"ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือ ว่ารสชาติของชาที่ขมเกินไป มักจะกลบกลิ่นหอมของโอสถที่ข้าตั้งใจหลอมจนหมดสิ้น"
หลินเฟยเอ่ยขึ้นเบาๆ ขณะวางถ้วยกระเบื้องเคลือบสีครามลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบกันของถ้วยและจานรองดังก้องกังวานในความเงียบสงัดของห้องรับรองภายในสำนักประมูลมังกรฟ้า ทว่าสายตาของเขามิได้จับจ้องอยู่ที่ถ้วยชา กลับจดจ้องไปที่เงาดำสายหนึ่งซึ่งไหววูบผ่านหน้าต่างกระดาษเพียงเสี้ยววินาที
มู่หรงเสวี่ยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน เธอสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งไหลผ่านอากาศเข้ามา แม้นางจะมิใช่นักสู้ระดับสูง แต่สัญชาตญาณของการเป็นผู้บริหารสำนักประมูลที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เธอรู้ทันทีว่า 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ได้มาถึงแล้ว
"ท่านดูใจเย็นเกินไปนะหลินเฟย" มู่หรงเสวี่ยกระซิบ แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ เธอหยิบพัดหยกขึ้นมาเปิดออกช้าๆ ไอพลังปราณอ่อนๆ กระจายตัวเป็นเกราะป้องกันรอบกาย "นี่คือการลอบสังหารระดับสามดาวเชียวนะ ข้อมูลจากสายข่าวแจ้งว่าพวกมันคือ 'เงาอสรพิษ' มือสังหารรับจ้างที่ไม่มีวันปล่อยให้เป้าหมายมีชีวิตรอดเกินข้ามคืน"
หลินเฟยยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่น่าขนลุก "สามดาวหรือ? ดูเหมือนราคาหัวของข้าในตลาดมืดจะสูงขึ้นจนน่าพอใจเชียวล่ะ"
ทันใดนั้น โครงสร้างไม้ของหลังคาก็ส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ประหนึ่งถูกแรงกดมหาศาลจากภายนอก เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุหลังคาลงมาราวกับดาวตก กระบี่สั้นสีนิลในมือของมือสังหารวาดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้งเล็งตรงไปยังลำคอของหลินเฟยด้วยความเร็วที่ตาเปล่าแทบจะมองไม่ทัน
ทว่าในจังหวะที่คมกระบี่ห่างจากหลอดลมของหลินเฟยเพียงเส้นผมกั้น ชายหนุ่มกลับมิได้ขยับตัวหลบ เขาเพียงแค่ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
*เปรี๊ยะ!*
ประกายไฟสีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว กระทบเข้ากับปลายกระบี่ของนักฆ่าจนเกิดเป็นเสียงโลหะปะทะกันดั่งระฆังทอง แรงปะทะนั้นมหาศาลเสียจนนักฆ่าผู้นั้นชะงักไปชั่วครู่ แววตาภายใต้หน้ากากสีดำเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนที่มันจะพยายามถอยร่นเพื่อตั้งหลัก แต่หลินเฟยไม่ปล่อยโอกาสนั้นไป
"ในสำนักประมูลของข้า การเข้าออกทางประตูหน้าถือเป็นมารยาทพื้นฐาน" หลินเฟยกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะสะบัดมือขวาเบาๆ 'เพลิงวิเศษเก้าสี' ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือ ร้อนแรงจนอากาศโดยรอบบิดเบี้ยว มันก่อตัวเป็นโซ่ตรวนเพลิงพันธนาการร่างนักฆ่าไว้แน่น
นักฆ่าผู้นั้นดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณสีดำทะลักออกมาเพื่อต้านทานเปลวเพลิง แต่มันกลับยิ่งทำให้เพลิงเก้าสีลุกโชนขึ้นกว่าเดิม ความร้อนนั้นไม่ใช่เพียงแค่เผาผลาญกายภาพ แต่กำลังกัดกินไปถึงเส้นลมปราณภายในอย่างช้าๆ
"เจ้าเป็นใคร ใครเป็นผู้ส่งมา?" หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหานักฆ่าที่กำลังสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาสะท้อนภาพเปลวเพลิงที่ดูเย็นเยียบดุจห้วงเหว "หากเจ้าตอบข้ามาโดยดี ข้าอาจจะเมตตาให้เจ้าตายแบบไร้ความเจ็บปวด แต่ถ้าหากเจ้าเลือกที่จะเงียบ... ข้ามีตำรับโอสถใหม่ที่เพิ่งคิดค้นขึ้นมา มันทำหน้าที่เปลี่ยนอวัยวะภายในให้กลายเป็นผลึกแก้วช้าๆ เจ้าน่าจะอยากลองสัมผัสดูนะ"
นักฆ่าผู้นั้นพ่นเลือดออกมาคำหนึ่งผ่านหน้ากาก ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและไร้ซึ่งความหวัง "หลินเฟย... เจ้าคิดว่าการขัดขวางข้าในคืนนี้จะช่วยให้เจ้ามีชีวิตอยู่ถึงงานประมูลวันพรุ่งนี้งั้นหรือ? ผู้ที่ต้องการหัวของเจ้า ไม่ได้มีเพียงแค่คนตระกูลเดียว... แต่เป็นทั้งยุทธภพที่เจ้ากำลังจะเข้าไปเหยียบย่ำ!"
