"มันจบแล้วธันวา... ทุกอย่างที่ฉันพยายามมาตลอด ยี่สิบปีที่รอคอย มันกลายเป็นแค่เถ้าถ่านในกำมือคุณนี่ไง"
ลินินปล่อยกล่องไม้ใบเก่าร่วงหล่นลงบนพื้นปูนหยาบๆ ของโรงเก็บของที่ถูกไฟไหม้จนเหลือเพียงโครงเหล็กดำทะมึน เปลวไฟเพิ่งดับมอดลงไปไม่นาน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นฉุนกึกของควันไฟและกระดาษที่ถูกเผาจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนราวกับหิมะสีดำในอากาศ
ธันวานิ่งงัน มือหนาของเขาที่มักจะใช้จับเฟืองนาฬิกาชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความมั่นคงบัดนี้กลับสั่นเทา เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางซากปรักหักพัง ดวงตาที่เคยฉายแววความหวังของเธอในตอนที่ถือบันทึกเล่มนั้นไว้ในมือเมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้มันว่างเปล่าราวกับดวงตาของตุ๊กตาที่ไร้วิญญาณ
"ลินิน ฟังผม..." ธันวาพยายามเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเธอ แต่เขาก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ ราวกับกลัวว่าหากสัมผัสตัวเธอในวินาทีนี้ ทุกอย่างจะแตกสลายลงต่อหน้าต่อตา
"ฟังอะไรหรือครับ?" เธอหันกลับมามองเขา รอยยิ้มจางๆ ที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนคราบเขม่า "ฟังว่าคนพวกนั้นเก่งแค่ไหน? ฟังว่าเราแพ้ราบคาบแค่ไหน? ธันวา... พ่อฉันไม่ได้หายไปไหนหรอก ท่านถูกลบหายไปจากโลกนี้ด้วยมือของคนพวกนั้นจริงๆ และหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันว่าเขาเคยมีตัวตนอยู่ ก็กลายเป็นผงธุลีไปหมดแล้ว"
น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านคราบเขม่าบนแก้มของเธอ ลินินไม่ได้สะอื้น เธอเพียงแต่มองไปรอบๆ ด้วยสายตาที่ตายด้าน เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าท่ามกลางขี้เถ้า มือบางขุดคุ้ยลงไปในกองซากเพื่อค้นหาเศษกระดาษที่ยังพอหลงเหลือ แต่นิ้วมือของเธอกลับถูกความร้อนจากเหล็กที่ยังไม่เย็นลงทำร้ายจนเป็นรอยแดง
ธันวาทนดูไม่ได้อีกต่อไป เขาโผเข้าคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
"พอได้แล้วลินิน! คุณจะทำลายตัวเองไปเพื่ออะไร" เสียงของเขาเข้มขึ้นแต่แฝงไปด้วยความปวดร้าว "ถ้าคุณตายไปตอนนี้ หรือคุณเสียสติไปตอนนี้ แล้วคนที่ทำเรื่องนี้จะได้รับโทษไหม? หลักฐานมันหายไป แต่มันไม่ได้หมายความว่าความจริงจะหายไปด้วย"
"ความจริงไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่มีหลักฐาน!" ลินินตวาดกลับ สะบัดมือเขาออกแรงจนเซไปด้านหลัง "คุณเป็นแค่นักซ่อมนาฬิกา คุณคงไม่เข้าใจหรอกว่ามันรู้สึกอย่างไร... การซ่อมนาฬิกาที่พัง คุณแค่เปลี่ยนฟันเฟือง ใส่ชิ้นส่วนที่ขาดหาย แล้วมันก็จะกลับมาเดินได้ใหม่ แต่ชีวิตคนน่ะธันวา... เมื่อมันแตกสลาย มันไม่ได้มีอะไหล่ให้เปลี่ยนเหมือนเครื่องกลของคุณหรอก!"
