จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 38

เล่ห์เหลี่ยมในสำนักเซียน

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
“หากเจ้าคิดว่าเพียงแค่การหลอมโอสถล้างพิษขั้นห้าจะทำให้ข้าหันมามองเจ้าด้วยความเลื่อมใสได้ล่ะก็... เจ้าก็ยังโง่เขลาเหมือนวันวานไม่เปลี่ยนเลยนะ หลินเฟย” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งบาดลึกเข้ามาในโสตประสาทของข้า ผมสีเงินสลวยของบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าปลิวไสวตามแรงลมปราณที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบหอคัมภีร์ดูลดทอนความกดดันลงไปหลายส่วน เขาคือ ‘จ้าวเหวินเทียน’ อดีตศัตรูคู่อาฆาตที่เคยหมายจะเอาชีวิตข้าในแดนลับแล ทว่าบัดนี้ เขากลับยืนตระหง่านอยู่บนจุดสูงสุดของสำนักเซียนเมฆา ในฐานะศิษย์เอกที่เจ้าสำนักมอบหมายให้ดูแลกิจการทั้งหมด ข้า—หลินเฟย—กระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ พลางวางถ้วยชาหยกสลักลงบนโต๊ะไม้กฤษณาช้าๆ เสียงกังวานของถ้วยชาที่กระทบกับพื้นผิวไม้ดังก้องไปทั่วห้องโถงที่เงียบงัน “จ้าวเหวินเทียน... กาลเวลาเปลี่ยนไป คนเราย่อมพัฒนาขึ้นบ้างเป็นธรรมดา ไม่เหมือนกับสุนัขเฝ้าบ้านบางตัว ที่ไม่ว่าจะได้รับกระดูกชิ้นใหญ่เพียงใด ก็ยังคงเห่าหอนเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเจ้านายไม่หยุดหย่อน” ข้ากล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยความเฉียบคมดุจใบมีด มู่หรงเสวี่ยที่นั่งอยู่เคียงข้างข้า ขยับพัดในมือเบาๆ ดวงตาคมกริบของนางจับจ้องไปที่จ้าวเหวินเทียนโดยไม่หลบสายตา “ศิษย์พี่จ้าว คำพูดของท่านในวันนี้ช่างแตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนนัก หากข่าวลือที่ว่าท่านคือผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของสำนักเซียนเมฆาเป็นความจริง ข้าคงต้องเริ่มกังวลแทนท่านเจ้าสำนักแล้ว ว่าเหตุใดจึงเลือกคนที่มีจิตใจคับแคบมาบริหารจัดการโอสถล้ำค่าแทนที่จะใช้ปัญญาตัดสิน” จ้าวเหวินเทียนแค่นหัวเราะ เสียงของเขาเย็นเยียบจนหยาดน้ำค้างบนขอบหน้าต่างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง “มู่หรงเสวี่ย... เจ้ายังคงเป็นสตรีที่ปากกล้าไม่เปลี่ยน แต่ที่นี่คือดินแดนแห่งเซียน ไม่ใช่สำนักประมูลเงินตราของเจ้าที่คนมีเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง” เขาเดินย่างสามขุมเข้ามาหาข้า ความกดดันจากพลังระดับบรรพชนขั้นต้นแผ่กระจายออกมาจนคนรับใช้รอบข้างแทบทรุดเข่าลงพื้น ทว่าข้ายังคงนั่งนิ่ง ประสานมือเข้าหากันด้วยท่าทีสุขุม พลังจาก ‘เพลิงโอสถเก้าสี’ ในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงราวกับภูผา “ข้ามาที่นี่วันนี้ ไม่ใช่เพื่อจะมาเสวนาเรื่องเกียรติยศที่ไร้ค่า” ข้าเอ่ยขึ้นพลางสบตากับเขาตรงๆ “แต่ข้ามาเพื่อขอแลกเปลี่ยน ‘สูตรโอสถย้อนวิญญาณ’ กับสิทธิ์ในการเข้าใช้เตาหลอมเก้าวิถีแห่งสำนักของเจ้า” จ้าวเหวินเทียนหยุดกึก ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “สูตรโอสถย้อนวิญญาณ? เจ้าบ้าไปแล้วหรือหลินเฟย! โอสถในตำนานนั่นไม่มีใครหลอมขึ้นมาได้นานนับพันปี และการจะใช้เตาหลอมเก้าวิถี