"หากเจ้าใส่สมุนไพรรากหิมะเพลิงลงไปก่อนแก่นแท้เซียน ผลลัพธ์ก็มีเพียงอย่างเดียว... คือการระเบิดจนห้องหลอมนี้กลายเป็นเถ้าถ่าน"
น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันที่ทำให้บรรยากาศในห้องลับลึกใต้ดินของสำนักประมูลสั่นสะเทือน เปลวเพลิงเก้าสีที่กำลังเต้นเร่าอยู่ในเตาหลอม 'มังกรนิล' เปลี่ยนสีไปมาตามจังหวะการควบคุมปราณของเขา เหงื่อกาฬเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นบนใบหน้าคมสัน แต่นัยน์ตาของเขายังคงจดจ้องที่เปลวไฟด้วยความมุ่งมั่นที่เยือกเย็น
มู่หรงเสวี่ยยืนกอดอกพิงผนังหิน สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่เตาหลอม แต่กลับมองไปยังใบหน้าของบุรุษข้างกายด้วยความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย นางรู้ดีว่าสิ่งที่หลินเฟยกำลังทำอยู่ ไม่ใช่แค่การหลอมโอสถ แต่มันคือการท้าทายกฎแห่งสวรรค์โดยตรง
"หลินเฟย... การสร้าง 'โอสถสยบเซียน' มีตำนานกล่าวขานว่ามันเป็นโอสถต้องห้ามที่แม้แต่บรรพชนในอดีตยังไม่กล้าแตะต้อง หากพลังของมันควบคุมไม่ได้ คนที่จะถูกล้างผลาญก็คือตัวเจ้าเอง" นางเอ่ยเบาๆ ทว่าชัดเจนในความเงียบ
หลินเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก มือขวาสะบัดเบาๆ ก้อนพลังปราณสีทองดั่งหยดน้ำผึ้งค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในเปลวเพลิงเก้าสี "คำว่า 'เป็นไปไม่ได้' ไม่เคยมีอยู่ในพจนานุกรมของผู้ที่ต้องการล้างแค้นตระกูลที่หักหลังข้าหรอกเสวี่ยเอ๋อ หากวันนี้ข้าไม่สามารถสร้างสิ่งที่กดขี่พลังเซียนได้ วันหน้าข้าก็จะเป็นเพียงมดปลวกในสายตาพวกมัน"
คำพูดนั้นทำให้มู่หรงเสวี่ยชะงัก นางเดินเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างหู
"ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะแพ้ แต่ข้ากลัวว่าเจ้าจะสูญเสียตัวตนไปในกองเพลิงนี้... จงจำไว้ว่าข้าอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่เพื่อดูเจ้าเป็นจักรพรรดิที่โดดเดี่ยว แต่เพื่อเห็นเจ้าก้าวผ่านขีดจำกัดไปพร้อมกับข้า"
หลินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาไหววูบเพียงชั่วขณะ แต่เขาก็กลับมาตั้งสติได้ในทันที เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟที่เผาไหม้ได้แม้แต่วิญญาณ
ทันใดนั้น เตาหลอมส่งเสียงคำรามดั่งมังกรถูกรัดคอ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เพดานถ้ำหินเริ่มมีเศษฝุ่นร่วงหล่น โอสถภายในเริ่มส่งกลิ่นหอมประหลาด กลิ่นที่ทำให้ผู้สูดดมรู้สึกถึงพลังเซียนในร่างกำลังถูกดึงดูดออกไป!
"เสวี่ยเอ๋อ! ถอยออกไป!" หลินเฟยตะโกนก้อง มือทั้งสองข้างประสานอินวิชาลับ ความร้อนพุ่งทะลุจุดเดือดจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เขากำลังใช้เลือดของตัวเองเป็นตัวกลางในการหลอมโอสถเม็ดนี้ เพื่อให้มันผูกพันกับลมปราณของเขาโดยตรง
เปลวเพลิงเก้าสีม้วนตัวเป็นพายุหมุนเข้าสู่ใจกลางเตาหลอม แสงสีทองสลับม่วงสว่างวาบไปทั่วห้องลับ มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้าง นางเห็นเงาร่างของเทพเซียนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบๆ ตัวหลินเฟย เหมือนกับว่ามีวิญญาณของผู้ที่ถูกโอสถนี้สังหารกำลังรอคอยการถือกำเนิดของมัน
เมื่อแสงสว่างดับวูบลง เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัด...
