"อย่าได้หันหลังกลับไปมอง ถ้าไม่อยากเห็นหัวของตัวเองกลิ้งหลุนๆ อยู่บนพื้นหิมะสีเลือดนั่น มู่หรงเสวี่ย!"
เสียงกระซิบที่แหบพร่าทว่าเฉียบขาดของหลินเฟยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวของหุบเขาไร้ลักษณ์ กลิ่นอายสังหารที่หนาแน่นจนเกือบจะจับต้องได้ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนผิวหนัง มือขวาของเขากุมกระบี่ไร้ลักษณ์ไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ในขณะที่มือซ้ายยังคงประคองมู่หรงเสวี่ยที่ใบหน้าซีดเผือดไว้ด้วยความทะนุถนอม
"หลินเฟย... พวกมันไม่ได้มาแค่กลุ่มเดียว" มู่หรงเสวี่ยพึมพำ ดวงตาอัจฉริยะของนางกวาดมองค่ายกลอำพรางที่บิดเบี้ยวอยู่เบื้องหน้าด้วยความตระหนก "การจัดวางพลังปราณแบบนี้... นี่ไม่ใช่การไล่ล่าธรรมดา แต่มันคือการปิดล้อมเพื่อ 'เชือด' โดยเฉพาะ พวกมันตั้งใจจะขุดรากถอนโคนเราสองคนในคราวเดียว"
หลินเฟยแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะชีพจร ก่อนจะปล่อยเปลวเพลิงเก้าสีที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าออกมาห่อหุ้มร่างกายทั้งสองไว้เป็นชั้นบางๆ "แผนของตระกูลพวกนั้นช่างคาดเดาง่ายดายนัก คิดจะใช้กับดักลวงสังหารที่นี่งั้นหรือ? หึ... พวกมันประเมินค่าของ 'โอสถเทวะ' ในมือข้าต่ำเกินไปหน่อย"
ชายหนุ่มขยับกายดั่งพยัคฆ์ซุ่ม เขาไม่ได้พุ่งออกไปอย่างบ้าบิ่น แต่กลับดีดเม็ดโอสถสีดำสนิทออกไปสามทิศทางพร้อมกัน เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นดั่งเสียงกระซิบของภูตผี ม่านพลังที่เคยหนาทึบและปิดกั้นทางออกกลับเกิดรอยร้าวราวกับกระจกที่ถูกทุบ
"ไป!"
ทั้งสองพุ่งร่างผ่านช่องโหว่นั้นไปดั่งสายฟ้าฟาด ทันทีที่เท้าแตะพื้นดินเบื้องหน้า เสียงแตรเขาสัตว์ที่แหลมสูงจนแก้วหูแทบฉีกขาดก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา เงาดำนับสิบสายพุ่งออกมาจากเงามืดของโขดหิน แต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือระดับเหนือพิภพขั้นกลางที่ถูกฝึกมาเพื่อการสังหารโดยเฉพาะ
หลินเฟยควักโอสถบรรลุจิตออกมาหนึ่งเม็ดแล้วกลืนลงคอทันที พลังปราณในร่างพลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทรคลั่ง เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับหมุนตัวกลับหลังหัน กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือวาดวงโคจรสีรุ้งอันงดงามและโหดเหี้ยม แสงกระบี่ที่เปล่งประกายออกมานั้นไม่ใช่เพียงพลังทำลาย แต่เป็นไอร้อนจากเปลวเพลิงเก้าสีที่สามารถหลอมละลายแม้แต่ศัสตราเทพ
"มู่หรงเสวี่ย เจ้าไปที่แท่นหินด่านหน้า ถ้าข้าเบี่ยงเบนความสนใจได้สามลมหายใจ จงเร่งเดินค่ายกลเคลื่อนย้ายทันที!" หลินเฟยสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้โต้แย้ง ร่างกำยำของเขากระโจนเข้ากลางวงล้อมของเหล่านักฆ่าอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นหิมะ หลินเฟยเคลื่อนที่ดุจเงาพราย ทุกท่วงท่าคือศิลปะแห่งการสังหาร เขาไม่ได้ใช้เพียงกระบี่ แต่ยังใช้ฝ่ามือโอสถที่รวบรวมพิษร้ายแรงไว้ภายใน ใครก็ตามที่เข้าใกล้เขาในระยะสามฉื่อ ต่างต้องล้มพับลงด้วยอาการเส้นชีพจรตีกลับและถูกเปลวเพลิงเก้าสีแผดเผาจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน
"เจ้า... เจ้าไม่ใช่แค่นักปรุงโอสถ!" หนึ่งในหัวหน้านักฆ่าตะโกนขึ้นด้วยความหวาดกลัว ขณะพยายามจะหนีถอยหลัง แต่หลินเฟยไม่ปล่อยให้มันได้ทำเช่นนั้น
"ผู้ที่คิดจะชิงสมบัติข้า ต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงยิ่งกว่าชีวิต" หลินเฟยกล่าวเสียงเรียบ ดวงตาของเขาทอประกายอำมหิต
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะปิดฉากหัวหน้านักฆ่าคนสุดท้าย เสียงตบมือที่นุ่มนวลและเยือกเย็นดังมาจากเงามืดด้านหลังของหุบเขา เสียงนั้นทำให้ทั่วทั้งบริเวณพลันสงบนิ่งลงอย่างน่าประหลาด แม้แต่พายุหิมะก็ดูเหมือนจะชะงักงัน
"ช่างเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณชายหลิน... ข้าเฝ้ามองการเล่นสนุกของเจ้ามานานพอแล้ว"
ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาจากความมืด เขาแต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดตา ตัดกับกลิ่นอายแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากร่างอย่างชัดเจน เขามีใบหน้าที่ดูคุ้นเคยอย่างประหลาด รอยยิ้มของเขานั้นดูอ่อนโยนดั่งพี่ชายที่แสนดี แต่แววตาที่จ้องมองมานั้นกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
มู่หรงเสวี่ยที่กำลังจะเปิดค่ายกลเคลื่อนย้ายถึงกับมือสั่นสะท้าน นางอุทานออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "เขา... เขามาที่นี่ได้อย่างไร? เขาควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?"
หลินเฟยชะงักงัน กระบี่ในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของคนผู้นั้น เขาค่อยๆ หันกลับไปมอง บุคคลที่อยู่ตรงหน้าคือฝันร้ายที่เขาเคยคิดว่าก้าวข้ามมาได้แล้ว แต่ในยามนี้ มันกลับยืนขวางทางรอดเพียงหนึ่งเดียวของเขาเอาไว้
"ท่านอา... ท่านยังมีชีวิตอยู่?" หลินเฟยเค้นเสียงถาม ร่างของเขารู้สึกได้ถึงความกดดันที่มหาศาลจนแทบจะกระอักเลือด
ชายผู้มาใหม่ไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชี้มือไปที่โอสถในมือของหลินเฟยแล้วยิ้มที่มุมปาก "ส่งโอสถเก้าสีนั่นมาเสีย แล้วข้าจะปล่อยให้แม่หญิงนางนั้นมีลมหายใจกลับออกไปจากหุบเขานี้... หรือเจ้าจะเลือกให้คนรักของเจ้ากลายเป็นเพียงหุ่นเชิดไร้วิญญาณเหมือนกับคนอื่นๆ ที่เคยขัดขวางข้า?"
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอนะครับ
เพลิงโอสถสวรรค์ครับ
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 30
กับดักลวงสังหาร
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!