จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 48

การล้างแค้นเริ่มขึ้น

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"ยินดีต้อนรับกลับสู่ความจริงขอรับ... องค์ชายผู้ร่วงหล่น" เสียงก้องกังวานของหุ่นเชิดเงาโลหิตยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของหลินเฟย ทว่าในยามนี้ ไม่มีร่องรอยของความหวาดหวั่นหรือความลังเลใจหลงเหลืออยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ประดับด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคู่นั้นทอประกายระยิบระยับดั่งดวงดาวในห้วงอวกาศอัน Amulet ลึกล้ำ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงลับใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของโอสถโบราณ หลินเฟยปัดฝุ่นละอองบนอาภรณ์สีครามเข้มของตนเองอย่างเชื่องช้า ราวกับบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์กำลังจะก้าวออกไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชา มากกว่าการเดินทางไปเพื่อชำระสะงล้างเลือดและกระดูกของตระกูลที่เคยเหยียบย่ำเขาให้จมดิน "ความจริงหรือ..." หลินเฟยพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี "น่าเสียดายที่ตระกูลหลินในวันนี้ ไม่มีที่ยืนให้กับพวกสุนัขรับใช้ที่ไร้สัจจะอีกต่อไปแล้ว" มือเรียวยาวดั่งหยกขาวสะบัดเบาๆ ปรากฏขวดกระเบื้องเคลือบสีชาดสามขวดบนฝ่ามือ ภายในบรรจุ "โอสถสลายวิญญาณเก้าเพลิง" ระดับเซียนขั้นสมบูรณ์ที่เขาใช้เวลาหลอมขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับการนี้ กลิ่นอายของอัคคีวิเศษเก้าสีหมุนวนอยู่ภายในขวดราวกับมีชีวิต มันพร้อมที่จะแผดเผาทุกสิ่งให้กลายเป็นจุลภายในพริบตาเดียว ข้างกายของเขา มู่หรงเสวี่ยยืนสงบนิ่งในชุดคลุมยาวสีเพลิงปักลายหงส์สวรรค์ ดวงตาดอกท้อคมกริบกวาดมองแผนผังค่ายกลป้องกันของตระกูลหลินหลักที่กางอยู่กลางอากาศ นางหันมามองคู่ชีวิตของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและความลุ่มหลงในคณา "เฟยหลาง... ค่ายกลปกป้องตระกูลหลินถูกเชื่อมต่อกับชีพจรวิญญาณใต้ดิน หากบุกเข้าไปตรงๆ อาจทำให้พลังงานตีกลับจนชาวเมืองผู้บริสุทธิ์ได้รับลูกหลง ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะใช้แผนการนี้?" เสียงหวานใสแต่ทรงอำนาจเอ่ยถามอย่างรอบคอบตามวิสัยของรองประธานสำนักประมูล หลินเฟยหันไปสบตานาง รอยยิ้มที่มุมปากอ่อนโยนลงเล็กน้อย มือหนายื่นไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้เบาๆ "เสวี่ยเอ๋อร์ วางใจเถอะ ข้ามิใช่คนใจร้อนเช่นในอดีต การทำลายตระกูลหลิน ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทำลายล้างเสมอไป... ในเมื่อพวกมันใช้ผลประโยชน์และความโลภสร้างรากฐานขึ้นมา ข้าก็จะใช้สิ่งเดียวกันนี่แหละ ถอนรากถอนโคนพวกมันจากภายใน" สตรีงามพยักหน้ารับเบาๆ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ความแค้นที่สุมอกได้รับการขัดเกลาจนกลายเป็นความเยือกเย็นและแผนการอันแยบยล การกลับมาเยือนตระกูลหลินในครานี้ จึงไม่ใช่การล้างแค้นด้วยอารมณ์ แต่เป็นการพิพากษาจากเบื้องบน ตระกูลหลิน... ณ คฤหาสน์ใหญ่โตโอ่อ่าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง