จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 11

พบพานโฉมงาม

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"ท่านลากข้ามาถึงห้องลับใต้ดินสำนักประมูลเพียงเพื่อจะโชว์ขวดเปล่าใบนี้งั้นหรือ หลินเฟย?" เสียงหวานกังวานราวกับระฆังแก้วที่ถูกกระทบเบาๆ ทว่าแฝงด้วยความเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงส่วนตัวของสำนักประมูลหมื่นดารา หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอมคือ 'มู่หรงเสวี่ย' นางสวมชุดผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลวดลายเมฆามงคล ขับเน้นให้ผิวพรรณขาวจัดของนางดูโดดเด่นยิ่งขึ้น นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยคู่นั้นกวาดมองหลินเฟยราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ หลินเฟยไม่ตอบในทันที เขาเพียงวางขวดแก้วโปร่งใสที่หลงเหลือคราบไอระเหยสีทองจางๆ ลงบนโต๊ะ เสียง 'กริ๊ก' ของขวดที่กระทบผิวไม้นั้นแผ่วเบา แต่กลับดูหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนใจของคนฟัง "ขวดเปล่าใบนี้คือหลักฐานของอาชญากรรมที่ข้าเพิ่งทำสำเร็จครับคุณหนูมู่หรง" หลินเฟยเอ่ยพลางยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่สื่อถึงการเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่ "โอสถเก้าสีระดับปฐพี... ข้าเป็นคนปรุงมันขึ้นมาเองจากเตาหลอมที่ถูกทิ้งร้างในตรอกหลังสำนัก และตอนนี้ข้าต้องการให้มันเป็นสินค้าชิ้นโบแดงของที่นี่" มู่หรงเสวี่ยชะงักไปครู่หนึ่ง มือเรียวงามที่กำลังถือพู่กันจดบันทึกบัญชีหยุดกะทันหัน นางเงยหน้าขึ้น สบตาชายหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ นางรู้จักเขาในฐานะชายหนุ่มนิรนามที่ขยันสร้างเรื่องปั่นป่วนตลาดโอสถ แต่ไม่เคยคิดว่าเขาจะมีฝีมือสูงส่งถึงขั้นปรุงโอสถระดับนี้ได้ "โอสถเก้าสี... ในตำนานเล่าว่ามันช่วยชำระล้างเส้นชีพจรที่ถูกพิษร้ายได้ชะงัดนัก" นางวางพู่กันลง ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาหาเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้หิมะโชยมากระทบจมูกหลินเฟย "แต่ท่านรู้หรือไม่ว่า การนำสินค้าที่ไม่ผ่านการตรวจสอบจากสมาคมโอสถมาขึ้นแท่นประมูล คือการฆ่าตัวตายทางการค้าชัดๆ หลินเฟย ท่านเป็นคนฉลาด หรือแค่อยากตายกันแน่?" หลินเฟยไม่ถอยหนี เขาก้าวเข้าไปหาจนระยะห่างของทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง "ในโลกที่ไร้กฎเกณฑ์สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ใครกันแน่ที่กำหนดว่าสมาคมโอสถคือผู้มีอำนาจชี้ขาด? ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาต แต่ข้ามาที่นี่เพื่อ 'เปลี่ยน' เจ้าของสำนักประมูลแห่งนี้ต่างหากครับ" หัวใจของมู่หรงเสวี่ยกระตุกวูบ สายตาที่นางมองเขามิใช่ความโกรธเคือง แต่มันคือความท้าทายที่น่าหลงใหล นางไม่เคยเจอชายใดที่กล้าเผชิญหน้ากับนางด้วยท่าทีคุกคามแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เช่นนี้มาก่อน "ท่านมั่นใจเหลือเกินนะ" มู่หรงเสวี่ยแค่นหัวเราะพลางหยิบขวดขึ้นมาส่องดูใกล้ๆ แสงไฟในห้องสะท้อนใบหน้าของนางจนดูราวกับภาพวาด "หากโอสถนี้เป็นของปลอม