กลิ่นอายจางๆ ของชาเขียวมรกตหมื่นปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่าบรรยากาศภายในห้องลับชั้นบนสุดของหอประมูลเมฆาธารกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง หลินเฟยไม่ได้สนใจถ้วยชาล้ำค่าในมือ สายตาคมกริบดั่งกระบี่เล่มงามกำลังจดจ้องแผ่นศิลาบันทึกความทรงจำที่เพิ่งถอดรหัสออกมาได้สดๆ ร้อนๆ บนโต๊ะไม้จันทน์หอม
"ร่องรอยการสะกดจิตวิญญาณรูปแบบนี้..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยประกายความเย็นชาในดวงตา นางรินชาเติมใส่ถ้วยให้หลินเฟยอย่างเบามือ "ทั่วทั้งนครเทียนหลาน มีผู้ฝึกตนที่เชี่ยวชาญศาสตร์มารโลหิตขั้นสูงจนถึงระดับนี้ได้ ไม่เกินสามคนแน่นอนครับ"
หลินเฟยแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวสั่นไหวเล็กน้อย เพลิงวิเศษเก้าสีภายในตันtian (จุดตันแทียน) ของเขาหมุนวนอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับแผ่ไอความร้อนที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้กลายเป็นจุลได้ทุกเมื่อ
"เจ้าพวกหนอนแมลงที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาของตระกูลใหญ่... ในที่สุดพวกมันก็ทนความโลภไม่ไหวจนต้องโผล่หางออกมาแล้วสินะครับ"
หลินเฟยใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนโต๊ะไม้จันทน์ เสียง 'ก๊อกๆ' ดังสะท้อนก้องในความเงียบ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วกระทบลงไป อักขระค่ายกลป้องกันรอบห้องก็ไหววับราจะแตกสลาย เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อหลายวันก่อนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ยิ่งตรวจสอบลึกลงไปในเส้นทางการไหลเวียนของศิลาวิญญาณที่ใช้ว่าจ้างนักฆ่าเงามืด หลินเฟยก็ยิ่งพบเบาะแสที่เชื่อมโยงไปสู่ศัตรูเก่าจากชาติภพก่อน... หรือพูดให้ถูกคือ คนใกล้ตัวที่เคยร่วมดื่มสุสาบานร่วมกันแต่กลับแทงข้างหลังในนาทีแห่งความเป็นความตาย
"คุณหนูมู่หรง" หลินเฟยเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโสมและสติปัญญา "เครือข่ายข่าวสารของหอประมูลเมฆาธารในเขตแดนประจิม ตรวจพบความเคลื่อนไหวของ 'สำนักกระบี่โลหิตทมิฬ' บ้างหรือไม่ครับ"
มู่หรงเสวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างใช้ความคิด นางขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวโชยปะทะนาสิก แต่นางหาได้สนใจเรื่องนั้นไม่ เพราะความจริงที่เพิ่งได้รับรายงานมาเมื่อครึ่งกัณฑ์ก่อนมันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะมองข้าม
"เรียนตามตรง ท่านหลิน... ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักกระบี่โลหิตทมิฬถูกปิดตายอย่างแน่นหนา แม้แต่คนในระดับผู้อยังเข้าไม่ถึง" มู่หรงเสวี่ยทอดถอนหายใจเบาๆ นางวางพับม้วนคัมภีร์หนังอสูรลงบนโต๊ะ "แต่ทว่า เมื่อคืนนี้ มีบุรุษผู้หนึ่งส่ง 'ป้ายคำสั่งกระบี่โลหิต' มาให้ข้าทางช่องลับ พร้อมกับข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้"
หลินเฟยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปาก "โอ้? ข้อเสนออันใดกันที่ทำให้คุณหนูมู่หรงผู้เย่อหยิ่งถึงกับต้องเก็บมาครุ่นคิดเช่นนี้ครับ"
"พวกมันต้องการ 'โอสถวิญญาณเก้าอัคคี' สามเม็ดแลกกับการเปิดเผยรายชื่อของผู้อยู่เบื้องหลังการลอนสังหารท่านเมื่อสามปีก่อน" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเครียด นางจ้องมองหลินเฟยราวกับต้องการอ่านความรู้สึกผ่านแววตาคู่นั้น "และที่สำคัญ... ตราสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนป้ายคำสั่งนั้น เป็นของคนตระกูล 'หลง' สายรอง"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงทันตาเห็น!
เพลิงวิเศษเก้าสีปะทุออกจากร่างของหลินเฟยโดยไม่รู้ตัว เปลวไฟหลากสีสันสว่างวาบขึ้นในความมืด สะท้อนใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองตระกูลหลง ตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเขาและครอบครัวจนจมดิน ตระกูลที่คิดว่าเขาตายตกไปตามมารดาในกองเพลิงวันนั้น!