เจ้าต้องมีปราณระดับราชันย์เซียนเป็นอย่างน้อย เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? แค่ศิษย์นอกสำนักที่บังเอิญมีชื่อเสียงจากการค้าขายงั้นรึ?” ข้าลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของข้าไม่ได้ปล่อยปราณกดดันออกมา แต่มันกลับแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายของสมุนไพรหายากนับพันชนิดที่ข้าเคยซึมซับผ่านการหลอมโอสถมานับครั้งไม่ถ้วน กลิ่นอายนี้ช่างดูข่มขวัญและน่าเกรงขามในสายตาของผู้ฝึกยุทธ “ข้าไม่ใช่ใครที่ไหน... ข้าคือผู้ที่จะก้าวข้ามผ่านทุกขีดจำกัดที่เจ้ามองว่ามันเป็นไปไม่ได้” ในจังหวะนั้นเอง มู่หรงเสวี่ยได้ส่งสัญญาณผ่านกระแสจิตมายังข้า ‘หลินเฟย... ระวังตัวด้วย รอบตัวเขามีค่ายกลดักจับวิญญาณซ่อนอยู่ ถ้าเจ้าเผลอขยับตัวเพียงนิดเดียว มันจะดูดกลืนพลังทั้งหมดของเจ้าไป’ ข้าพยักหน้ารับรู้เบาๆ แต่ในจังหวะที่จ้าวเหวินเทียนกำลังจะเปิดปากเยาะเย้ยข้าอีกครั้ง ประตูห้องโถงที่ถูกปิดสนิทก็ถูกผลักออกอย่างแรง จนกระแสลมหมุนวนเข้ามาภายในห้อง ฝุ่นผงลอยฟุ้งกระจายเผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง เขาคือ ‘ผู้อาวุโสสูงสุดหานจง’ ผู้ที่ถูกกล่าวขานว่าเสียชีวิตไปนานแล้วจากการบำเพ็ญเพียรล้มเหลว! จ้าวเหวินเทียนเปลี่ยนสีหน้าไปทันที เขารีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยท่าทีนอบน้อมที่สุดที่ข้าเคยเห็น “อาจารย์... ท่านออกมาจากห้องลับแล้วหรือขอรับ?” ชายชราเดินตรงเข้ามาหาข้า สายตาที่ดูพร่ามัวของเขาจ้องเขม็งมาที่แหวนมิติบนนิ้วของข้า ก่อนจะขยับยิ้มที่ทำให้ข้าถึงกับขนลุกชัน “ไม่ใช่แค่เขาหรอกนะหลินเฟย... ที่รอคอยการมาถึงของเจ้า” เขายื่นมือที่สั่นเทาออกมาหยิบแผ่นป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าแผ่นหนึ่งขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ มันคือแผ่นป้ายที่เป็นส่วนหนึ่งของ ‘แผนที่เส้นทางสู่จอมจักรพรรดิ’ สิ่งที่ข้าพยายามตามหามาตลอดชีวิต “เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำข้อตกลงกับใครอยู่หรือ? จ้าวเหวินเทียนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ข้าใช้ล่อให้เจ้าเข้ามาติดกับในกับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุด... ยินดีต้อนรับสู่กรงขังที่จะเป็นจุดจบของตำนานโอสถเก้าสีของเจ้า ณ ที่แห่งนี้” ทว่าก่อนที่ข้าจะได้กล่าวอะไร ประตูห้องโถงด้านหลังของข้าก็ถูกปิดตายด้วยพลังอาคมมหาศาล พร้อมกับเสียงหัวเราะของจ้าวเหวินเทียนที่ดังสะท้อนก้อง “เจ้าพลาดแล้วหลินเฟย... ในขณะที่เจ้ามัวแต่ต่อรองกับข้า เพื่อนรักของเจ้าที่เจ้าฝากชีวิตไว้ที่สำนักประมูล ได้ถูกคนของข้าเชิญตัวไป ‘สนทนา’ เรียบร้อยแล้ว” ข้ากำหมัดแน่น พลังเพลิงโอสถเก้าสีในกายเริ่มเดือดพล่านจนทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว นี่ไม่ใช่แค่การช่วงชิงสมบัติ แต่เป็นเกมการเมืองที่ข้าเกือบจะก้าวพลาดไปเต็มๆ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในบทที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมนี้ไปกับเพลิงโอสถสวรรค์นะครับ!
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%