"ภาพใบนี้... มันไม่ได้ถูกถ่ายในงานเลี้ยงการกุศลอย่างที่พ่อคุณเคยบอกหรอก ลินิน"
ธันวาวางรูปถ่ายใบเก่าที่มุมขอบเริ่มกรอบเหลืองลงบนโต๊ะไม้โอ๊กของร้านซ่อมนาฬิกา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนในความเงียบที่กดดัน นิ้วเรียวยาวของเขาที่คุ้นเคยกับการจับฟันเฟืองละเอียดอ่อนสั่นเทาเล็กน้อยขณะปล่อยมือจากหลักฐานชิ้นสำคัญ
ลินินนิ่งงันไป ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววสดใสบัดนี้เบิกกว้าง ร่างบางทรุดตัวลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า เธอไม่ได้หยิบรูปนั้นขึ้นมาดูในทันที ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสมัน ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยฟิล์มจะกรีดลึกจนเกินเยียวยา
"ธันวา... คุณหมายความว่ายังไง" เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา สั่นเครือเหมือนเส้นด้ายที่ใกล้ขาด "นั่นคือพ่อฉัน กับพ่อของคุณ... พวกเขายืนอยู่หน้าโกดังร้างที่ท่าเรือ ไม่ใช่หอประชุมโรงแรม"
"ใช่ และถ้าคุณสังเกตให้ดีที่มุมขวาล่าง" ธันวาขยับแว่นขยายมาวางทับลงบนรายละเอียดจุดหนึ่ง "นั่นไม่ใช่ปืนธรรมดา แต่มันคือตราประทับของกลุ่มธุรกิจที่พ่อผมเคยพยายามเปิดโปงก่อนที่เขาจะถูกประกาศว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์"
บรรยากาศในร้านนาฬิกาที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่องและทองเหลือง กลับกลายเป็นเย็นเยียบขึ้นมาฉับพลัน ธันวาเฝ้ามองลินินที่ค่อยๆ โน้มตัวลงไปมองรูปถ่ายนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความอยากรู้อยากเห็น กลายเป็นความหวาดกลัวที่ตระหนักได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาไม่ได้กำลังตามหา 'ความจริง' เพื่อปลดเปลื้องอดีต แต่พวกเขากำลังขุดหลุมฝังศพของตัวเอง
"พ่อของฉัน... ยิ้มให้กล้อง แต่พ่อของคุณกำลังจับข้อมือเขาไว้" ลินินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงเผาะลงบนหน้ากระดาษ "มันไม่ใช่ภาพของเพื่อนเก่า แต่มันคือภาพของการต่อรอง... การต่อรองที่เดิมพันด้วยลมหายใจ"
ธันวาเดินอ้อมไปยืนข้างหลังเธอ มือของเขาวางลงบนพนักเก้าอี้อย่างแผ่วเบา ไม่ใช่เพื่อปลอบประโลม แต่เพื่อยึดเหนี่ยวตนเองจากอารมณ์ที่ตีรวน เขาจำได้ดีถึงแววตาของผู้เป็นพ่อในความทรงจำ แววตาของนักสู้ที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับอำนาจมืด แต่เขากลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังความพ่ายแพ้นั้น คือชายผู้ให้กำเนิดหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจในเวลานี้
"เราต้องไปต่อไหม ลินิน" ธันวาถาม น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างพยายามควบคุม "ถ้าเราขุดต่อไป เราอาจจะไม่พบวีรบุรุษอย่างที่เราฝัน แต่เราจะพบปีศาจสองตนที่หลอกลวงเรามาตลอดชีวิต"
ลินินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยอ่อนไหวบัดนี้มีความแข็งกร้าวบางอย่างฉายชัด เธอไม่ใช่เด็กสาวที่ตามหาพ่อเพียงเพื่อจะโผเข้ากอดอีกต่อไป เธอคือผู้ที่ตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายเพื่อเผชิญกับความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่า
"ถ้าพ่อของฉันคือคนที่มีส่วนร่วมในความฉิบหายของครอบครัวคุณ..." ลินินเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นลงคอ "ฉันจะไม่มีวันให้อภัยเขา และฉันจะไม่มีวันขอให้คุณยกโทษให้เขาด้วยเช่นกัน เราต้องหาให้เจอว่าเกิดอะไรขึ้นที่โกดังนั่นในคืนที่ฝนตกหนักเมื่อยี่สิบปีก่อน"
เธอลุกขึ้นยืนจ้องหน้าเขานิ่ง ความเงียบภายในร้านถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นหน้าร้าน เสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นสามครั้งช้าๆ แต่ทรงพลัง ราวกับผู้มาเยือนรู้อยู่แล้วว่าข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น
ธันวาขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองหน้าต่างกระจกหน้าร้าน เห็นเงาร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านอยู่หลังม่านบังตา แสงไฟจากถนนส่องให้เห็นเพียงเงาตะคุ่มที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อเขาตระหนักได้ว่า เสียงเคาะแบบนี้... จังหวะแบบนี้... เป็นเสียงเดียวกับที่เขาเคยได้ยินจากนาฬิกาพกเรือนสุดท้ายที่พ่อของเขาทิ้งไว้ก่อนจากไป
"ใครน่ะ?" ธันวาตะโกนถาม มือคว้าเอาเหล็กไขลานตัวหนักบนโต๊ะมาถือไว้มั่น
เสียงตอบกลับดังขึ้นผ่านบานประตูที่ปิดสนิท แต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของเขาทั้งสองราวกับมาจากหลุมศพ "เรื่องของคนรุ่นพ่อ... ถ้าพวกคุณอยากรู้คำตอบที่แท้จริง ก็เปิดประตูออกมาดูสิ เจ้าของร้านนาฬิกา... แล้วเตรียมใจรับฟังเรื่องราวที่ถูกปิดตายมาตลอดสองทศวรรษให้ดี"
มือของธันวาสั่นระริกขณะที่เอื้อมไปแตะกลอนประตู ลินินคว้าข้อมือเขาไว้แน่น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันด้วยความตื่นตะลึง เมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่กำลังรออยู่หลังประตูบานนั้น ไม่ใช่ความจริงที่พวกเขาจะสามารถก้าวผ่านไปได้โดยง่ายดายอีกต่อไป
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าที่ความจริงจะถูกกระชากหน้ากากออกมานะครับ
แบล็กสมิธในตำนานครับ
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 21
ความจริงที่แสนเจ็บปวด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!