กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านออกมาจากปลายเท้าของชายลึกลับผู้นั้น พื้นหญ้าที่เขาเหยียบย่ำเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับถูกเผาผลาญด้วยเพลิงอเวจี หลินเฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว สายตาของเขาจับจ้องไปยังโอสถเก้าสีในมือข้างหนึ่ง ก่อนจะเหลือบมองมู่หรงเสวี่ยที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนพลังงานสีม่วงคล้ำจนใบหน้าซีดเผือด
“เจ้ากำลังเล่นตลกกับสิ่งที่ไม่ควรแตะต้อง” หลินเฟยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมปราณที่กดดันจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว “คนของข้า… แม้แต่ยมบาลยังไม่กล้าเอื้อมมือไปแตะต้อง แล้วเจ้าเป็นใครถึงกล้ามาต่อรองกับข้าด้วยชีวิตของนาง?”
ชายลึกลับหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังก้องสะท้อนไปมาในหุบเขา “ผู้คนเรียกข้าว่า ‘ผู้เก็บกวาดธุลี’ ส่วนโอสถเก้าสีในมือเจ้านั่น... มันไม่ใช่ของที่ผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาจะครอบครองได้ เจ้าควรส่งมันให้คนที่คู่ควรเสียก่อนที่ร่างกายของเจ้าจะกลายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ในหุบเขานี้!”
มู่หรงเสวี่ยกัดฟันแน่น แม้ความเจ็บปวดจะแล่นพล่านไปทั่วร่าง แต่นางยังคงส่งสายตาปรามหลินเฟยไม่ให้ตัดสินใจวู่วาม นางรู้ดีว่าเป้าหมายของชายผู้นี้ไม่ใช่แค่โอสถ แต่คือ ‘วิชาลับ’ ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในบรรณพิภพแห่งนี้
หลินเฟยยิ้มหยัน เขาใช้นิ้วโป้งคลึงขวดหยกในมือแผ่วเบา “คู่ควรหรือ? ความคู่ควรในโลกของข้าไม่ได้วัดกันที่ใครแข็งแกร่งกว่า แต่วัดกันที่ใครคือเจ้าของที่แท้จริง”
ทันใดนั้น หลินเฟยดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว เปลวเพลิงสีครามที่ดูธรรมดากลับพุ่งออกจากปลายนิ้วเข้าปะทะกับโซ่ตรวนที่พันธนาการมู่หรงเสวี่ยจนแตกกระจายกลายเป็นละอองแสง ท่ามกลางความตื่นตระหนกของชายลึกลับ หลินเฟยไม่ได้พุ่งเข้าโจมตี แต่นำโอสถเก้าสีขึ้นมาแล้วโยนมันขึ้นสู่ท้องฟ้า
“หากเจ้าอยากได้นัก ก็จงไปแย่งชิงมันมาจาก ‘เจ้าของเดิม’ ของสถานที่แห่งนี้ดูสิ!”
โอสถเก้าสีระเบิดแสงเจิดจ้ากลางหาว กลายเป็นแผนที่ดวงดาวที่วาดลวดลายบนท้องฟ้าเหนือหุบเขา พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนแยกออก เผยให้เห็นทางลงสู่ถ้ำใต้ดินที่ปกคลุมด้วยกลิ่นอายโบราณกาลที่หนักอึ้งและทรงพลัง
หลินเฟยคว้าแขนของมู่หรงเสวี่ยแล้วกระโจนลงสู่เบื้องล่างทันที ชายลึกลับกรีดร้องด้วยความโกรธแค้นก่อนจะพุ่งตามลงมา แต่เมื่อถึงปากถ้ำ ร่างของเขากลับกระเด็นถอยหลังด้วยแรงผลักมหาศาลจากค่ายกลป้องกันที่บรรพชนผู้ปรุงโอสถสร้างไว้
ภายในถ้ำนั้นไม่ได้มืดมิด แต่มันสว่างไสวด้วยแสงจากโอสถนับพันที่ลอยล่องอยู่กลางอากาศ แต่ละเม็ดล้วนมีระดับชั้นที่เหนือกว่าโอสถระดับเทพในปัจจุบัน ผนังถ้ำสลักด้วยตัวอักษรโบราณที่ส่องประกายสีทองอร่าม บรรยายถึงเคล็ดวิชาการหลอมโอสถพลิกฟ้าสะท้านภพที่สาบสูญไปนานนับหมื่นปี
“นี่มัน... ห้องลับของบรรพชนโอสถที่ถูกจารึกไว้ในตำนานของตระกูลข้าจริงๆ ด้วย” มู่หรงเสวี่ยกระซิบ เสียงของนางสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น “หลินเฟย ดูนั่น!”
