จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 13

ศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
"วางถุงเงินนั่นลงเสีย แล้วไสหัวไปก่อนที่ข้าจะสั่งให้คนของข้าหั่นเจ้าเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปโยนให้สุนัขกินหน้าประตูเมือง" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของตรอกมืดหลังโรงประมูลตระกูลมู่หรง ชายหนุ่มรูปงามในชุดผ้าไหมปักดิ้นทองอร่าม ‘เฟิงอี้หลาง’ นายน้อยผู้หยิ่งผยองแห่งตระกูลเฟิง ยืนตระหง่านขวางทางเดินพร้อมกับองครักษ์เงาเจ็ดคนที่แผ่กลิ่นอายสังหารเข้มข้น หลินเฟยหยุดฝีเท้าลงอย่างใจเย็น เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งยังคงกุมถุงผ้าบรรจุโอสถระดับนภาที่เพิ่งประมูลได้มาไว้แน่น ในขณะที่มู่หรงเสวี่ยซึ่งเดินเคียงข้างมานั้น ใบหน้าเรียบเฉยของนางกลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่พร้อมจะปะทุ "ดูเหมือนว่านายน้อยเฟิงจะยังไม่รู้ตัวนะว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร" หลินเฟยเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม เขาขยับแว่นตาเล็กน้อยก่อนจะหันไปสบตากับคนตรงหน้า "โอสถในมือข้าชิ้นนี้ ข้าตั้งใจจะนำไปมอบให้ท่านเจ้าสำนักประมูลเพื่อกระชับความสัมพันธ์... การที่เจ้ามาขวางเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เสียมารยาท แต่มันกำลังทำให้ตระกูลเฟิงของเจ้า กำลังก้าวเท้าเข้าสู่หลุมศพที่เจ้าขุดไว้เอง" เฟิงอี้หลางหัวเราะร่า เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมสูงบาดหู "หลุมศพ? เจ้าคิดว่าแค่เป็นคนขายโอสถกระจอกๆ แล้วจะมาขู่ข้าได้งั้นหรือ? มู่หรงเสวี่ย ข้าเตือนเจ้าด้วยความหวังดี เจ้าเป็นถึงคุณหนูผู้สูงส่ง ทำไมถึงลดตัวไปคบค้ากับไอ้เศษสวะที่เพิ่งโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้คนนี้... ข้าให้โอกาสเจ้าเดินมาหาข้า แล้วเรื่องวันนี้ข้าจะทำเป็นลืมเสีย" มู่หรงเสวี่ยขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงทันที นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินดังกังวาน "นายน้อยเฟิง... เจ้าคงลืมไปว่าที่นี่คือเขตปกครองของสำนักประมูลตระกูลมู่หรง" นางกล่าวพลางใช้สายตาเย็นชาดุจน้ำแข็งมองร่างเบื้องหน้า "สิ่งที่เจ้าทำอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่แค่การขวางทางการค้า แต่มันคือการประกาศสงครามกับตระกูลมู่หรงโดยตรง เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าบิดาของเจ้าพร้อมจะจ่ายค่าชดเชยด้วยตำแหน่งผู้นำตระกูล?" เฟิงอี้หลางชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบด้วยความกังวล แต่ความโลภในโอสถระดับนภาที่อยู่ตรงหน้ามีอำนาจเหนือกว่าเหตุผล "หุบปาก! ฆ่าชายคนนั้น เอาโอสถมา ส่วนผู้หญิงคนนี้... จับตัวไปขังไว้ในเรือนพักของข้า ข้าจะสั่งสอนให้นางรู้ว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจเหนือกว่า!" องครักษ์ทั้งเจ็ดพุ่งตัวออกมาราวกับเงาที่ฉีกกระชากความมืด หลินเฟยไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่สะบัดแขนเสื้อเบาๆ เปลวเพลิงสีครามเข้มราวกับอัญมณีล้ำค่าก็ลุกโชนขึ้นรอบกาย ความร้อนแรงของมันแผ่กระจายจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว "ในเมื่อเจ้าอยากได้เพลิง... ข้าก็จะมอบเพลิงพิพากษาให้" หลินเฟยดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ก้อนเพลิงสีครามที่ดูอ่อนโยนกลับขยายตัวออกเป็นรูปร่างของพยัคฆ์เพลิงที่ดุร้าย มันคำรามก้องจนผนังตรอกร้าวราน เหล่าองครักษ์ที่พุ่งเข้ามาถูกแรงปะทะจากเปลวเพลิงกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทาง ไม่ใช่เพียงแค่พลังปราณที่เหนือกว่า แต่ ‘เพลิงโอสถสวรรค์’ ของเขานั้นมีคุณสมบัติในการกัดกร่อนลมปราณของศัตรู เฟิงอี้หลางหน้าซีดเผือด เขารู้สึกได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามาในจังหวะที่หลินเฟยย่างกรายเข้าไปหาเขาอย่างช้าๆ "เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่? พลังวิชาแบบนี้... มันไม่ใช่วิชาของสามัญชน!" หลินเฟยหยุดลงตรงหน้าเขา ใช้มือข้างที่ว่างเชยคางนายน้อยผู้หยิ่งผยองขึ้นมาด้วยความรู้สึกสมเพช "จำชื่อข้าไว้ให้ดี เพราะมันจะเป็นชื่อสุดท้ายที่เจ้าจะได้ยินในฐานะนายน้อยตระกูลเฟิง... หลินเฟย คือผู้ที่จะเปลี่ยนชะตาของทวีปนี้ และเจ้า... ก็เป็นเพียงแค่ก้อนกรวดที่ขวางทางเดินของข้าเท่านั้น" หลินเฟยปล่อยมือแล้วหันหลังเตรียมจะจากไป แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงปรบมือที่ดังมาจากมุมมืดของตรอกกลับทำให้เขาสะดุดหยุดลง "งดงาม... วิชาเพลิงมังกรครามที่หายสาบสูญไปนับพันปี ไม่คิดเลยว่าจะมาเห็นในที่ซอมซ่อเช่นนี้" เงามืดในมุมตรอกเริ่มขยับ บุรุษในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าเดินออกมา ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้ฮู้ด แต่ดวงตาที่เปล่งประกายสีทองอร่ามนั้นกลับดูน่าเกรงขามอย่างประหลาด หลินเฟยสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่ไม่ได้มาจากลมปราณ แต่มาจากวิญญาณที่แก่กล้าเกินกว่ามนุษย์ทั่วไป "ท่านเป็นใคร?" หลินเฟยถามพลางกระชับมือที่ถือโอสถแน่น ชายชุดเทาหยุดยืนห่างออกไปสามก้าว ก่อนจะโน้มตัวลงกราบอย่างนอบน้อม "ข้าน้อยคือ ‘ผู้เฝ้าประตูแห่งหอคอยบรรพกาล’ มาเพื่อแจ้งข่าวร้ายแก่ท่าน... โอสถที่ท่านถืออยู่ในมือนั้น ไม่ใช่รางวัลที่ท่านได้รับจากการประมูล แต่มันคือ ‘คำสาป’ ที่พวกมันจงใจส่งมาให้ท่านเพื่อเปิดประตูมิติแห่งการล้างบาง... และบัดนี้ ประตูนั่นได้เปิดออกแล้ว" สิ้นคำพูดนั้น ท้องฟ้าเหนือเมืองประมูลก็เริ่มแปรปรวน มวลเมฆสีเลือดก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณที่ดังสะท้อนออกมาจากถุงผ้าในมือของหลินเฟยเอง ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลินเฟยมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงจาก เพลิงโอสถสวรรค์ ครับ
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%