"ห้าพันศิลาวิญญาณชั้นเลิศ... ข้าให้ราคาแค่นี้ หากเจ้ายังคิดจะโก่งราคาเพิ่มอีกก้าวเดียว ข้าเกรงว่าวันนี้เจ้าคงไม่ได้เดินออกจากตลาดมืดแห่งนี้ด้วยสภาพที่ครบสามสิบสองหรอกนะ"
เสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเทาเข้มดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของตลาดมืดใต้ดินที่ตั้งอยู่ลึกลงไปใต้หุบเขาพันอสูร กลิ่นอายความชื้นและคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ ทว่าหลินเฟยกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาเรียวคมดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บจ้องมองไปยังชายเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ท่านนักประเมิน... เงินห้าพันศิลาวิญญาณ อาจจะซื้อได้เพียงเศษหินไร้ค่าในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับ 'โอสถชะล้างไขกระดูกเก้าสี' ที่ข้าหลอมขึ้นมาด้วยตัวเองเพียงหนึ่งเม็ด ท่านคิดว่าราคานี้มันสมเหตุสมผลแล้วจริงๆ หรือ?"
หลินเฟยใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทุกเสียงการเคาะเปรียบเสมือนเข็มที่ทิ่มแทงหัวใจของอีกฝ่ายให้เต้นรัวด้วยความโลภและหวาดหวั่นในคราวเดียวกัน ชายในชุดคลุมชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นหอมจางๆ ที่โชยออกมาจากหีบไม้ขนาดเล็กบนโต๊ะนั้นรุนแรงเกินกว่าจะปฎิเสธได้ มันไม่ใช่กลิ่นโอสถทั่วไป แต่มันมีไอพลังของเพลิงวิเศษที่แฝงความบริสุทธิ์ถึงระดับสูงสุด
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?" ชายในชุดคลุมเค้นเสียงถาม เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อตระหนักว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เพียงเด็กหนุ่มไร้ที่มา หากเป็นยอดฝีมือที่จงใจมาเยือนที่นี่เพื่อประกาศศักดา
หลินเฟยไม่ตอบ แต่เขาค่อยๆ เปิดฝาหีบออก เผยให้เห็นเม็ดโอสถกลมมนสีรุ้งที่ส่องประกายเรืองรองตัดกับความมืดมิดของตลาดใต้ดิน แสงสีเก้าสีสะท้อนเข้ากับดวงตาของเหล่าผู้คนที่แอบสังเกตการณ์อยู่ในมุมมืด จนเกิดเสียงอื้ออึงของลมหายใจเข้าลึกๆ ดังไปทั่วบริเวณ
"หมื่นศิลาวิญญาณ... จ่ายมา แล้วโอสถเม็ดนี้จะเป็นของท่าน" หลินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจดุจจักรพรรดิผู้บัญชาการทัพ
ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด บานประตูเหล็กหนักอึ้งทางทิศตะวันออกก็ถูกผลักออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล หญิงสาวในชุดผ้าไหมสีม่วงอ่อนปักลวดลายเมฆาสลับลายมังกรก้าวเข้ามา นางมีใบหน้าที่งดงามดั่งภาพวาด แต่ดวงตากลับมีความเฉลียวฉลาดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเกรงขาม มู่หรงเสวี่ย กวาดสายตามองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินเฟย
"ตลาดมืดแห่งนี้มีกฎว่าด้วยการให้เกียรติผู้ขาย... ท่านนักประเมิน โปรดถอยไป" น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่ทว่าเฉียบขาด ชายในชุดคลุมรีบก้มศีรษะลงและหลบฉากไปอย่างรวดเร็ว
มู่หรงเสวี่ยเดินตรงเข้ามาหาหลินเฟย นางไม่ได้มองเม็ดโอสถ แต่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ข้าตามหาเจ้ามาตลอดสามวัน ตั้งแต่เรื่องที่หอโอสถเทวะเกิดการระเบิดของเพลิงสีรุ้ง... บอกข้าสิ ว่าเจ้าต้องการเท่าไหร่สำหรับสูตรลับในการหลอมโอสถนี้?"
หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนกลิ่นอายบุรุษที่หนักแน่นและเย็นชาเล็กน้อยของเขาทำให้หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกไหว "ท่านคุณหนูมู่หรง... ความรู้คือสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ แต่ถ้าหากท่านอยากรู้ ท่านต้องจ่ายด้วย 'พันธมิตร' ไม่ใช่แค่ศิลาวิญญาณ"
เขายื่นหีบใบนั้นให้นางโดยไม่ลังเล "โอสถนี้ถือเป็นของขวัญชิ้นแรกสำหรับการเจรจาของเรา... หากวันพรุ่งนี้ข้าปรากฏตัวที่สำนักประมูลของท่านในฐานะแขกผู้มีเกียรติ หวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง"
มู่หรงเสวี่ยรับหีบมาด้วยมือที่สั่นน้อยๆ นางเป็นคนเก่งกาจในเชิงธุรกิจ แต่สิ่งที่นางเพิ่งได้รับมานั้นไม่ใช่เพียงโอสถคุณภาพสูง แต่มันคือโอกาสที่จะทำลายรากฐานอำนาจของตระกูลคู่แข่งที่ครองตลาดโอสถมายาวนาน นางเงยหน้าขึ้นหวังจะเอ่ยคำถามต่อ แต่ทว่าหลินเฟยกลับลุกขึ้นยืนและเดินหายไปในเงามืดของตลาดอย่างรวดเร็ว
ทิ้งให้มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งงันอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางสายตาของเหล่าเจ้าพ่อตลาดมืดที่เริ่มล้อมวงเข้ามาหมายจะแย่งชิงสมบัติชิ้นงามนี้ แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ขยับกาย เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังของหลินเฟยที่เพิ่งจากไป
"ท่านพี่... ท่านรีบทำเช่นนี้เกินไปหรือไม่? หากพวกมันร่วมมือกันจัดการท่านก่อนจะถึงวันประมูล เรื่องคงจะยุ่งยากไม่น้อย" เสียงของเด็กรับใช้คนสนิทที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินดังขึ้น
หลินเฟยหยุดฝีเท้า ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเก้าสีวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ "เจ้าคิดว่านางจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปงั้นหรือ? มู่หรงเสวี่ยฉลาดเกินกว่าจะเสียพันธมิตรที่มีค่าที่สุดไป แต่สิ่งที่ข้ากังวลไม่ใช่พวกกากเดนในตลาดมืดนี่..."
เขาหยุดพูดกะทันหัน เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยที่น่ารังเกียจ กลิ่นอายของ 'เพลิงสีดำ' ที่เขาเคยพบในวันที่ตระกูลของเขาถูกทำลาย! ร่างของเงาดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากเพดานตลาดมืดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบที่เย็นเยียบเข้าถึงกระดูกสันหลัง
"ในที่สุดข้าก็เจอตัวเจ้าแล้ว... ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลหลิน เจ้าคิดว่าการหนีมาซ่อนตัวในตลาดมืดจะช่วยให้เจ้าหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งโชคชะตาได้งั้นรึ?"
เพลิงโอสถสวรรค์หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับบทนี้ และมาร่วมเดินทางไปกับข้าในตอนถัดไปนะครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 4
การประมูลครั้งแรก
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!