หรือมีเพียงแค่ชื่อแต่ไร้สรรพคุณ... ข้าจะส่งหัวของท่านไปให้สมาคมโอสถเป็นการชดเชยค่าเสียเวลา" "แล้วถ้ามันมีสรรพคุณเหนือตำราล่ะครับ?" หลินเฟยสวนกลับทันควัน พร้อมกับยกมือขึ้นดึงปิ่นปักผมของนางออกเบาๆ เส้นผมยาวสลวยสีนิลของมู่หรงเสวี่ยตกลงมาประบ่า ชั่วขณะนั้นความเงียบเข้าปกคลุม หลินเฟยรู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ แต่นี่คือวิธีเดียวที่จะตรึงใจหญิงสาวผู้ทะเยอทะยานที่สุดคนนี้ให้มาเป็นพันธมิตร มู่หรงเสวี่ยไม่หลบตา นางกลับเชิดคางขึ้น ท้าทายกระแสลมที่กำลังก่อตัว "ถ้าเช่นนั้น เรามาทำสัญญาเลือดกัน ณ บัดนี้... ข้าจะให้ท่านประมูลโอสถนี้ในรอบพิเศษของคืนนี้ หากโอสถของท่านทำราคาได้ไม่ถึงหนึ่งแสนศิลาวิญญาณ... ท่านต้องเป็นทาสรับใช้สำนักประมูลของข้าไปตลอดกาล" หลินเฟยหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขามีความมั่นใจอย่างประหลาด "ข้อเสนอรับได้ครับ แต่ถ้าหากราคาประมูลพุ่งสูงกว่าที่ท่านคาดหมาย ท่านต้องเปิดคลังสมบัติลับของสำนักประมูลให้ข้าเลือกของสิ่งหนึ่ง... และข้าไม่ได้ต้องการเพียงแค่ศิลาวิญญาณ" หญิงสาวหรี่ตาลง พยายามมองหาความผิดปกติในแววตาของเขา แต่นางกลับพบเพียงความเวิ้งว้างราวกับห้วงจักรวาลที่ซ่อนเร้นความลับนับหมื่นเอาไว้ ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวในใจของมู่หรงเสวี่ย นางไม่ใช่คนอ่อนต่อโลก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าชายตรงหน้าเปรียบเสมือนหมากตัวที่นางคุมไม่ได้ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องลับก็ดังขึ้นรัวเร็วและหนักแน่นผิดปกติ ประตูบานหนักถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือของเขาถือจดหมายประทับตราครั่งสีดำสนิท ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ที่ไม่มีใครในสำนักประมูลกล้าแตะต้อง "คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... คนจาก 'ตระกูลหลิน' สายหลักมาถึงหน้าสำนักประมูลแล้ว พวกเขาประกาศว่าจะบุกค้นทุกตารางนิ้วเพื่อตามหา 'คนทรยศ' ที่ขโมยสูตรลับประจำตระกูลไป!" หลินเฟยที่ยืนนิ่งอยู่ข้างมู่หรงเสวี่ยไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อย เขากลับหันมามองมู่หรงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชาลงกว่าเดิม พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูราวกับปีศาจที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ "ดูเหมือนว่า 'ของฝาก' ที่ข้าทิ้งไว้ให้พวกมันเมื่อคืนนี้จะทำงานได้ดีเกินคาดนะครับคุณหนู... และดูเหมือนว่าตอนนี้ ท่านไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร่วมมือกับ 'คนทรยศ' คนนี้เสียแล้ว" มู่หรงเสวี่ยหน้าถอดสี มือของนางสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อจ้องมองตราประทับบนจดหมายนั้น นางเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า ชายหนุ่มข้างกายมิใช่เพียงแค่นักปรุงโอสถธรรมดา แต่เขากำลังลากสำนักประมูลของนางเข้าสู่สงครามล้างแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ 'เพลิงโอสถสวรรค์' ในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%