"ถ้าท่านมู่หรงยังคงรักษาท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้เช่นนี้ เกรงว่าหอการค้ามู่หรงที่ท่านภาคภูมิใจ อาจกลายเป็นเพียงซากปรักหักพังภายในสามราตรีก่อนที่ศัตรูตัวจริงจะปรากฏตัวเสียอีกครับ"
หลินเฟยวางจอกชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบของมันเบาหวิว ทว่ากลับดังก้องกังวานในความรู้สึกของมู่หรงเสวี่ยราวกับเสียงค้อนเหล็กทุบลงบนใจ
หญิงสาวในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มขยับกายเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์สาวจ้องมองบุรุษตรงหน้า ใบหน้าของเขาสงบนิ่งประดุจผิวน้ำในบึงลึก แต่ในความนิ่งนั้นกลับแฝงไปด้วยเพลิงพิโรธที่ถูกกักขังไว้ภายใต้ท่าทีของสุภาพบุรุษผู้ถือดี
"ท่านกำลังข่มขู่ข้าหรือ หลินเฟย?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าปลายนิ้วที่ลูบขอบถ้วยชาชาดกลับสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที "หอการค้ามู่หรงยืนหยัดมาได้นับร้อยปี มิใช่เพราะโชคชะตา แต่เพราะเราเป็นพันธมิตรกับทุกตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง เหตุใดข้าต้องเลือกเดิมพันกับชายผู้กำลังถูกไล่ล่าอย่างท่าน"
หลินเฟยแค่นยิ้มบางๆ เขาประสานมือวางบนตัก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายสีครามเข้ม "เพราะศัตรูของท่าน... คือคนเดียวกับคนที่พยายามบดขยี้ข้าเมื่อหลายปีก่อนไงครับ"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศในห้องรับรองลับพลันอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น อากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งด้วยแรงกดดันจากพลังลมปราณที่หลินเฟยปล่อยออกมาเพียงเบาบาง แต่มันกลับทรงพลังพอจะทำให้เทียนไขทุกเล่มในห้องสั่นไหว
มู่หรงเสวี่ยสูดหายใจเข้าลึก นางรู้ดีว่าหลินเฟยไม่ใช่คนที่จะพูดสิ่งใดโดยปราศจากหลักฐาน การที่เขาเดินเข้ามาถึงใจกลางหอการค้ามู่หรงในยามวิกาลเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าเขาเตรียมตัวมาดีเกินกว่าจะให้ถูกปฏิเสธ
"ท่านมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยน?" นางถามเสียงอ่อนลง กลิ่นอายของการต่อรองเริ่มคุกรุ่น
หลินเฟยหยิบกล่องไม้เล็กๆ ลายสลักโบราณออกมาวางบนโต๊ะ เมื่อเขาเปิดฝาออก กลิ่นหอมฟุ้งของมวลบุปผาและพลังงานมหาศาลก็พุ่งทะลักออกมา โอสถสีทองอร่ามที่มีลายเส้นสีครามพาดผ่านดูราวกับมีชีวิต มันกำลังเต้นเร้าอยู่บนฝ่ามือของเขา
"โอสถฟื้นชะตาขั้นที่เจ็ด... ท่านน่าจะทราบดีว่าในดินแดนนี้ ผู้ที่หลอมโอสถเช่นนี้ได้มีเพียงคนเดียว" หลินเฟยกล่าวพลางจับจ้องสีหน้าของอีกฝ่าย "ข้าไม่ได้มาเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ข้ามาเพื่อเปลี่ยนหอการค้าของท่านให้กลายเป็นจักรวรรดิที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง"
มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน นางก้าวเข้ามาใกล้หลินเฟยจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นเยียบและกลิ่นกำยานอ่อนๆ จากร่างของเขา ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความทะเยอทะยานที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา "หากข้าตกลง... ท่านต้องการสิ่งใดเป็นการตอบแทน?"
"หัวใจของเครือข่ายข่าวกรองทั้งหมดในทิศใต้ และที่สำคัญที่สุด... ข้อมูลลับเกี่ยวกับเส้นทางการเดินเรือของตระกูลจ้าว"
หลินเฟยยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่นั่นคือมีดที่พร้อมจะเชือดคอศัตรูของเขาในคราวเดียว มู่หรงเสวี่ยจ้องมองเขาอยู่นาน นางไม่ได้เห็นชายหนุ่มผู้ต้องการแก้แค้นเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่เห็น 'ปีศาจ' ผู้กุมชะตากรรมของตลาดโอสถทั้งหมดในกำมือ
"คนตระกูลจ้าวเพิ่งส่งคนมาขู่ข้าเมื่อเช้านี้ ว่าหากข้าไม่ตัดขาดจากท่าน พวกเขาจะเผาหอการค้าทิ้ง" มู่หรงเสวี่ยยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม "ดูท่า... การที่เราเป็นศัตรูกันมานาน จะถึงคราวสิ้นสุดเสียที"
นางยื่นมือขวาออกมา สัมผัสความเย็นจากแหวนหยกบนนิ้วชี้ของนางปะทะกับปลายนิ้วของหลินเฟย ข้อตกลงที่เปรียบเสมือนการประกาศสงครามกับตระกูลผู้มีอิทธิพลสูงสุดได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในวินาทีนั้น
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่น่าพึงพอใจ เสียงเคาะประตูสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างผิดจังหวะก็ทำให้ทั้งคู่ชะงัก
"คุณหนูครับ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญบุกเข้ามาทางประตูหน้า พวกมันไม่ได้มาเพื่อการค้า แต่มาเพื่อ 'เอาชีวิต' ตามที่ประกาศไว้ครับ" เสียงองครักษ์จากด้านนอกสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
หลินเฟยเหลือบมองมู่หรงเสวี่ย แววตาของเขาเย็นชาลงทันทีราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาขยับผ้าคลุมไหล่ก่อนจะเอ่ยเบาๆ "ดูเหมือนสุนัขเฝ้าบ้านของตระกูลจ้าวจะใจร้อนไปหน่อยนะมู่หรงเสวี่ย... ข้าว่าเราคงต้องเริ่มงานพันธมิตรของเราเร็วกว่าที่คิด"
ทว่า ก่อนที่หลินเฟยจะก้าวออกไป ประตูห้องรับรองก็ถูกกระแทกจนพังพินาศ เศษไม้กระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างชายชุดดำนับสิบที่ปล่อยพลังปราณสังหารออกมาจนอากาศสั่นไหว แต่คนที่ยืนอยู่หน้าสุดกลับไม่ใช่ยอดฝีมือของตระกูลจ้าว... กลับเป็นบุคคลที่ทำให้มู่หรงเสวี่ยถึงกับหน้าถอดสี
"มู่หรงเสวี่ย... เจ้ากล้าทรยศต่อสัญญาเลือดของเราเพื่อขายวิญญาณให้ไอ้สวะนี่งั้นหรือ?"
ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก้าวเข้ามา แววตาที่จ้องมองมายังหลินเฟยนั้นเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นที่ซ่อนเร้นมานานปี และสิ่งที่หลินเฟยเห็นในมือของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ... มันคือตราประทับแห่งบรรพชนที่สาบสูญไปพร้อมกับตระกูลของเขาเอง
หากสิ่งที่เขากำลังเห็นเป็นความจริง... การล้างแค้นครั้งนี้ คงไม่ใช่แค่เรื่องของตระกูลจ้าวอีกต่อไปแล้วครับ
---
หวังว่าเรื่องราวในตอนที่ 16 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกและติดตามไปกับชะตากรรมของหลินเฟยนะครับ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามผลงานของเพลิงโอสถสวรรค์เสมอมาครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 16
พันธมิตรลับ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!