หยาดโลหิตสีทองคำเข้มข้นหยดลงกระทบพื้นศิลาหยกขาว เกิดเสียงดังราวกับเสียงก้อนอุกกาบาตพุ่งชนผืนปฐพี แม้ความเจ็บปวดจะแผดเผาจากไขกระดูกลึกถึงจิตวิญญาณ แต่แววตาของหลินเฟยกลับไม่มีความพรั่นพรึงแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงสีรุ้งระยิบระยับที่สะท้อนอยู่ในม่านตาคู่นั้น
"ท่านยังดึงดันที่จะเปิดผนึกส่วนนี้ต่ออีกหรือ หลินเฟย..."
เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน มู่หรงเสวี่ยทรรศนาภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่บีบรัดแน่น นางก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเลือด ปลายนิ้วเรียวงามสั่นระริกยามบรรจงใช้ผ้าแพรซับคราบโลหิตบนหน้าผากให้เขา ความห่วงใยฉายชัดผ่านดวงตาคู่งามที่มักจะเยือกเย็นและเฉียบขาดเสมอเวลาอยู่ต่อหน้าเหล่ามหาอำนาจในสำนักประมูล
หลินเฟยยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ แม้ริมฝีปากจะซีดเซียวไร้สี "เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา... ยิ่งไปกว่านั้น ความจริงเกี่ยวกับ 'เพลิงเก้าสี' ที่ข้าเคยครอบครองในอดีตชาติ มันกำลังเรียกหาข้า"
เขากวาดสายตามองไปรอบห้องลับใต้ดิน บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายโอสถระดับบรรพกาล เม็ดยาทองคำเก้าพญามังกรนับร้อยเม็ดที่เขาทุ่มทุนซื้อมาจากงานประมูลครั้งก่อน กำลังหลอมละลายกลายเป็นไอหมอกสีมรกตเพื่อช่วยพยุงเส้นชีพจรที่กำลังจะขาดสะบั้น การชิงไหวชิงพริบกับตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงทำให้เขารู้ซึ้งว่า พลังที่มีอยู่ในปัจจุบันยังห่างไกลคำว่า 'ไร้เทียมทาน' นัก หากปราศจากความทรงจำในชาติภพก่อนที่ถูกผนึกเอาไว้
"ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่า ความทรงจำที่ท่านตามหา จะไม่ใช่ตราบาปที่ผลักให้ท่านดำดิ่งลงสู่ห้วงอเวจี?" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา นางวางมือเรียวทาบลงบนอกเสื้อของเขา สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึก "ข้าเห็นความลับมากมายในสำนักประมูล แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้ข้ารู้สึกหวาดกลัวเท่ากับการที่ท่านกำลังพยายามดึงอดีตที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องหวาดกลัวกลับคืนมา"
หลินเฟยเอื้อมมือไปกุมมือของนางไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงไปสู่หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่คิดและพันธมิตรที่รู้ใจที่สุด "ความกลัวมีไว้สำหรับผู้ที่อ่อนแอ เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าจำคำพูดของข้าในคืนที่เราดื่มสุราใต้แสงจันทร์ที่หุบเขาเมฆาได้หรือไม่? ข้า หลินเฟย สาบานว่าจะเหยียบย่ำพวกมันให้จมดิน... แต่การจะทำเช่นนั้น ข้าจำเป็นต้องรู้ว่า 'ใคร' เป็นคนผลักข้าตกหน้าผาเมื่อพันปีก่อนกันแน่"
สิ้นคำพูดของเขา หลินเฟยก็สะบัดมือซัดพลังปราณสายหนึ่งเข้าใส่ใจกลางค่ายกลอัคคี ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีทอง ประกายแสงสีม่วง และอัคคีโลหิตก็พวยพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดาน ก่อตัวเป็นรูปเงาร่างของดอกบัวเพลิงเก้ากลีบที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง อุณหภูมิภายในห้องพุ่งสูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยว
ภาพเบื้องหน้าของหลินเฟยเริ่มพร่าเลือน สติสัมปชัญญะหลุดลอยเข้าสู่ห้วงมิติแห่งกาลเวลาอันเวิ้งว้าง...
*เปรี้ยง!*
เสียงสายฟ้าฟาดกึกก้องสะท้านฟ้าดิน ในห้วงนิมิตแห่งอดีตชาติ หลินเฟยในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาเก้าสวรรค์ เบื้องล่างคือซากศพของเหล่าเซียนและมารนับแสนที่นอนตายเกลื่อนกลาด กลีบเมฆถูกย้อมเป็นสีเลือด ทว่าสิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือกระบี่วิเศษอันใด หากแต่เป็น 'หัวใจ' ดวงหนึ่งที่กำลังเต้นระรัวและเปล่งแสงสีรุ้งออกมาเจิดจ้า
"หลินเฟย! เจ้าทรยศต่อสำนักโอสถสวรรค์ ปล่อยเพลิงเก้าสีกลืนกินรากฐานของบรรพชน เจ้ายังมีหน้ามายืนถือครองแก่นแท้แห่งเต๋าอยู่อีกหรือ!"
เสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นดังก้องขึ้นจากฟากฟ้า ร่างของชายชราผู้หนึ่งในชุดคลุมลายมังกรทองปรากฏขึ้น ทั่วร่างแผ่ไอสังหารที่หนักหน่วงราวกับภูเขาทับถม ชายชราผู้นั้นคือ 'จักรพรรดิโอสถไท่เทียน' อาจารย์ผู้มีพระคุณล้นพ้น... หรือนั่นคือคำลวงโลกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความโลภ?
ในนิมิตนั้น หลินเฟยวัยเยาว์แย้มยิ้มเยาะหยัน รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเจ็บปวดและร ะทม เปลวเพลิงเก้าสีในมือของเขาไม่ได้เกิดจากการขโมยวิชา หากแต่มันคือ 'วิญญาณ' ของมารดาที่ถูกหลอมรวมด้วยฝีมือของอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพรัก เพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการทะลวงข้ามขอบเขตจักรพรรดิโอสถ!
*ความจริงอันโหดร้ายถูกเปิดเผยทีละน้อยราวกับใบไม้ร่วงหล่น...*
มู่หรงเสวี่ยที่เฝ้ามองอาการของหลินเฟยอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นเลือดสีดำไหลทะลักออกจากมุมปากของชายหนุ่ม ร่างกายของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมานสุดขีด นางตระหนักได้ทันทีว่าพลังงานในตัวเขากำลังตีกลับ และหากปล่อยไว้เช่นนี้ จิตวิญญาณของเขาอาจแตกสลายหายไปตลอดกาล
"หลินเฟย! ตื่นขึ้นมา!" นางตะโกนเรียกพร้อมกับถ่าย ทอดพลังปราณน้ำแข็งร้อยปีเข้าไปในร่างของเขาเพื่อระงับความร้อนรุ่ม แต่มันกลับไร้ผล เพลิงเก้าสีได้ล้อมรอบตัวเขากลายเป็นเปลือกไข่เพลิงสีรุ้งทึบตัน ที่แม้แต่พลังปราณระดับก่อเกิดเซียนก็ไม่สามารถเจาะทะลวงเข้าไปได้
ภายในเปลือกไข่เพลิง หลินเฟยลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงความทรงจำที่มืดมิด เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของจักรพรรดิไท่เทียนและเหล่าผู้อาวุโสในอดีตชาติยังคงก้องกังวาน ทว่าท่าความมืดมิดนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เสียงก้าวเดินที่หนักแน่นมั่นคง พร้อมกับกลิ่นอายโอสถอันคุ้นเคยที่เขาไม่มีวันลืม
เงาร่างของสตรีในชุดอาภรณ์สีทองปักลายหงส์เพลิงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า นางยื่นมือเรียวบางมาสัมผัสใบหน้าของเขา แววตานั้นเต็มไปด้วยความอาลัยรักและคำเตือนที่ทำให้หัวใจของหลินเฟยต้องหยุดเต้น
"จำไว้... หลินเฟย คนที่ฆ่าท่านในวันนั้น ไม่ใช่ไท่เทียน... แต่คือเงาที่สะท้อนอยู่ในกระจกของตัวท่านเอง..."
*ปัง!*
เปลือกไข่เพลิงเก้าสีระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พลังลมปราณสะท้านภพแผ่ขยายออกไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลมู่หรง จนเหล่าผู้คุ้มกันภายนอกต่างกระอักเลือดล้มลงไปตามๆ กัน มู่หรงเสวี่ยถูกแรงกระแทกกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ
ดวงตาคู่นั้น... บัดนี้ไม่ได้มีเพียงสีดำสนิทอีกต่อไป แต่มีประกายแสงสีรุ้งเก้าสีหมุนวนอยู่ภายใน ลมหายใจของเขาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี แต่กลับแฝงไว้ด้วยความดุดันของอัคคีที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
หลินเฟยลุกขึ้นยืนช้าๆ เขายกมือขึ้นปาดคราบเลือดที่ริมฝีปาก ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดินและโชคชะตา
"ที่แท้... ข้าก็คือผู้สร้างคำสาปนี้ขึ้นมาเอง..." เขากระซิบพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ทำให้มู่หรงเสวี่ยถึงกับขนลุกซู่
ทว่า ในวินาทีที่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผย เสียงฝีเท้าปริศนาก็ดังขึ้นที่หน้าประตูลับ เสียงที่ไม่มีใครควรจะล่วงรู้ตำแหน่งของมัน... ประตูหินหนักหมื่นจินถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมหน้ากากเงินผู้หนึ่ง ที่กำลังถือป้ายคำสั่งโบราณซึ่งมีตราประทับของสำนักประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า!
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริงขอรับ... องค์ชายผู้ร่วงหล่น"
ด้วยความขอบคุณจากใจจริง
— เพลิงโอสถสวรรค์
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 47
ความจริงเรื่องเพลิงเก้าสี
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!