"หากเจ้าตอบตกลงไปในครานี้ ชีวิตที่แสนสงบของพวกเราที่สำนักประมูลรัตติกาลจะกลายเป็นอดีตทันทีนะหลินเฟย"
มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากม้วนคัมภีร์ตราประทับสีทองในมือ นิ้วเรียวยาวของนางเคาะโต๊ะไม้หอมหมื่นลี้เป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น แววตาของหญิงสาวที่เคยเด็ดขาดในการเจรจาการค้ากลับมีความกังวลฉายชัดอยู่ลึกๆ
หลินเฟยที่ยืนพิงเสาไม้สลักลายมังกรพ่นควันจางๆ ในมือขวาเขามีจอกสุราทิพย์ที่ยังไม่ทันได้แตะต้อง เพลิงวิเศษเก้าสีในกายเขาเต้นเร่าเบาๆ ราวกับจะรับรู้ถึงภัยคุกคามที่ซ่อนเร้นอยู่ในคำเชิญชวนที่ดูเหมือนจะทรงเกียรติ
"การปฏิเสธยอดเขาเทวะเท่ากับการประกาศตัวเป็นศัตรูกับตระกูลเซียนทั้งเจ็ด" หลินเฟยเอ่ยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาสีเข้มของเขาฉายความนัยที่ซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะคาดเดาได้ "แต่การตอบตกลง ก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่กรงขังที่ปูด้วยพรมแดงหรอกนะเสวี่ยเอ๋อร์"
"งั้นเจ้าจะไปหรือ?" มู่หรงเสวี่ยวางคัมภีร์ลง สายตาของนางปะทะกับสายตาเขาโดยตรง "พวกมันไม่ได้เรียกเจ้าไปเพื่อดื่มด่ำกับยอดเขาหรอกนะ 'เตาหลอมโอสถบรรพกาล' ที่เจ้าครอบครองอยู่ คือสิ่งที่พวกมันกระหายอยากได้มากกว่าวิชาเซียนเสียอีก"
หลินเฟยวางจอกสุราลงบนโต๊ะ เสียงกระทบกันของเนื้อหยกดังแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ เขาเดินเข้าไปหานางช้าๆ กลิ่นอายของสมุนไพรหายากที่ติดตัวเขามาตลอดทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายโดยไม่รู้ตัว เขาประคองใบหน้างามขึ้นเบาๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก
"ข้าเคยบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ ว่าสมบัติที่ข้าถือครอง หากใครปรารถนาจะชิงไป ก็ต้องเตรียมใจที่จะเผชิญกับ 'เพลิง' ที่จะแผดเผาจิตวิญญาณของพวกมันจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน"
เขาสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ม้วนกระดาษจดหมายที่ประทับตราเซียนสีครามก็ปรากฏขึ้น มันลอยละล่องมาหยุดอยู่ตรงหน้ามู่หรงเสวี่ย อักขระบนนั้นมีพลังกดดันมหาศาลจนโต๊ะไม้เริ่มมีรอยร้าว
"การเดินทางไปยังยอดเขาเทวะ คือโอกาสเดียวที่ข้าจะตรวจสอบร่องรอยของตระกูลที่ทรยศข้าในอดีต หากข้าไม่ไป ข้าก็จะเป็นฝ่ายถูกไล่ล่าไปตลอดชีวิต แต่ถ้าข้าไป... ข้าจะเป็นผู้กำหนดกติกาการล่าเสียเอง"
มู่หรงเสวี่ยถอนหายใจยาว นางหยิบจดหมายขึ้นมาดู แววตาของนางเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในทันใด "ทูตของยอดเขาเทวะมาถึงหน้าประตูร้านแล้ว พวกเขารอคำตอบของเจ้าอยู่"
"เชิญพวกเขาเข้ามา" หลินเฟยกล่าวสั้นๆ
ประตูห้องโถงถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาเหินหาวเดินก้าวเข้ามา กลิ่นอายของเขาสูงส่งและกดขี่ข่มเหงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ติดตามเบื้องหลังอีกสองคนวางท่าทางดุจมองมดปลวกอยู่ใต้เท้า ทว่าเมื่อสายตาของชายชราปะทะเข้ากับรอยยิ้มสุขุมของหลินเฟย เขากลับรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นผ่านสันหลัง
"ท่านหลินเฟย... ยอดเขาเทวะให้เกียรติท่านเป็นแขกพิเศษ หวังว่าท่านจะไม่ทำให้นายเหนือหัวของเราผิดหวังในความใจกว้างของท่าน" ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้เกียรติ แต่แฝงด้วยการข่มขู่
หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง "ความใจกว้างของข้ามีไว้สำหรับมิตรผู้รู้ใจ แต่นี่เป็นการเดินทางไปเยือน... ข้าคงต้องเตรียม 'ของขวัญ' ไปฝากพวกท่านเสียหน่อย"
เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เปลวเพลิงสีทองสว่างวาบขึ้นกลางฝ่ามือ ก่อนจะกลายเป็นเม็ดยาโอสถที่มีรัศมีเก้าสีหมุนวนอยู่ภายใน อานุภาพของมันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาคารจนชั้นวางของสั่นไหว สมุนไพรล้ำค่าที่ตั้งโชว์ไว้ต่างส่งเสียงขานรับโอสถเม็ดนั้น
"นี่คือ 'โอสถโลหิตเทพนิรันดร์' ...หวังว่าเจ้าสำนักของพวกเจ้าจะชื่นชอบมันนะ"
ชายชราเบิกตากว้าง โอสถระดับนี้แม้แต่ปรมาจารย์ปรุงยาของยอดเขาเทวะก็ยังทำไม่ได้! ความโลภปนความเกรงขามปรากฏในแววตาของเขาอย่างปิดไม่มิด
หลินเฟยเดินก้าวเข้าไปใกล้ชายชรา พลางกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังต้องหยุดหายใจ "จงจำไว้... ข้าไปเยือนในฐานะผู้มีเกียรติ หากการต้อนรับของพวกเจ้าไม่เป็นไปตามที่ข้าคาดหวัง... วันนั้นที่ยอดเขาเทวะจะเปลี่ยนเป็นทะเลเพลิงที่ไม่วันดับสูญ"
บรรยากาศในห้องโถงหนักอึ้งจนผู้ติดตามของชายชราถึงกับเข่าอ่อน หลินเฟยหันกลับมามองมู่หรงเสวี่ยที่มองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและห่วงใย ก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปพร้อมกับคณะทูตด้วยท่วงท่าที่สง่างามราวกับจักรพรรดิผู้ครองโลกหล้า
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูเมือง รถม้าลึกลับคันหนึ่งที่มีตราประทับสีดำสนิทซึ่งหายสาบสูญไปนานนับพันปีก็จอดขวางหน้าเขาไว้ ชายในชุดคลุมดำลึกลับก้าวลงมาจากรถม้า ก่อนจะยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้หลินเฟย
'ถึงหลินเฟย... อย่าได้ไปเหยียบยอดเขาเทวะ หากเจ้ายังต้องการมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นให้บิดาของเจ้า'
หลินเฟยชะงักฝีเท้า แววตาของเขาที่เคยสงบนิ่งกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งที่ประทับอยู่ท้ายจดหมาย เขาไม่คาดคิดว่าคนผู้นี้จะยังมีชีวิตอยู่!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" ในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ!
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 37
คำเชิญจากสำนักเซียน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!