“เจ้ากล้าขูดรีดค่าเช่าที่ดินในย่านใจกลางนครมังกรทองเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าเชียวหรือ มู่หรงเสวี่ย? หากข้าเป็นเจ้า สำนักประมูลเมฆาคงถูกเผาทิ้งตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามาแล้ว”
หลินเฟยเอ่ยพลางวางจอกชาหยกสลักลวดลายมังกรลงบนโต๊ะไม้หอมหมื่นลี้ เสียงกระทบของมันเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว แววตาของเขาราบเรียบดุจผิวน้ำนิ่ง แต่เบื้องหลังนั้นคือเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
มู่หรงเสวี่ยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้สะทกสะท้าน นางแย้มยิ้มที่มุมปากอย่างผู้กุมชัยชนะ นิ้วเรียวยาวของนางเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ “การค้าขายมิใช่การทำสงครามบนหลังม้าที่ต้องใช้กำลังเข้าหักหาญเสมอไปท่านพี่ ในเมื่อหอการค้า ‘โอสถสวรรค์’ ของเรากำลังจะเปิดสาขาที่สามในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดแห่งนี้ ผู้คนต่างรอคอยโอสถระดับนภาที่ท่านเป็นผู้หลอมขึ้นมาเองกับมือ การบีบให้เจ้าของที่ดินคายผลประโยชน์ออกมาบ้าง... ไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้ความพยายามมากนักหรอกครับ”
คำเรียก ‘ท่านพี่’ ที่อีกฝ่ายใช้หยอกล้อทำเอาหลินเฟยหลุดหัวเราะในลำคอ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบกวาดมองม้วนเอกสารรายรับรายจ่ายที่วางเรียงรายอยู่เบื้องหน้า หอการค้าแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่ขายยา แต่มันคือโครงข่ายข่าวกรองที่เขาสร้างขึ้นเพื่อชำระแค้นตระกูลหลินที่เคยกดขี่เขาในอดีต
“สามเท่าเป็นเพียงตัวเลขที่น่ารังเกียจ” หลินเฟยกล่าวต่อ “เป้าหมายของเราคือการผูกขาดราคาวัตถุดิบหายากทั่วทั้งอาณาจักร อย่าลืมว่าขุนนางฝ่ายมืดในราชสำนักกำลังจับตามองหอการค้าเราอยู่ หากเราเดินหมากพลาดเพียงก้าวเดียว ทรัพย์สินที่เจ้าเพียรสร้างมาจะมลายหายไปในพริบตา”
บรรยากาศในห้องทำงานเปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันทีเมื่อหลินเฟยขยับตัวลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นภาพความวุ่นวายของตลาดการค้าเบื้องล่าง ผู้คนนับพันกำลังเบียดเสียดกันเพื่อแย่งชิงบัตรคิวเข้าสู่หอการค้าสาขาใหม่ที่กำลังจะเปิดประตูในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วยามข้างหน้า
“พวกมันกำลังมา” มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นมายืนเคียงข้างเขา “ตระกูลจ้าวส่งมือสังหารแฝงตัวมาในคราบพ่อค้าอาวุธ ข้าตรวจสอบยอดเงินในบัญชีที่โอนผ่านสำนักแลกเปลี่ยนพบความผิดปกติ... มีการโอนเงินก้อนโตจากคลังลับของจักรพรรดิมายังบัญชีของหัวหน้าตระกูลจ้าวโดยตรง ดูเหมือนว่าการเปิดหอการค้าในครั้งนี้ จะไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทองเสียแล้ว”
หลินเฟยหรี่ตาลง เพลิงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา “จักรพรรดิสนใจโอสถเก้าสีของข้า หรือว่า... เขากำลังหวาดกลัวอิทธิพลทางการเงินที่ข้ากำลังสร้างขึ้นกันแน่?”