บรรยากาศในยามค่ำคืนเต็มไปด้วยความเงียบสงบ ทว่าลึกเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบัน 'หลินป้า tian' กำลังนั่งขมวดคิ้วแน่นอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดง เบื้องหน้าของเขาคือรายงานความเสียหายจากการสูญเสียกิจการค้าโอสถสามแห่งติดต่อกันในรอบสัปดาห์ "มันผู้ใดกัน! กล้าดียังไงมาท้าทายอำนาจตระกูลหลินของเรา!" หลินปู่ทุบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนถ้วยชาแตกละเอียด ใบหน้าชราภาพบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "หรือจะเป็นฝีมือของนังตัวดีมู่หรงเสวี่ยแห่งสำนักประมูล?" "เรียน... เรียนท่านผู้นำ..." บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าตัวสั่นเทา "ไM่... ไม่ใช่สำนักประมูลขอรับ แต่... แต่มีแขกผู้หนึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตูใหญ่ เขาบอกว่า... นำของขวัญชิ้นใหญ่มาคืนให้กับตระกูลหลินขอรับ!" หลินป้าเทียนแค่น The sound ขัดใจ "ของขวัญอันใด? ข้าไม่รับ! สั่งคนไปหักขาแล้วโยนมันออกไปซะ!" "ช้าก่อน หลินป้าเทียน..." เสียงทุ้มนุ่มกังวานดั่งระฆังทองดังขึ้นจากความมืดเบื้องนอก ประตูไม้บานใหญ่แกะสลักลวดลายวิจิตรถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องโถง ราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่าของทุกคนในที่นั้น ร่างสูงโปร่งในชุดอาภรณ์สีครามเข้มก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลานั้นประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองตรงมาที่ผู้นำตระกูลหลินราวกับมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง หลินป้าเทียนเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ภาพเบื้องหน้าซ้อนทับกับเด็กหนุ่มผู้เคยถูกตัดเส้น ฌาน แล้วขับไล่ออกจากตระกูลเมื่อหลายปีก่อนอย่างไม่น่าเชื่อ "ทะ... ไท่... เจ้า... เจ้ายังไม่ตายหรือ!" หลินป้าเทียนผุดลุกขึ้นยืน ตัวสั่นเทาด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด "หลินเฟย! เป็นไปไม่ได้! เจ้าควรจะตายในหุบเขาอัคคีมรณะแล้วสิ!" หลินเฟยหยุดยืนห่างออกไปเพียงสามก้าว เขายกมือขึ้นประสานกันอย่างสุภาพเรียบร้อย ราวกับบุตรชายที่กำลังทักداบิดinผู้ให้กำเนิด ทว่ารัศมีรอบตัวกลับทำให้องครักษ์นับสิบคนที่กรูกันเข้ามาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง "ตายหรือ?" หลินเฟยหัวเราะในลำคอเบื้องเบา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "สวรรค์ยังไม่กล้าเอาชีวิตข้าหรอก หลินป้าเทียน... เจ้าคิดว่าการส่งข้าไปตายในหุบเขาอัคคีมรณะเมื่อวันนั้น จะทำให้ความลับเรื่องที่พวกเจ้าปล้นชิงแก่นแท้โอสถบรรพชนถูกฝังกลบไปตลอดกาลอย่างนั้นหรือ?" "บังอาจ!" ผู้นำตระกูลหลินแผดเสียงคำรามลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก "ต่อให้เจ้าจะรอดตายมาได้ แล้วอย่างไร? วันนี้เจ้ากล้าเดินเข้ามาในปากเสือด้วยตัวคนเดียว เช่นนั้นก็เตรียมตัวฝังร่างไว้ที่นี่เสียเถอะ! องครักษ์เงา! ฆ่ามัน!" พริบตานั้น เงาร่างนับสิบพุ่งทะยานออกมาจากมุมมืด ดาบประกายวาววับพุ่งตรงเข้าใส่หลินเฟยจากทุกทิศทุกทาง หมายปลิดชีวะในกระบวนท่าเดียว หลินเฟยไม่แม้แต่จะขยับตัว เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นหยก ดวงตาพินิจมองคมดาบที่พุ่งเข้ามาด้วยความเบื่อหน่าย มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ช้าไป..." *ตูม!