นางชี้ไปยังแท่นศิลาที่ตั้งอยู่ใจกลางถ้ำ บนนั้นมีคัมภีร์หนังมังกรวางอยู่เพียงเล่มเดียว รอบๆ คัมภีร์มีไอหมอกสีเก้าสีหมุนวนคล้ายมังกรหยอกล้อเมฆา ทว่าเมื่อหลินเฟยยื่นมือเข้าไปใกล้ เขากลับชะงัก สายตาคมกริบสังเกตเห็นรอยเปื้อนเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิทบนแท่นศิลา
“ระวังตัว” หลินเฟยดึงมู่หรงเสวี่ยเข้ามาไว้ข้างหลังตนเอง “สถานที่นี้ไม่ได้ไร้คนเฝ้า... แต่มีสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่ามนุษย์คอยคุ้มครองอยู่”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมถ้ำชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะดังขึ้นจากเงามืดหลังแท่นศิลา ร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมา เป็นชายชราในชุดสีเทาขาดวิ่น ใบหน้าซีกหนึ่งถูกปกคลุมด้วยรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนรอยไหม้จากเพลิงโอสถ ในมือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือ ‘เตาหลอมที่ทำจากกะโหลกสัตว์อสูรบรรพกาล’
“ผู้ที่เข้ามาที่นี่ได้ มีเพียงสองประเภท...” ชายชรากล่าวด้วยเสียงแหบพร่า “ประเภทที่หนึ่งคือ ‘ศิษย์ผู้สืบทอด’ และประเภทที่สองคือ ‘เชื้อเพลิงชั้นดี’ สำหรับเตาหลอมของข้า”
ชายชราเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเขาไม่มีตาดำ มีเพียงสีเงินวาวโรจน์ เขาขยับกรามช้าๆ “ข้าเฝ้ารอคอยมานานนับพันปีเพื่อหาผู้ที่มีกระดูกเซียนและจิตวิญญาณโอสถที่บริสุทธิ์... เจ้าหนุ่ม เจ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน แต่ข้าขอดูหน่อยเถอะว่า เจ้าจะหลอมตัวเองให้กลายเป็นโอสถอมตะ หรือจะถูกข้าหลอมให้กลายเป็นธุลีในเตาใบนี้กันแน่!”
ชายชรากระแทกเตาหลอมลงพื้น แรงกระแทกนั้นทำให้ผนังถ้ำสั่นสะเทือน ค่ายกลที่ทางเข้าถ้ำปิดสนิทลงอย่างถาวร พลันนั้น โอสถเก้าสีในมือหลินเฟยที่เคยนิ่งสงบ กลับเริ่มสั่นไหวและเปลี่ยนเป็นสีเลือด ส่องแสงสีแดงฉานไปทั่วบริเวณ
“หึ... ข้าไม่เคยเป็นเชื้อเพลิงให้ใคร” หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ พร้อมกับดึงกระบี่โอสถออกมาจากความว่างเปล่า “แต่วันนี้ ข้าจะใช้หัวของเจ้า เป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้กับวิชาที่ข้ากำลังจะสำเร็จ!”
ทว่าในวินาทีที่ทั้งสองกำลังจะปะทะกัน ร่างของมู่หรงเสวี่ยกลับทรุดลงกับพื้น พร้อมกับดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท นางเงยหน้ามองหลินเฟยด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากตัวนาง “ท่านหลิน... ท่านไม่รู้หรือว่า ข้าเองก็ถูกส่งมาเพื่อ ‘ปิดบัญชี’ ท่านตั้งแต่วันแรกที่พบกันแล้ว?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยอดนักปรุงโอสถผู้นี้ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเรื่องราวในตอนถัดไปนะครับ!
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 31
สืบทอดวิชาเร้นลับ
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!