาทุกเรือนสามารถซ่อมให้เดินเที่ยงตรงได้เสมอ กลับเริ่มไม่มั่นใจว่าใจคนเราจะถูกซ่อมได้จริงๆ หรือเปล่า” ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา น้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคู่นั้น แต่มันไม่ใช่ความอ่อนแอ มันคือความเจ็บปวดที่ถูกบีบคั้น “ฉันไม่ได้หลอกคุณ... ฉันแค่ยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด เพราะถ้าฉันบอกไป คุณจะไม่มีวันยอมก้าวเข้ามาในที่แห่งนี้เลย” “ความจริงที่ว่าพ่อของคุณไม่ได้แค่หายสาบสูญไป แต่เขาทิ้ง ‘บางอย่าง’ เอาไว้ให้คนอื่นตามล่าใช่ไหมครับ?” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งราวกับถูกถมทับด้วยหินก้อนใหญ่ ลินินเม้มปากแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ธันวาไม่ได้เป็นแค่คนซ่อมนาฬิกาที่เงียบขรึมอีกต่อไป เขาเป็นชายผู้ที่มองเห็นกลไกแห่งความลวงของเธอได้อย่างทะลุปรุโปร่ง “คุณเก่งเกินไป ธันวา” เธอพึมพำ “เก่งจนฉันกลัวว่าวันหนึ่ง ฉันจะกลายเป็นเพียงแค่นาฬิกาเรือนเก่าที่พังเสียหายเกินกว่าที่คุณจะยอมซ่อมมันอีกต่อไป” “ผมจะซ่อมมันต่อเมื่อผมรู้ว่าข้างในนั้นมันมีเฟืองอะไรที่ชำรุด หรือว่าถูกใครตั้งใจทำลายมันลงกันแน่” ธันวาหยิบกุญแจจากมือของลินินมาไว้ในอุ้งมือของเขา ผิวสัมผัสของโลหะเย็นเฉียบดั่งน้ำแข็ง “เปิดมันเถอะครับ ก่อนที่คนที่กำลังสะกดรอยตามเราอยู่ข้างนอกนั่น จะเป็นคนมาเปิดมันแทนที่พวกเรา” ลินินสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองหน้าต่างกระจกสีที่มืดมิดด้านหลัง ประสาทสัมผัสของเธอเพิ่งรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ไม่ใช่เสียงของลมหรือสัตว์ตัวไหนกำลังเดินย่ำอยู่บนเศษใบไม้แห้งที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ธันวาดับไฟในห้องลงทันที ความมืดเข้าครอบคลุมห้องทั้งห้อง เหลือเพียงแสงจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง เขาขยับเข้าไปใกล้ลินิน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของเธอผสมกับกลิ่นโลหะจากกุญแจในมือเขา ธันวากระซิบเสียงแผ่วทว่าหนักแน่น “อย่าส่งเสียง ถ้าใครพยายามจะพังประตูเข้ามา ให้หมอบลงหลังตู้หนังสือ” ยังไม่ทันที่ลินินจะได้ตั้งตัว เสียงบานพับประตูไม้หนักๆ ที่ชั้นล่างก็ถูกกระแทกจนสะเทือนถึงผนังห้อง ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและดุดัน ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่น่าจะเป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ดูช่ำชองกับการบุกรุก ธันวามองไปยังกุญแจในมือ แล้วหันไปมองลินินที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือด เขารู้สึกถึงความสับสนที่ก่อตัวในอก... เขาจะเชื่อใจผู้หญิงคนนี้ได้มากแค่ไหนกัน? แต่ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถาม ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นเมื่อเขาเห็นลินินหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท มันคือรูปถ่ายใบเก่าที่แสดงภาพ ‘ธันวา’ ในวัยเด็ก ยืนอยู่เคียงข้างกับพ่อของเธอที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ธันวาชะงักงัน ในภาพนั้นพ่อของลินินวางมือบนไหล่เขา พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาว่า *“จงรักษาเขาไว้ จนกว่าเวลาจะมาถึง”* เสียงฝีเท้าที่ชั้นบนใกล้เข้ามาถึงหน้าห้อง... ความสับสนที่ธันวามีต่อลินิน แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เขาไม่ใช่แค่คนที่ถูกดึงเข้ามาในเกมนี้โดยบังเอิญ แต่เขาคือส่วนหนึ่งของความลับที่ลินินเก็บงำไว้มาตลอดชีวิต ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเงาไม้ที่ปลายตะวันในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าเรามาดูไปพร้อมกันนะครับว่ากลไกเวลาที่บิดเบี้ยวจะเผยความลับอะไรออกมาอีกบ้างครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%