จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 26

การมาถึงของปรมาจารย์

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"หากเจ้าต้องการให้คนทั้งเมืองกลายเป็นศพเพื่อสังเวยแผนชั่วร้ายของพวกเจ้า ก็จงบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ว่าใครเป็นคนบงการ!" เสียงทุ้มต่ำของหลินเฟยดังก้องกังวานภายในห้องปรุงโอสถลับ มือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังร่างที่สั่นเทาของหัวหน้าพ่อค้าโอสถจากตระกูลคู่แข่งที่ถูกจับมัดไว้อยู่กลางห้อง มู่หรงเสวี่ยยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้างดงามฉายแววเย็นชา เธอไม่ได้ส่งเสียง แต่ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างบางนั้นทำให้บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก "ข้า... ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น! ข้าเพียงแค่ได้รับตราประทับลับจากเงาในม่านหมอกให้เปลี่ยนวัตถุดิบในคลังโอสถเท่านั้น!" ชายผู้นั้นตะโกนตอบด้วยความหวาดกลัว ปากคอสั่นฟันกระทบกันเป็นจังหวะ หลินเฟยหรี่ตาลง เขารู้ดีว่าเวลาของเมืองมู่หรงกำลังจะหมดลง พิษที่ถูกปนลงไปในชุดโอสถฟื้นฟูระดับต่ำนั้นรุนแรงและซ่อนเร้น หากผู้คนนับพันในเมืองนี้ได้รับประทานเข้าไปพร้อมกันในงานประมูลค่ำคืนนี้ สำนักมู่หรงจะกลายเป็นจำเลยสังคมที่ต้องถูกกวาดล้างทันทีโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว "แผนการแยบยลยิ่งนัก" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดัน "การวางยาในวงกว้างเช่นนี้ไม่ได้ใช้เพียงโอสถทั่วไป แต่มันคือ 'พิษไร้ลักษณ์' ที่ต้องใช้ทักษะการควบคุมอัคคีขั้นสูงในการสกัด หากไม่ใช่อัจฉริยะในหมู่ผู้ปรุงโอสถระดับตำนาน ก็ไม่มีทางทำได้แนบเนียนถึงเพียงนี้" หลินเฟยผุดลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังลานประมูลที่กำลังคึกคักไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ "นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากังวลเสวี่ยเอ๋อร์... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังนี้ไม่ได้ต้องการเพียงทำลายเรา แต่มันต้องการประกาศศักดาว่า เหนือกว่าสำนักประมูลมู่หรงยังมี 'บรรพชน' ที่เหนือกว่าอยู่" ทันใดนั้น เสียงระฆังสำริดขนาดใหญ่จากใจกลางเมืองกลับดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน มันไม่ใช่เสียงเรียกคนทั่วไป แต่มันคือเสียงเรียกเตือนภัยระดับสูงสุดที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน! ทุกคนในเมืองชะงักงัน หลินเฟยหันกลับมามองมู่หรงเสวี่ย สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นจะดังก้องมาจากหน้าประตูห้องปรุงโอสถ มันเป็นจังหวะที่มั่นคง แฝงไปด้วยปราณเทพเซียนที่กดทับผู้คนรอบข้างให้ต้องทรุดเข่าลงโดยไม่รู้ตัว "ผู้ปรุงโอสถระดับตำนานมาเยือนสำนักมู่หรงทั้งที เหตุใดจึงต้อนรับแขกด้วยบรรยากาศที่น่าอึดอัดเช่นนี้เล่า?" น้ำเสียงทรงพลังทว่าแฝงความเย่อหยิ่งดังขึ้น ประตูไม้ลงอาคมถูกผลักออกอย่างแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนกลไกป้องกันพังทลายลงในพริบตา ชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่น เดินเข้ามาพร้อมกลิ่นอายสมุนไพรโบราณที่อบอวลไปทั่วทั้งห้อง เส้นผมของเขาขาวโพลนราวกับหิมะ แต่ดวงตากลับคมกริบและแฝงไปด้วยประกายของเพลิงวิเศษเก้าสีที่หลินเฟยเองก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี หลินเฟยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เขาจึงรีบโคจรปราณโอสถเก้าสีในร่างเพื่อต้านทานทันที "ท่านคือใคร และมีธุระอันใดกับสำนักมู่หรงในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้?" ชายชราผู้นั้นยิ้มบางๆ สายตาจ้องมองตรงมาที่หลินเฟยราวกับจะมองทะลุไปถึงกระดูกดำ "หลินเฟย... เจ้าผู้มีพรสวรรค์ที่น่าจับตามองในรอบร้อยปี ข้าเดินทางข้ามพรมแดนหมื่นลี้เพียงเพื่อจะมาบอกเจ้าว่า พิษที่เจ้ากำลังพยายามแก้ในโอสถเหล่านั้น มันไร้ประโยชน์" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้ว "ท่านหมายความว่าอย่างไร?" ชายชราเดินตรงไปที่โต๊ะปรุงโอสถ เขาหยิบขวดแก้วที่บรรจุโอสถพิษขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะปล่อยให้มันสลายกลายเป็นผุยผงด้วยปลายนิ้วเพียงข้างเดียว "เพราะโอสถที่พวกเจ้าผลิตออกไปในช่วงสามวันที่ผ่านมาทั้งหมด... ได้ถูกข้าสับเปลี่ยนด้วยของปลอมที่บรรจุไว้ด้วยมวลสารแห่งหายนะตั้งแต่อยู่ในเตาหลอมแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วทั้งอาณาบริเวณ หลินเฟยเบิกตากว้าง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากสิ่งที่ชายชราผู้นี้พูดเป็นความจริง การแก้พิษก็เป็นเพียงเรื่องตลกที่สายไปเสียแล้ว "เจ้าเป็นคนวางแผนทั้งหมดนี้?" หลินเฟยถาม เสียงของเขาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง ชายชราหัวเราะร่า ก่อนจะหันมามองหลินเฟยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ "ข้าไม่ได้แค่ต้องการทำลายชื่อเสียงมู่หรง ข้าต้องการ 'วิญญาณแห่งเปลวเพลิง' ที่สถิตอยู่ในร่างของเจ้าหลินเฟย... ส่งมันมาให้ข้าเสียดีๆ แล้วข้าจะเมตตาละเว้นชีวิตผู้คนในเมืองนี้ให้สักครึ่งหนึ่ง" หลินเฟยขยับตัวไปขวางหน้ามู่หรงเสวี่ย มือขวาเรียกรวมเปลวเพลิงสีทองอมม่วงออกมาจวบจนบรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยว "ท่านคงฝันหวานเกินไปเสียแล้ว ปรมาจารย์ผู้เฒ่า หากอยากได้ของในตัวข้า ก็จงเอาชีวิตของท่านมาวางเดิมพันเสียก่อน!" ชายชราก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว พื้นดินใต้เท้าของเขาก็แตกร้าวออกเป็นทางยาว ปราณสังหารที่แท้จริงระเบิดออกมาจนผนังห้องเริ่มร่วงหล่นลงมาเป็นเศษหิน หลินเฟยสัมผัสได้ว่าชายผู้นี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อจุดชนวนสงครามโอสถที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของทวีปนี้ไปตลอดกาล "เอาล่ะ... มาดูกันว่าโอสถเก้าสีของเจ้า กับ 'เพลิงนิรันดร์กลืนวิญญาณ' ของข้า สิ่งใดจะแผดเผาอีกฝ่ายได้ก่อนกัน" ชายชราสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ห้องปรุงโอสถที่มั่นคงก็มลายหายไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงความมืดมิดและเปลวเพลิงสีดำสนิทที่โอบล้อมทั้งคู่เอาไว้ หลินเฟยพบว่าเขากำลังยืนอยู่บนห้วงมิติที่ว่างเปล่า และเสียงกระซิบจากความมืดข้างหลังเขากลับทำให้น้ำแข็งในใจเกาะกุม... เพราะเสียงนั้นคือเสียงของคนตายที่เขาเคยลั่นวาจาว่าจะแก้แค้นให้! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยและร่วมลุ้นไปกับทุกความลับที่กำลังจะเปิดเผยนะครับ เพลิงโอสถสวรรค์
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%