"ฮ่าๆๆ... ดี! ดีจริงๆ!" หลินเฟยหัวเราะลั่น ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด "ข้าตามหาพวกมันแทบพลิกแผ่นดิน แต่พวกมันกลับส่งหัวมาให้ข้าเชือดถึงที่... หลงเทียนเหิง เจ้าสุนัขรับใช้ตัวนั้น ยังไม่ตายสินะครับ"
"ท่านหลิน โปรดใจเย็นก่อน" มู่หรงเสวี่ยเอื้อมมือไปสัมผัสแขนเสื้อของชายหนุ่มแผ่วเบา สัมผัสอุ่นๆ นั้นช่วยดึงสติอันพร่ามัวของหลินเฟยให้กลับคืนมา "นี่อาจเป็นกับดัก สำนักกระบี่โลหิตทมิฬขึ้นชื่อเรื่องการลอบกัดและตลบหลังเหยื่อ การที่พวกมันเจาะจงขอโอสถวิญญาณเก้าอัคคี ย่อมแสดงว่าพวกมันต้องการใช้มันเพื่อทะลวงขอบเขตพลัง หากพวกมันสำเร็จ... ความแค้นของท่านจะยิ่งสะสางได้ยากยิ่งขึ้นนะครับ"
หลินเฟยสูดลมหายใจเข้าลึก 1 แสยะยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ความเจ้าเล่ห์และรอบคอบกลับเข้ามาแทนที่ความโกรธเกรี้ยวในชั่วพริบตา เขานั่งลงช้าๆ ยกจานชาขึ้นจิบรสชาติขมฝาดที่ปลายลิ้น
"คุณหนูมู่หรงเข้าใจผิดแล้วครับ... ข้าไม่เคยกลัวว่าพวกมันจะแข็งแกร่งขึ้น ข้ากลัวว่าพวกมันจะตายเร็วกว่าที่ข้าจะได้ลงมือต่างหาก"
หลินเฟยหันไปหยิบขวดหยกสีชาดออกจากแหวนมิติ วางลงกลางโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับของสิ่งนั้นมีค่าไม่ต่างจากก้อนกรวด
"จัดเตรียมโอสถวิญญาณเก้าอัคคีตามที่มันต้องการครับ แต่อย่าเพิ่งส่งมอบ..." หลินเฟยหรี่ตาลง วางแผนการอันแยបยนต์ในหัวเสร็จสรรพ "เราจะใช้มันเป็นเหยื่อล่อ ให้พวกมันคิดว่าเราติดกับ จากนั้น ข้าจะไปรอต้อนรับ 'แขกผู้สูงศักดิ์' เหล่านั้นด้วยตัวเองที่หุบเขาอัคคีผลาญวิญญาณ"
มู่หรงเสวี่ยฟังแล้วถึงกับลอบกลืนน้ำลาย นางมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน บุรุษผู้นี้ไม่เพียงแต่มีความรู้เรื่องโอสถระดับบรรพชน แต่แผนการและเล่ห์เหลี่ยมของเขายังล้ำลึกจนน่ากลัว การเดินหมากแต่ละตาล้วนบีบให้ศัตรูต้องจนมุมโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย..." มู่หรงเสวี่ยพยักหน้ารับอย่างจำยอม นางกำลังจะเอ่ยต่อ ทันใดนั้น สีหน้าของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
'ปึง!'
ประตูห้องลับถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเตือน ร่างของผู้อาวุโสฝ่ายข่าวกรองของหอประมูลพุ่งเข้ามาด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม เลือดสดๆ ไหลอาบต้นแขน ลมหายใจหอบกระชั้นราวกับวิ่งหนีตายมาจากขุมนรก
"คุณหนู! นายท่าน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ผู้อาวุโสคนนั้นคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "คน... คนที่ส่งป้ายคำสั่งเมื่อครู่ ไม่ใช่สำนักกระบี่โลหิตทมิฬ... แต่ทว่า..."
หลินเฟยหรี่ตามอง นั่งนิ่งไม่ไหวติง แต่กลิ่นอายรอบตัวกลับตึงเครียดขึ้นจนน่าอึดอัด
"พูดออกมาครับ ว่ามันคือผู้ใด" หลินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ
ผู้อาวุโสกลืนน้ำลายฝืดเคือง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"มันคือ... องค์ชายสามแห่งราชสำนัก... ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นสหายสนิทของท่านมาตลอดสิบปีนี้... และ... และเขากำลังยืนรอพบท่านอยู่ที่ชั้นล่างของหอประมูลแล้วครับ!"
หลินเฟยชะงักไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าทันที
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับกลเกมลวงโลกครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ เพลิงโอสถสวรรค์ขอขอบพระคุณครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 20
เปิดโปงผู้บงการ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!