บนฝ่ามือของหลินเฟย ปรากฏโอสถสีดำสนิทเม็ดหนึ่ง มันไม่ได้ส่งแสงเจิดจ้า แต่กลับดูดกลืนแสงทุกอย่างรอบข้างเข้าไป ราวกับเป็นหลุมดำขนาดเล็กที่ซ่อนพลังทำลายล้างที่สามารถดับลมหายใจของเซียนระดับสูงได้เพียงแค่ดีดนิ้ว
"สำเร็จแล้ว..." หลินเฟยพึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือดจากการสูญเสียพลังปราณไปเกือบหมดสิ้น
ทว่าความเงียบนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดของห้องลับ
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ไม่เลวเลย... โอสถสยบเซียนที่หายสาบสูญไปนับหมื่นปี ไม่คิดว่าในยุคสมัยที่เสื่อมถอยเช่นนี้ จะยังมีคนโง่ที่กล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อสร้างมันขึ้นมาอีก"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ทว่ามีไอสังหารที่เย็นยะเยือกแผ่ออกมา เขาคือ 'ผู้อาวุโสสี่' แห่งสำนักเซียนตงฟาง ศัตรูตัวฉกาจที่หลินเฟยตามหาตัวมาตลอดหลายปี
หลินเฟยหรี่ตาลง ความเหนื่อยล้าถูกเปลี่ยนเป็นรังสีอำมหิตในชั่วพริบตา เขากำโอสถในมือแน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปน "เจ้าเข้ามาที่นี่ได้ยังไง?"
ผู้อาวุโสสี่ยิ้มเยาะ มือขวาชักกระบี่หยกออกมา "ข้ามีสายสืบอยู่ในสำนักประมูลของเจ้านานแล้วหลินเฟย... ขอบใจนะที่หลอมโอสถชั้นเลิศนี้ให้ข้า วันนี้... ทั้งโอสถและหัวของเจ้า จะต้องไปเป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้กับความโง่เขลาของเจ้าเอง"
ทันใดนั้น มู่หรงเสวี่ยก็ชักอาวุธลับในแขนเสื้อออกมาขวางหน้าหลินเฟยทันที ทว่าผู้อาวุโสสี่กลับสลายหายไปเหมือนหมอกควัน ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของมู่หรงเสวี่ย พร้อมกับคมกระบี่ที่จ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนาง
"ส่งโอสถมา... ไม่อย่างนั้น นางจะเป็นคนแรกที่ได้ลิ้มรสผลลัพธ์ของโอสถเม็ดนี้"
ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะหยุดหายใจ หลินเฟยมองโอสถในมือสลับกับสายตาที่เต็มไปด้วยความมั่นคงของมู่หรงเสวี่ย เขาขยับยิ้มที่มุมปาก... ยิ้มที่ดูน่ากลัวที่สุดเท่าที่นางเคยเห็นมา
"เจ้าเลือกผิดคนแล้วที่ขู่ข้าด้วยชีวิตของนาง... เพราะโอสถเม็ดนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อฆ่าเซียน... แต่มันมีไว้เพื่อ 'สละชีพ' เซียนที่โง่เขลาอย่างเจ้า"
หลินเฟยไม่รอช้า เขาใช้นิ้วดีดโอสถเม็ดนั้นเข้าปากตัวเองทันที!
แรงปะทะมหาศาลระเบิดออกจากร่างของเขาทันทีที่โอสถลงคอ ร่างของเขาพุ่งเข้าหาผู้อาวุโสสี่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เพลิงโอสถสวรรค์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 50
โอสถสยบเซียน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!