จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 7

ทางเลือกของขุนเขา

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
“ข้าไม่ได้ต้องการตำแหน่งศิษย์สายในของสำนักเมฆาคล้อย ข้าเพียงต้องการกระดาษแผ่นเดียวที่ระบุว่า... ข้า ‘หลินเฟย’ มิได้ติดค้างหนี้บุญคุณใดต่อสำนักแห่งนี้อีกต่อไป” เสียงของข้าดังก้องไปทั่วโถงตัดสินที่เงียบสนิท กลิ่นกำยานราคาถูกอบอวลจนน่าเวียนหัว ข้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้อาวุโสสี่ที่นั่งอยู่บนแท่นสูง ชายชราผู้นั้นขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเหี่ยวย่นสั่นสะท้านด้วยความโกรธจัดที่ถูกขัดจังหวะการบำเพ็ญเพียร “หลินเฟย! เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าใครเป็นผู้เก็บเจ้าจากกองขยะข้างทาง ใครเป็นผู้มอบเคล็ดวิชาพื้นฐานให้เจ้าจนมีวันนี้?” ผู้อาวุโสสี่ตวาด มือเหี่ยวแห้งทุบลงบนโต๊ะไม้จันทน์จนเกิดรอยร้าว ข้าคลี่ยิ้มบาง ออกมาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาทันใด มือของข้าขยับอย่างแช่มช้า หยิบถุงเก็บสมบัติออกมาวางบนโต๊ะ ภายในนั้นบรรจุโอสถประสานลมปราณเกรดสูงที่ข้าหลอมขึ้นด้วยเพลิงเก้าสีในค่ำคืนที่ผ่านมา จำนวนสิบเม็ด ทรงกลมมน ผิวเกลี้ยงเกลาไร้ตำหนิ กลิ่นอายพลังงานเข้มข้นจนศิษย์ที่ยืนเฝ้าประตูถึงกับต้องกลืนน้ำลาย “บุญคุณย่อมทดแทนด้วยบุญคุณ แต่มิตรสหายย่อมไม่รั้งกันไว้ด้วยโซ่ตรวน ผู้อาวุโส... โอสถเหล่านี้แลกกับ ‘ใบตัดขาดศิษย์’ ถือว่ายุติธรรมแล้วสำหรับสำนักที่เน้นผลประโยชน์เป็นที่ตั้งเช่นนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ผู้อาวุโสสี่เบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงคุณภาพของโอสถในถุงนั้น เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการปรุงยามาก่อน ย่อมดูออกว่านี่ไม่ใช่โอสถธรรมดาที่ศิษย์ชั้นผู้น้อยจะหลอมได้ “เจ้า... ไปเอาโอสถระดับนี้มาจากไหน!” “เรื่องนั้นไม่สำคัญครับ” ข้าตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สำคัญเพียงว่า ท่านจะรับข้อเสนอของข้า หรือจะให้ข้าสาดเปลวเพลิงเผาทำลายป้ายชื่อศิษย์ของข้ากลางโถงแห่งนี้ให้สิ้นซาก” ข้าไม่ได้ขู่... ข้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ เพราะข้ารู้ดีว่าหลังจากนี้ เส้นทางของข้าจะไม่อยู่ใต้เงาของใครอีกต่อไป โลกภายนอกสำนักนั้นกว้างใหญ่ และมู่หรงเสวี่ยกำลังรอข้าอยู่ที่สำนักประมูลดาราทมิฬ เธอผู้เป็นดั่งดวงตาของข้าในโลกธุรกิจเซียน เธอเห็นคุณค่าในสิ่งที่ข้ามีมากกว่าที่สำนักเมฆาคล้อยเห็น หลังจากได้รับม้วนกระดาษสีชาดประทับตราสำนักมาไว้ในมือ ข้าไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมองอาคารไม้ที่เคยพักพิง ข้าเดินก้าวออกจากประตูใหญ่ของสำนัก สัมผัสได้ถึงพลังลมปราณที่ไหลเวียนอิสระในเส้นชีพจรอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน นี่คือรสชาติของอิสรภาพที่แลกมาด้วยความอดทน เมื่อมาถึงจุดนัดพบที่ศาลาไม้กลางป่าไผ่ มู่หรงเสวี่ยในชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มกำลังยืนรออยู่ แสงจันทร์ตกกระทบดวงหน้าเรียวสวยที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอย่างผู้กุมอำนาจ “ดูเหมือนท่านจะทำสำเร็จเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้นะคะ... เอ้อ ขออภัย ข้าหมายถึง ‘ขอรับ’” เธอแกล้งหยอกเย้า แต่สายตาที่เธอมองมานั้นแฝงไปด้วยความเคารพที่เพิ่มขึ้น “การเจรจาธุรกิจกับคนโลภไม่มีอะไรยากครับคุณหนูมู่หรง” ข้าตอบพร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ “ตอนนี้ข้าเป็นไทแล้ว ท่านจะให้ข้าเริ่มปรุงโอสถเก้าสีสำหรับงานประมูลรอบหน้าเลยหรือไม่?” มู่หรงเสวี่ยก้าวเข้ามาใกล้ข้า กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางทำให้ข้าชะงัก เธอหยิบพัดหยกขึ้นมาแตะปลายคางข้าเบาๆ สายตานางแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง “หลินเฟย... ท่านรู้ใช่ไหมว่าการออกจากสำนักในครั้งนี้ คือการประกาศสงครามกับตระกูลหลินที่หนุนหลังผู้อาวุโสสี่อยู่? พวกเขาจะไม่ปล่อยให้ ‘ผู้ปรุงโอสถที่มีความลับเรื่องเพลิงเก้าสี’ เดินอย่างสุขสบายบนถนนของเมืองหลวงแน่” ข้าหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ สายตามองลึกไปในความมืดของป่าไผ่เบื้องหน้า “ข้าเตรียมรับมือไว้แล้วครับ ในเมื่อพวกเขาชอบเล่นเกมสกปรก เราก็แค่ต้องทำลายสนามประลองของพวกเขาให้ราบคาบก่อนที่พวกเขาจะได้เริ่มลงมือ” แต่แล้ว จู่ๆ บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไป กลิ่นอายสังหารที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งลอยมาแตะจมูกข้า ข้าคว้าตัวมู่หรงเสวี่ยให้หลบไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากยอดไผ่ ร่างนั้นไร้ลมหายใจ แต่ในมือของเขากลับกำจดหมายตราประทับตระกูลหลินเอาไว้แน่น ข้าหยิบจดหมายนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน เนื้อความในกระดาษสั้นเพียงบรรทัดเดียว แต่กลับทำให้หัวใจของข้ากระตุกวูบ *‘ยินดีด้วยกับการเป็นไท... แต่จงจำไว้ว่าศพของบิดาเจ้า ไม่ได้อยู่ที่สุสานตระกูลตามที่เจ้าคิดหรอกนะ’* ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลังพุ่มไม้ ชายในชุดคลุมสีทองอร่ามก้าวออกมา เขาคือศัตรูคู่ปรับที่ข้าไม่คาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวที่นี่... คนที่ข้าเคยคิดว่าตายไปแล้วในสงครามชิงอำนาจครั้งก่อน "หลินเฟย... ช่างเป็นนักปรุงโอสถที่ฝีมือดีจริงนะ แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... ข้าคือคนเดียวที่กุมความลับเรื่องยาพิษที่บิดาเจ้าดื่มลงไปในวันสุดท้าย!" ข้ากระชับมือที่ถือเพลิงเก้าสีจนเปลวไฟสีรุ้งปะทุออกมาอย่างบ้าคลั่ง ภารกิจในคืนนี้อาจจะไม่ใช่แค่การจากลาสำนัก แต่มันคือจุดเริ่มต้นของการสะสางบัญชีแค้นที่ข้าขีดเขียนรอไว้มานานหลายปี ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมดื่มด่ำกับบทเริ่มต้นแห่งอิสรภาพและแผนการชิงบัลลังก์โอสถในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ - เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%