เขาสะบัดมือเบาๆ ม่านพลังงานโปร่งใสที่ปิดกั้นเสียงถูกถอนออก เสียงอึกทึกจากภายนอกทะลักเข้ามาทันที พร้อมกับเสียงประกาศก้องของพนักงานหอการค้าที่เริ่มเปิดประตูบานยักษ์ที่ทำจากไม้สนพันปี เสียงเฮลั่นของฝูงชนแสดงถึงความกระหายในโอสถระดับตำนานที่หลินเฟยเป็นผู้สรรค์สร้าง
ทว่าในวินาทีที่แสงจากภายนอกสาดส่องเข้ามา กระแสลมเย็นเยียบก็พัดผ่านเข้ามาในห้องทำงานอย่างไร้ที่มา หลินเฟยสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของโลหิตและไอสังหารที่เข้มข้นจนน่าขนลุก เขาหันกลับไปมองประตูที่เพิ่งเปิดออก
ที่หน้าประตูนั้นมิใช่พนักงานที่มาแจ้งกำหนดการ แต่เป็นชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่น ใบหน้าซูบตอบราวกับศพเดินได้ นัยน์ตาสีขุ่นมัวของมันจ้องมองมาที่หลินเฟยด้วยความอาฆาตมาดร้าย ในมือนั้นถือกล่องไม้สลักลายปีศาจที่ส่งไอเย็นยะเยือกออกมา
“หลินเฟย... เจ้าโอหังนัก” เสียงแหบพร่าดังก้องในโสตประสาท “เจ้าคิดจะชุบตัวเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวยที่สุดในแผ่นดินโดยไม่ขออนุญาต ‘เจ้าของที่ดินที่แท้จริง’ งั้นรึ?”
มู่หรงเสวี่ยชักกระบี่สั้นออกมาทันที แต่หลินเฟยยกมือห้ามไว้ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มข้น ดุจดั่งจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจที่มองลงมาจากสรวงสวรรค์ เขาไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แต่กลับเดินตรงเข้าไปหาชายชราผู้นั้น
“เจ้าของที่ดิน?” หลินเฟยยิ้มหยัน “ในหอการค้าของข้า กฎของข้าคือสวรรค์ หากเจ้าอยากจะคุยเรื่องที่ดิน ก็จงทิ้งหัวเอาไว้เป็นค่าผ่านทางเสียเถิด”
ทันใดนั้น กล่องไม้ในมือชายชราก็เปิดออกด้วยตัวเอง เปลวไฟสีดำมืดมิดพุ่งทะยานออกมาเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำนั้นพุ่งตรงไปที่อกซ้ายของหลินเฟยอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะมองเห็นได้ทัน
หลินเฟยไม่หลบ เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ สัมผัสอากาศที่อยู่ตรงหน้า ทันใดนั้นเปลวไฟเก้าสีที่ร้อนแรงที่สุดในใต้หล้าก็ระเบิดออกจากร่างของเขา ปะทะกับเปลวไฟสีดำจนเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่ทำให้หอการค้าทั้งหลังสั่นคลอน ราวกับแผ่นดินจะถล่มลงมา
ฝุ่นควันจางลงเผยให้เห็นร่างของชายชราที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่าน แต่ที่พื้นดินเบื้องหน้าหลินเฟยกลับปรากฏสัญลักษณ์ประหลาดที่ค่อยๆ เรืองแสงขึ้น... มันเป็นตราประทับของ ‘สำนักบรรพกาล’ ที่สาบสูญไปนับพันปี
เสียงฝีเท้าจำนวนมหาศาลดังขึ้นจากภายนอก พร้อมกับเสียงขององครักษ์หลวงที่ตะโกนก้อง “จับตัวหลินเฟย! ฐานกบฏต่อแผ่นดินและสังหารทูตพิเศษจากสำนักบรรพกาล!”
มู่หรงเสวี่ยหันมามองหลินเฟยด้วยแววตาที่สั่นไหว “ท่านพี่... นี่มันไม่ใช่การขยายสาขาธรรมดาแล้ว พวกเขาเตรียมการไว้ทั้งหมดเพื่อรวบตัวท่านที่นี่”
หลินเฟยหันไปมองสัญลักษณ์ที่พื้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่เพียงแต่ไม่ตื่นตระหนก แต่กลับเผยรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของศัตรูต้องสั่นสะท้าน “ดี... ในเมื่อพวกมันอยากให้ข้าเป็นกบฏ ข้าก็จะเปลี่ยนแผ่นดินนี้ให้กลายเป็นสุสานของพวกมันด้วยมือข้าเอง”
เขาก้าวเท้าผ่านซากเถ้าถ่านตรงไปที่ประตูบานใหญ่ ทว่าก่อนที่เขาจะก้าวพ้นธรณีประตู ชายชุดดำลึกลับผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดของทางเดิน พร้อมกับดาบที่คุ้นตา... ดาบที่สังหารบิดาของเขาเมื่อสิบปีก่อน
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เพลิงโอสถสวรรค์
จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ•ตอนที่ 24
เปิดหอการค้าสาขาใหม่
ผลงานโดย เพลิงโอสถสวรรค์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพลิงโอสถสวรรค์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จักรพรรดิโอสถเก้าสี: บรรพชนผู้พลิกฟ้าสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!