จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 36

อิทธิพลเหนือรัฐ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"เจ้าคิดว่าตราประทับมังกรหยกที่ท่านอาจารย์มอบให้ข้า... คือกุญแจสำคัญที่แท้จริง หรือเป็นเพียงกับดักที่เขาสร้างขึ้นเพื่อล่อให้ข้าเดินเข้าสู่กรงขังกันแน่?" เสียงของหลินเฟยเรียบเรื่อย ทว่าแฝงด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักประมูลหมื่นสมบัติหนักอึ้งขึ้นถนัดตา เขาไม่ได้หันไปมองมู่หรงเสวี่ย สายตาของเขาจดจ้องอยู่ที่คัมภีร์หนังมนุษย์ที่คลี่กางอยู่บนโต๊ะหินหยก ดวงตาของเขาฉายแววครุ่นคิดภายใต้เงาสลัว มู่หรงเสวี่ยที่ยืนกอดอกพิงเสาไม้จันทน์หอมอยู่ไม่ไกล นางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก "ถ้ามันเป็นกับดัก ท่านก็เพิ่งจะกระโดดลงไปเต็มตัวเมื่อชั่วโมงก่อน ตอนที่ท่านรับปากจะเข้าเฝ้าจักรพรรดิในงานเลี้ยงคืนนี้ไงล่ะคะ... อ้อ ขออภัย ข้าลืมตัวไปหน่อย" นางแก้ไขคำพูดทันควันเมื่อเห็นคิ้วของหลินเฟยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "ท่านรับปากจะไปงานเลี้ยงนั้น โดยที่รู้ดีว่าคนที่จะต้อนรับท่าน อาจเป็นคนที่ถือมีดรอจ่อคอหอยท่านอยู่เบื้องหลัง" "ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้ายังรับมือได้ง่ายกว่าศัตรูที่อยู่ข้างหลังครับ" หลินเฟยหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจกระบี่ "สิ่งที่ข้ากังวลไม่ใช่ตราประทับ แต่คือคำพูดของท่านอาจารย์ก่อนสิ้นใจ 'อย่าไว้ใจผู้ที่ร่วมดื่มเหล้าสาบานในวันวาน'... มู่หรงเสวี่ย เจ้าคิดว่าเขาหมายถึงใคร?" มู่หรงเสวี่ยเดินเข้ามาใกล้ นางวางมือเรียวบางลงบนโต๊ะหินหยก กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้นิ่งสงบขึ้น "หากพิจารณาจากรายชื่อผู้ที่ร่วมพิธีสาบานเลือดเมื่อสิบปีก่อน นอกจากท่านอาจารย์แล้ว ก็เหลือเพียงมหาเสนาบดีหยาง และ... ตระกูลมู่หรงของข้า" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน หลินเฟยไม่ได้ตกใจกับคำตอบนั้น เขาเพียงแต่ขยับตัวไปหยิบขวดหยกที่บรรจุ 'โอสถเก้าสี' วางลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าไอระเหยของมันกลับทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยว "ตระกูลมู่หรงที่เจ้าศรัทธา หรือตระกูลมู่หรงที่เป็นหมากบนกระดานการเมือง" หลินเฟยเอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง "ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าไม่รู้เรื่องการเคลื่อนไหวของอาวุธระดับเทพที่ถูกนำออกจากคลังลับเมื่อสามวันก่อน" มู่หรงเสวี่ยชะงัก สายตาของนางวูบไหวไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมามั่นคงดังเดิม "ข้าเป็นเพียงผู้บริหารสำนักประมูล ไม่ใช่เจ้าสำนักตระกูลมู่หรง... แต่สิ่งที่ท่านควรรู้คือ คืนนี้ในงานเลี้ยงอิทธิพลเหนือรัฐ จักรพรรดิไม่ได้เรียกท่านไปเพื่อปูนบำเหน็จโอสถระดับสูงของท่านเพียงอย่างเดียว แต่เขาเรียกท่านไปเพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่า 'หลินเฟย' คือสมบัติชิ้นใหม่ของอาณาจักร ซึ่งนั่นหมายความว่า หากท่านขัดขืน ท่านคือศัตรูของทั้งแผ่นดิน" "อำนาจคือดาบสองคม" หลินเฟยลุกขึ้นยืน รัศมีพลังปราณสีทองจางๆ แผ่ออกมาจากร่างของเขาจนเสื้อคลุมปลิวไสว "หากพวกเขาต้องการใช้ข้าเป็นสมบัติ ข้าก็จะทำให้เห็นว่าสมบัติชิ้นนี้มีคมพอที่จะบาดมือคนที่คิดจะครอบครองมันจนเลือดอาบ" ในยามค่ำคืนที่ท้องฟ้าไร้แสงจันทร์ รถลากหรูหราตระการตาที่ทำจากไม้เทพพฤกษาลากจูงด้วยสัตว์อสูรเพลิงก้าวเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน หลินเฟยปรากฏตัวในชุดยาวสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายทองคำ ทุกย่างก้าวที่เขาก้าวเดินลงจากรถลาก เสียงซุบซิบของผู้มีอำนาจทั่วอาณาจักรที่มารวมตัวกันในงานเลี้ยงต่างเงียบกริบ สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่บุรุษผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โอสถภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี เขาก้าวผ่านโถงทางเดินที่ประดับด้วยแก้วผลึกวิญญาณ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาขวางทาง แสงไฟจากโคมวิเศษสะท้อนให้เห็นใบหน้าของผู้มาใหม่—มหาเสนาบดีหยาง ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดรองจากองค์จักรพรรดิ "ยินดีด้วย ท่านหลินเฟย" เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยม "โอสถเก้าสีของท่านช่างล้ำค่า แต่ก็น่าเสียดาย... หากมันถูกเก็บไว้ในมือคนผิด" หลินเฟยหยุดเดิน รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองอีกฝ่าย "คนผิดหรือครับ? ข้ากลับคิดว่าโอสถของข้าเปรียบเสมือนกระจกเงา คนที่จิตใจสกปรก เมื่อมองผ่านโอสถของข้า ก็มักจะเห็นแต่ความโลภในใจตัวเองเสมอ... ท่านเสนาบดีคิดว่าอย่างไรครับ?" มหาเสนาบดีหยางแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "เจ้าอวดดีได้อีกไม่นานหรอก เพราะคืนนี้... คนที่จะลากเจ้าลงจากสวรรค์ ไม่ใช่ข้า แต่เป็นคนที่เจ้าไว้ใจที่สุด" สิ้นคำพูดนั้น ประตูโถงใหญ่ก็เปิดออก เสียงประกาศของขันทีดังกึกก้อง "ฝ่าบาทเสด็จแล้ว!" หลินเฟยเบนสายตาไปที่บัลลังก์มังกร เขาต้องตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ เมื่อเห็นว่าผู้ที่ยืนเคียงข้างองค์จักรพรรดิในฐานะพระสนมเอกผู้กุมอำนาจการตัดสินใจสูงสุดในค่ำคืนนี้ กลับเป็นบุคคลที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน—หญิงสาวผู้มีรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่ คนเดียวกับที่เคยสาบานว่าจะร่วมทางไปกับเขาจนวันตาย! นางค่อยๆ หันมามองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะกระซิบคำพูดเบาๆ ที่แม้แต่คนรอบข้างไม่ได้ยิน แต่ทว่าหลินเฟยกลับได้ยินชัดเจนยิ่งกว่าเสียงระเบิดในใจ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ท่านพี่เฟย" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "เพลิงโอสถสวรรค์" ในบทที่เข้มข้นที่สุดบทหนึ่งนะครับ!
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%