“เจ้ากล้าสาบานต่อหน้าบรรพชนโอสถหรือไม่ว่า... เตาหลอมทิพย์หมื่นปีที่หายไป ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายด้วยฝีมือของเจ้า?”
น้ำเสียงของหลินเฟยราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายหนักอึ้งจนผู้อาวุโสจางถึงกับเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เขาไม่ได้ตะโกน ไม่ได้เกรี้ยวกราด เพียงแค่จิบชาในมืออย่างใจเย็น สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังชายชราเบื้องหน้า
ในห้องโถงลับใต้ดินของสำนักโอสถเก้าสี บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากผนังหิน มู่หรงเสวี่ยนั่งอยู่เคียงข้างหลินเฟย นางไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ใช้นิ้วเรียวงามเคาะลงบนโต๊ะไม้หอมจังหวะสม่ำเสมอ เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจคนฟังให้เต้นรัวเหมือนกลองศึก
“คุณชายหลิน... ท่านกำลังดูหมิ่นข้า!” ผู้อาวุโสจางแสร้งทำเป็นเดือดดาล ใบหน้าแดงก่ำ “ข้าอุทิศชีวิตให้สำนักมาสามสิบปี เหตุใดต้องทำเรื่องโง่เขลาเช่นนั้น?”
“อุทิศชีวิต... หรืออุทิศเพื่อทองคำหมื่นชั่งจากตระกูลเว่ยกันแน่?”
หลินเฟยแค่นยิ้ม วางถ้วยชาลงเสียงดัง ‘เคร้ง’ กระแสจิตเข้มข้นพลันแผ่ซ่านออกมาจนเปลวเพลิงสีครามในตะเกียงข้างฝาเต้นเร่า มู่หรงเสวี่ยหยิบม้วนคัมภีร์หนังแพะขึ้นมาคลี่ออก บนนั้นปรากฏรอยประทับลายนิ้วมือที่เปื้อนคราบพิษ ‘จันทราดับสูญ’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหน่วยลับตระกูลเว่ย
“ข้าตรวจสอบบันทึกการเบิกจ่ายสมุนไพรในคลังส่วนในมาตลอดสามวัน” มู่หรงเสวี่ยเอ่ยขึ้น เสียงของนางนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบ “ท่านลักลอบนำ ‘หญ้าวิญญาณโลหิต’ ออกไปถึงสิบห้าต้น เพื่อใช้เป็นเครื่องสังเวยในการทำลายผนึกเตาหลอม... ท่านคิดหรือว่าการทำเช่นนี้จะไม่มีใครสังเกตเห็น?”
ผู้อาวุโสจางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่าออกมา เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดหู “หึหึ! พวกเจ้าฉลาดนัก... แต่แล้วอย่างไร? ต่อให้รู้แล้วก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี! เพราะในเวลานี้ ยอดเขาหลักของสำนักกำลังถูกล้อมด้วยยอดฝีมือจากสามตระกูลใหญ่ พวกเจ้าจะไม่มีวันได้เห็นเตาหลอมทิพย์นั่นอีก!”
หลินเฟยไม่ได้สะทกสะท้าน เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ รัศมีปราณจักรพรรดิโอสถแผ่ขยายออกไปจนทำให้ผนังหินรอบด้านสั่นสะเทือน “เจ้าเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง ผู้อาวุโสจาง... สิ่งที่ข้าให้เจ้าดูเมื่อครู่ไม่ใช่การจับกุม แต่เป็นการ ‘พิสูจน์ความจริง’ ให้คนของข้าที่ซุ่มอยู่ด้านนอกได้ยิน”
ทันใดนั้น ประตูกลที่ปิดสนิทก็เปิดออก ศิษย์สำนักนับร้อยคนในชุดสีขาวบริสุทธิ์ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ สายตาของพวกเขาไม่ได้มองไปยังหลินเฟยด้วยความโกรธแค้น แต่มองไปยังผู้อาวุโสจางด้วยความผิดหวังอย่างสุดซึ้ง
“พวกเจ้า... พวกเจ้าไม่ควรเห็นสิ่งนี้” ผู้อาวุโสจางถอยกรูดไปจนชิดกำแพง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความหวาดกลัวสุดขีด
“ความลับของสำนักคือเลือดเนื้อของเรา” หลินเฟยเดินเข้าไปใกล้ ก้าวเดินแต่ละก้าวของเขาดูเหมือนการเดินอยู่บนอากาศ “ใครที่คิดจะขายเลือดเนื้อนี้เพื่อเศษเงินทอง... มันผู้นั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับแม้แต่ลมหายใจ”
ทว่า ในขณะที่หลินเฟยกำลังจะลงมือ ร่างเงาสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านหน้าต่างเข้ามาด้วยความเร็วเหนือเสียง! ปลายกระบี่เย็นเฉียบจ่อเข้าที่ลำคอของมู่หรงเสวี่ยทันที!
“หยุดมือเดี๋ยวนี้ หลินเฟย! ถ้าไม่อยากเห็นคนรักของเจ้ากลายเป็นวิญญาณใต้คมกระบี่!”
เสียงของผู้มาใหม่ทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงัก หลินเฟยหรี่ตาลง มองดูใบหน้าของผู้ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีดำนั้น หัวใจของเขาเต้นรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะคนคนนี้คือคนที่เขา ‘เชื่อใจ’ ที่สุดในสำนัก... และเป็นคนเดียวที่เขาไม่เคยระแวงเลยแม้แต่นิดเดียว!
นี่คือการทรยศครั้งใหญ่ที่แม้แต่ตัวเขาเองยังคาดไม่ถึง และมันกำลังจะพังทลายรากฐานทุกอย่างที่เขาเพียรสร้างมากับมือให้มลายหายไปในชั่วพริบตา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาแห่งการหักหลังและกลอุบายสุดระทึกใจไปกับเพลิงโอสถสวรรค์นะครับ!
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 40
การทรยศภายใน
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!