ธันวานิ่งเงียบไป คำพูดนั้นแทงใจดำเขาอย่างจัง เขาเองก็เคยเป็นคนที่ชีวิตแตกสลายไม่ต่างกัน เขารู้ดีว่าการจมดิ่งอยู่กับซากปรักหักพังนั้นทรมานเพียงใด แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าหากปล่อยให้ลินินยอมแพ้ในตอนนี้ เธอจะไม่ใช่แค่ 'สูญเสีย' แต่เธอจะ 'สูญสิ้น' ตัวตนไปตลอดกาล
เขามองดูขี้เถ้าตรงหน้าด้วยสายตาเฉียบคมขึ้น ในความมืดมิดของโรงเก็บของที่แสงไฟสลัวจากด้านนอกส่องเข้ามาเพียงน้อยนิด สายตาของนักซ่อมนาฬิกาที่ชินกับการมองหา 'จุดบกพร่องเล็กๆ' เห็นบางอย่างที่แปลกไป
ท่ามกลางกองขี้เถ้าที่ถูกเผาจนราบเรียบ มีพื้นที่จุดหนึ่งที่ไฟไหม้ไม่ถึง... หรือถ้าจะพูดให้ถูก คือมันเหมือนกับถูกปกป้องไว้ด้วยวัตถุบางอย่างที่เป็นฉนวนกันความร้อน
ธันวาค่อยๆ คุกเข่าลงข้างลินิน เขาไม่ได้พูดอะไร แต่เริ่มใช้มือค่อยๆ เกลี่ยขี้เถ้าออกอย่างใจเย็นเหมือนกำลังไขลานนาฬิกาที่บอบบางที่สุด ลินินมองการกระทำนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า แต่เมื่อนิ้วของธันวาแตะเข้ากับวัตถุแข็งๆ ชิ้นหนึ่ง เธอก็ชะงักไป
ไม่ใช่บันทึก... แต่มันคือแผ่นโลหะขนาดเท่าฝ่ามือ มีสลักรูปเฟืองเกียร์ที่คุ้นตา มันคือ 'ตราประทับลับ' ที่พ่อของลินินเคยพูดถึงในนิทานก่อนนอนที่เขาเล่าให้เธอฟังในวัยเด็ก
"นี่มัน..." ลินินเสียงสั่น
ธันวาหยิบมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง พลิกดูด้านหลังของแผ่นโลหะที่มีรอยบุบจากการถูกความร้อน แต่ที่ขอบของมันมีรหัสตัวเลขชุดหนึ่งตอกไว้ด้วยความละเอียดอ่อนจนแทบมองไม่เห็นถ้าไม่ได้สังเกตด้วยแว่นขยาย
"ไม่ใช่แค่บันทึกที่ถูกเผาไปครับลินิน" ธันวากระซิบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหมาย "คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน แต่มันกำลังบอกเราว่า 'สิ่งที่อยู่ในบันทึกน่ะ มันเป็นแค่ของปลอม'"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังของโกดังร้าง เสียงโซ่เหล็กที่กระทบกันดังแกรกกรากทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองในเงามืด ชายฉกรรจ์สามคนในชุดสีดำสนิทก้าวออกมาจากความมืดมิด มือของคนหนึ่งถืออาวุธที่ดูไม่ใช่แค่ของเล่นทั่วไป
"พวกแกสองคนโชคดีนะที่รอดมาได้" เสียงทุ้มต่ำของชายคนกลางดังขึ้นขณะที่เขาดึงหน้ากากปิดหน้าออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นยาวพาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง "แต่โชคร้ายที่พวกแกดันเจอ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่เจ้านายสั่งให้เราทำลายทิ้งไปพร้อมกับกองไฟนั่น"
ลินินลุกขึ้นยืนด้วยความหวาดหวั่น แต่ธันวากลับลุกขึ้นยืนบังเธอไว้ข้างหลัง เขาไม่ได้มีอาวุธในมือ นอกจากแผ่นโลหะชิ้นนั้นที่กำแน่นจนจมลงไปในฝ่ามือ
"เจ้านายของแกยังกลัวสินะ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "กลัวจนต้องส่งคนมาปิดปากพวกเรา ทั้งที่บันทึกนั่นมันก็ถูกเผาไปหมดแล้ว"
ชายที่มีรอยแผลเป็นแค่นยิ้มก่อนจะก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว "นั่นสินะ... แต่แกคงลืมไปว่านาฬิกาที่เดินผิดเวลา มันต้องถูกไขลานใหม่ หรือไม่ก็... ถูกทุบทิ้งไปตลอดกาล"
ชายคนนั้นขยับมือเข้าหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในเสื้อโค้ท ขณะที่ลินินเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาของใครอีกคนหนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดด้านหลังชายกลุ่มนั้น... เป็นเงาที่เธอจำได้แม่นยำที่สุด เงาของคนที่หายสาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางในเงามืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 19
การสูญเสียอีกครั้ง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!