เงาไม้ที่ปลายตะวัน•ตอนที่ 11

การหนีจากความจริง

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"คุณจะวิ่งหนีไปได้ไกลแค่ไหนกันธันวา... สุดท้ายโลกใบนี้มันก็กลมจนน่าสมเพช ไม่ว่าคุณจะก้าวไปทางไหน สุดท้ายคุณก็จะวนกลับมาพบรอยเท้าเดิมที่ทิ้งไว้ในโคลนตมอยู่ดี" เสียงของลินินสั่นพร่า แต่มันแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่เย็นเยียบ ธันวาหยุดก้าวเท้าที่หน้าประตูรั้วเหล็กดัดเก่าคร่ำคร่า สองมือของเขาขยุ้มเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ผิวหนังที่กร้านงานช่าง เขายืนนิ่งอยู่หน้าบ้านไม้หลังเก่าหลังนี้—ที่ที่เคยเป็นสถานพินิจความทรงจำอันแสนเจ็บปวดในวัยเยาว์ กลิ่นอายของไม้ผุและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำให้เขารู้ว่า ‘อดีต’ ไม่เคยตาย มันแค่รอเวลาที่จะตื่นขึ้นมาหลอกหลอน เขาไม่หันกลับไปมองหญิงสาวที่ยืนหอบหายใจอยู่เบื้องหลัง เขารู้ดีว่าหากสบตากับเธออีกครั้ง ป้อมปราการที่เขาสร้างขึ้นเพื่อกั้นขวางความรู้สึกผิดและบาปที่เขามีส่วนร่วมจะพังทลายลง "กลับไปเสียลินิน" ธันวาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงความสั่นสะเทือน "ที่นี่ไม่มีอะไรสำหรับคุณ ที่นี่เป็นหลุมศพ ไม่ใช่บ้าน" "หลุมศพเหรอ?" ลินินแค่นหัวเราะ เสียงนั้นแหลมสูงจนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่ม เธอเดินตรงเข้ามาหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดน้อยลงจนเหลือเพียงช่องว่างที่ไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน "ถ้ามันเป็นแค่หลุมศพ แล้วทำไมคุณถึงต้องกลับมาขุดมันทุกครั้งที่หัวใจคุณพังล่ะคะ? พ่อของฉันหายไปที่ไหน ธันวา... ตอบมา! วันนั้นที่บ้านหลังนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่!" ธันวาหลับตาแน่น เขานึกถึงกลไกของนาฬิกาที่เขามักจะซ่อมแซม ฟันเฟืองที่ขบกันจนแน่นถ้ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปแทรก มันจะหยุดชะงักและพังทลายลงในที่สุด ลินินคือสิ่งแปลกปลอมนั้น เธอเป็นตัวแทนของความจริงที่เขากำลังพยายาม ‘ซ่อม’ อดีตให้มันผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง "บางเรื่อง... ปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับกาลเวลานั่นแหละดีที่สุด" เขากล่าวพลางหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เหนื่อยล้าเกินกว่าวัย ดวงตาของเขาว่างเปล่าจนน่าใจหาย "คุณกำลังตามหาคำตอบที่อาจจะทำลายชีวิตของคุณเอง คุณแน่ใจแล้วหรือว่าอยากรู้?" ลินินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา พยายามหาจุดอ่อน แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอย่างมหาศาล มือของเธอสั่นระริกขณะที่เอื้อมไปแตะกลอนประตูรั้วที่เต็มไปด้วยสนิม "ชีวิตฉันมันพังตั้งแต่วันที่พ่อไม่กลับบ้านแล้ว" เธอเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น "ความไม่รู้นั่นแหละคือนรกที่แท้จริง... ถ้าคุณไม่ยอมบอก ฉันก็จะเดินเข้าไปหาคำตอบเอง ถึงแม้ว่ามันจะหมายถึงการขุดเอาศพขึ้นมาพิสูจน์ก็ตาม" ธันวาไม่ได้ห้าม เธอผลักประตูไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูเข้าไป ภายในตัวบ้านยังคงสภาพเดิมทุกอย่าง ราวกับเวลาหยุดหมุนไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นกระดาษเก่าๆ ปะทะเข้าจมูกของคนทั้งสอง ธันวาเดินตามเธอเข้าไปอย่างจำยอม เพราะเขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เธออยู่ตามลำพัง ความลับที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นกระดานไม้อาจทำร้ายเธอได้รุนแรงกว่าที่เขาคาดคิด เขามองดูเธอเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องรับแขก มือบางสั่นไหวขณะสัมผัสกรอบรูปที่คว่ำหน้าอยู่ ลินินค่อยๆ พลิกมันขึ้นมา เผยให้เห็นภาพถ่ายของกลุ่มคนสามคนที่ยิ้มแย้มให้กล้อง... พ่อของเธอ ธันวาในวัยเด็ก และ... อีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นเงาที่ไม่มีใครอยากจดจำ "คนนี้คือใคร?" ลินินชี้ไปที่ชายหนุ่มในภาพที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน ธันวาจ้องมองภาพนั้น ความทรงจำที่เขากดทับไว้พุ่งกระฉูดขึ้นมาเหมือนน้ำที่ทะลักออกจากเขื่อนที่แตกพัง เสียงกรีดร้องในค่ำคืนนั้น เสียงทุบตี และกลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในจมูกของเขาตลอดเวลาชั่วชีวิตที่เหลือ "เขาคือคนที่ทำให้เราต้องมาอยู่ที่นี่" ธันวาตอบเสียงแหบพร่า "เขาคือความผิดพลาดที่ไม่มีใครลบล้างได้ แม้แต่เวลา" ทันใดนั้น เสียงบางอย่างดังกึกก้องขึ้นจากใต้พื้นไม้ที่พวกเขายืนอยู่ มันไม่ใช่เสียงลมพัดหรือเสียงบ้านทรุดตัว แต่มันคือเสียงเคาะจังหวะที่สม่ำเสมอ... เหมือนเข็มวินาทีของนาฬิกาเรือนใหญ่ที่เดินเครื่องอย่างบ้าคลั่ง ลินินหน้าถอดสี "นั่นเสียงอะไร..." ธันวาหน้าซีดเผือด เขารู้จักจังหวะนี้ดี มันไม่ใช่เสียงนาฬิกา แต่เป็นสัญญาณเตือนจากคนที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว... เขาค่อยๆ หันไปมองที่มุมมืดของห้องซึ่งมีบันไดลงสู่ห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายมานานนับปี บัดนี้ ประตูบานนั้นเปิดแง้มออกเพียงเล็กน้อย พร้อมกับแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันที่ค่อยๆ ถูกจุดขึ้นจากเบื้องล่าง เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากความมืดมิดขึ้นมา ชายชราในชุดสูทขาดวิ่นที่มีใบหน้าซีกหนึ่งถูกปิดทับด้วยหน้ากากเหล็กประหลาด เขากำลังถือนาฬิกาพกเรือนเก่าที่ธันวาเคยทำหายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน "มาสายไปหน่อยนะ ธันวา..." เสียงแหบพร่าดั่งกิ่งไม้หักดังขึ้นจากปากหน้ากากนั้น "แต่นาฬิกาเรือนนี้... มันยังเดินอยู่ และมันก็กำลังจะนับถอยหลังสู่จุดจบที่แกกับฉันร่วมกันสร้างขึ้นมาใหม่เสียที" ลินินทรุดลงกับพื้นเมื่อเห็นใบหน้าของชายชราภายใต้หน้ากากนั้นชัดๆ ความหวังที่จะพบพ่อของเธอมลายหายไปในพริบตา เมื่อร่างที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ชายที่เธอตามหา แต่เป็นร่างของคนที่ควรจะเป็น 'ความลับ' ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของครอบครัวพวกเขา และชายคนนั้นกำลังเงื้อมีดสั้นในมือขึ้นหมายจะปิดปากพยานคนสุดท้ายที่กล้าเข้ามาเหยียบในนรกแห่งนี้ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ส่วนลึกของความลับไปกับผมครับ แบล็กสมิธในตำนาน
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ที่ปลายตะวัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%