* พลังปราณเก้าสีระเบิดออกมาจากร่างของหลินเฟยอย่างรุนแรง พรหมจรรย์แห่งเพลิงวิเศษแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างในเสี้ยววินาที คมดาบทั้งหมดที่พุ่งเข้ามาไม่ทันได้แตะต้องชายเสื้อของเขาด้วยซ้ำ ก็ถูกหลอมละลายกลายเป็นไอความร้อนในอากาศ! เหล่าองครักษ์เงากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของพวกมันสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำร่วงหล่นลงสู่พื้นทีละคน โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะสะกิดผิวหนังสักนิด หลินป้าเทียนถอยหลังกรูด ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง เขารู้ซึ้งแล้วว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่หลินเฟยคนเดิมอีกต่อไป พลังระดับนี้... มันคือขอบเขตราชันย์วิญญาณขั้นสมบูรณ์! "เจ้า... เจ้าบรรลุ... เป็นไปได้ย่างไร!" หลินป้าเทียนเสียงสั่นเครือ หลินเฟยค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย "ข้าบอกแล้วอย่างไร... วันนี้ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าพวกเจ้าอย่างโดดเดี่ยว แต่ข้ามาเพื่อทวงคืน 'ทุกสิ่ง' ที่ตระกูลหลินเคยแย่งชิงไป" เขาโบกมือขวาเบาๆ ขวดกระเบื้องเคลือบสีชาดลอยขึ้นไปกลางอากาศ ฝุกขวดเปิดออกพร้อมกับละอองแสงสีรุ้งเจิดจ้าที่โปรยปรายลงมาปกคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลหลิน "นี่คือ... อะไรกัน?" หลินป้าเทียนเบิกตากว้างมองละอองแสงเหล่านั้นที่ซึมซาบเข้าสู่ผนัง เสาเรือน และรากฐานของคฤหาสน์ หลินเฟยยิ้มละมุน ดั่งบัณฑิตผู้เมตตา "โอสถสลายรากฐาน... มันจะค่อยๆ กัดกินพลังงานของค่ายกลและชีพจรวิญญาณที่พวกเจ้าใช้สูบเลือดสูบเนื้อผู้อื่นมาหลายสิบปี จนกระทั่งตระกูลหลินทั้งตระกูล... กลายเป็นเพียงคฤหาสน์ร้างที่ไร้ค่า" ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังจะเอ่ยคำพิพากษาขั้นสุดท้าย บรรยากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของเพดานห้องโถง *แปะ... แปะ... แปะ...* "ช่างเป็นภาพการล้างแค้นที่งดงามและเลือดเย็นเสียจริง... สมแล้วที่เป็นองค์ชายผู้ร่วงหล่นแห่งสำนักประมูล" หลินเฟยหรี่ตาลงทันที เขารีบกวาดสายตาไปยังทิศทางของต้นเสียง มู่หรงเสวี่ยที่ยืนคุ้มเชิงอยู่ด้านนอกส่งกระแสจิตเตือนด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นอย่างไร้ซุ่มเสียง เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏบุรุษผู้สวมหน้ากากครึ่งซีก ลวดลายประหลาดบนหน้ากากนั้นสะท้อนแสงสีเลือดวับวาม และสิ่งที่ทำให้หัวใจของหลินเฟยกระตุกวูบ คือกลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของคนผู้นั้น... มันเป็นพลังชนิดเดียวกับ 'หุ่นเชิดเงาโลหิต' ที่เคยสังหารมารดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เพลิงโอสถสวรรค์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%