ทันใดนั้น ร่างของนักฆ่าก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนด้วยพลังปราณที่อัดแน่นจนถึงขีดสุด มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสี "มันคิดจะระเบิดปราณเพื่อทำลายห้องนี้! ถอยไปหลินเฟย!"
หลินเฟยไม่ได้ถอย เขาหยิบขวดหยกสีดำออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็ว ก่อนจะรินของเหลวสีทองส่องประกายใส่ลงไปในโซ่ตรวนเพลิง ทันทีที่ของเหลวนั้นสัมผัส ร่างของนักฆ่าก็แข็งค้างราวกับถูกหยุดเวลา พลังปราณที่กำลังจะปะทุถูกแช่แข็งไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"อย่าเพิ่งตายตอนนี้สิ" หลินเฟยย่อตัวลง ใช้สองนิ้วดึงหน้ากากของนักฆ่าออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูซีดเผือดและดวงตาที่ไร้แววของชายชราคนหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ทำให้หลินเฟยต้องเลิกคิ้วขึ้นมิใช่ใบหน้าของนักฆ่า แต่เป็นรอยสักรูป 'ดอกบัวสีเลือด' ที่ปรากฏอยู่บนลำคอของชายผู้นี้
มู่หรงเสวี่ยเดินเข้ามาใกล้ เธอยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ "รอยสักนั่น... มันคือสัญลักษณ์ของสำนักบูรพาไร้ลักษณ์ ที่ประกาศล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อน! เป็นไปไม่ได้... คนพวกนี้ควรจะหายสาบสูญไปจากแผ่นดินนี้แล้ว"
หลินเฟยหรี่ตาลง ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นแผนการที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่คุ้นเคยจากรอยสักนั้น มันมิใช่พลังปราณทั่วไป แต่มันคือ 'อาคมโอสถต้องห้าม' ที่เขาเคยเห็นในบันทึกโบราณของตระกูลที่ทรยศเขา
"ไม่หายสาบสูญไปไหนหรอกเสวี่ยเอ๋อ" หลินเฟยกล่าวเสียงต่ำ นัยน์ตาฉายแววอันตราย "พวกมันแค่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของคนที่ไว้ใจที่สุด... ดูเหมือนว่าผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่คนในยุทธภพทั่วไป แต่เป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับ 'โอสถเก้าสี' ที่ข้ากำลังหลอมอยู่"
เขายื่นมือไปสัมผัสรอยสักนั้น แสงสีทองจากนิ้วมือซึมซับเข้าไปในผิวหนังของนักฆ่า ทันใดนั้น เงาที่พื้นห้องเริ่มขยับไหวและเปลี่ยนรูปร่างไป ไม่ใช่เงาของพวกเขา แต่มันคือนักฆ่าอีกสามคนในชุดสีดำสนิทที่ค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องรับรอง ราวกับพวกมันซ่อนตัวอยู่ในมิติที่ซ้อนทับกันอยู่!
นักฆ่าทั้งสามคนชักกระบี่ออกมาพร้อมกัน บรรยากาศในห้องรับรองบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ หลินเฟยหันไปมองมู่หรงเสวี่ยแล้วพยักหน้าเบาๆ เป็นสัญญาณว่า 'ถึงเวลาต้องเล่นเกมใหญ่แล้ว' เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูเบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจและแผนการที่ถูกวางไว้ล่วงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ
"พวกเจ้ามาได้ถูกเวลาพอดีเลย" หลินเฟยกล่าวพลางหยิบโอสถเม็ดสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมาวางบนฝ่ามือ "เพราะข้ากำลังต้องการ 'ตัวทดลอง' สำหรับยาพิษบทใหม่พอดีเชียว... ใครจะเป็นคนแรกที่อยากเข้ามาลิ้มลองรสชาติของความตายที่หอมหวานที่สุดในโลกกันล่ะ?"
จบบทที่ 19
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับกลเกมของนักฆ่าในเงามืดครั้งนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ เพลิงโอสถสวรรค์ขอขอบพระคุณครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 19
นักฆ่าในเงามืด
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!