"ถ้าพวกท่านยังคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวจากสมาคมการค้าอำเภอ จะมีน้ำหนักมากกว่าสัญญาซื้อขายที่ถืออยู่ในมือขวาของผม ก็เชิญไปฟ้องนายอำเภอได้เลยครับ... แต่อย่าลืมนะว่า หมึกบนกระดาษของพวกท่านยังไม่ทันแห้งดี โฉนดที่ดินสามแปลงสุดท้ายของตระกูลเฉิน ก็คงจะเปลี่ยนชื่อเป็นของกองทุนพัฒนาชนบทเรียบร้อยแล้ว"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งของหลินฟางเซียน ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงรับรองของสมาคมพ่อค้าท้องถิ่น แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขาที่ดูเยือกเย็นและทรงพลัง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงแกแกมหวาดหวั่นของกลุ่มพ่อค้ารุ่นใหญ่สามคนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่หลังโต๊ะไม้แกะสลัก
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ตระกูลเฉินและพวกพ้องพยายามใช้กลยุทธ์ผูกขาดตลาดธัญพืชในอำเภอ เพื่อบีบให้ฟางเซียนต้องยอมคายสิทธิการกระจายสินค้าจากมิติฟาร์มในราคาถูกราวกับเศษทาน แต่ในโลกของการค้า ไม่มีคำว่า "ปรานี" สำหรับคนโง่เขลาที่เล่นนอกเกม ในมุมมองของอดีตนักวิเคราะห์หุ้นมือฉมังอย่างเขา สถานการณ์ผูกขาดปลอมๆ เหล่านี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากหุ้นปั่นราคาต่ำสิบบาทที่มีกราฟเทคนิคส่งสัญญาณ 'Breakdown' ชัดเจนตั้งแต่แท่งเทียนแรก
ฟางเซียนใช้เวลาเพียงชั่วข้ามคืนในการกว้านซื้อหนี้เสียของตระกูลเฉินผ่านนอมินี ก่อนจะรวบรวมหลักฐานการฮั้วประมูลราคามาวางไว้บนโต๊ะเจรจาในวันนี้แบบหมัดเดียวจอด
"คุณหลิน... เรื่องสัญญาร่วมทุนที่เราคุยกันไว้เมื่อครู่..." เฒ่าเฉิน ผู้ทรงอิทธิพลประจำตลาดมืดที่เคยผยองพยัคฆ์ กลับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือถ้วยชาสั่นเทาจนน้ำชาฉลอกหก "เงื่อนไขแบ่งกำไรเจ็ดต่อสาม... ทางเรายินดีรับข้อเสนอของคุณแล้วครับ"
ฟางเซียนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ท่าทางสง่างามไร้ที่ติ เขาค่อยๆ วางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังราวกับเสียงค้อนพิพากษาในศาล
"เจ็ดต่อสาม? น่าเสียดายนะครับเฒ่าเฉิน เวลาสำหรับข้อเสนอนั้นหมดลงตั้งแต่จิบชาถ้วยแรกเมื่อสิบนาทีที่แล้วแล้วล่ะครับ" ฟางเซียนประสานมือไว้บนตัก สายตาคมกริบกวาดมองผู้ร่วมสนทนา "ตอนนี้... เงื่อนไขใหม่คือแปดต่อสอง และอำนาจการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จต้องอยู่ที่ผม หากพวกท่านปฏิเสธ... ผมก็แค่ปล่อยให้กลไกตลาดจัดการกับหนี้สินของพวกท่านต่อก็เท่านั้นเอง"
ความเงียบงัดเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม พ่อค้าเฒ่าทั้งสามหันหน้าปรึกากันด้วยความลนลาน การรุกฆาตครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่ทำให้พวกเขาพ่ายแพ้ แต่เป็นการยึดครองเส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจของอำเภอแห่งนี้เบ็ดเสร็จโดยสมบูรณ์
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของระเบียงด้านนอก พันจ่าเอกหานหยางยืนกอดอกพิงเสาไม้ด้วยใบหน้าเรียบเฉย สายตาคมกราบมองภรรยาหนุ่มร่างบางผู้กำลังควบคุมเกมธุรกิจด้วยความรู้สึกทึ่งแกมเอ็นดู ในยามปกติ ฟางเซียนมักจะอ่อนโยนและใส่ใจเขาเสมอ ยามเมื่อเข้าครัวทำอาหารกลิ่นหอมกรุ่น แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามการค้า ภรรยาของเขากลับกลายเป็นเซียนผู้ไร้พ่ายที่แม้แต่พ่อค้าเขี้ยวลากดินยังต้องยอมสยบ มือหนาลูบแหวนเกลี้ยงที่นิ้วนางข้างซ้ายเบาๆ พลางคิดในใจว่า ต่อให้คนทั้งโลกมองว่าภรรยาของเขาเป็นเพียงสะไภ้บ้านนอก แต่ในสายตาของเขา หลินฟางเซียนคือ "ขุมทรัพย์ล้ำค่า" ที่ต่อให้เอาแผ่นดินทั้งผองมาแลกก็ไม่ยอม
"ตกลงครับ... พวกเรายอมรับเงื่อนไขของคุณหลิน" เฒ่าเฉินหลับตาลงอย่างจำนนต่อโชคชะตา
"ยินดีด้วยครับที่ท่านเลือกทางที่ฉลาดที่สุด" ฟางเซียนยิ้มรับอย่างเป็นมิตร รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์แต่แฝงไว้ด้วยความน่ากลัว "พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้ทนายความนำสัญญาฉบับใหม่มาให้ลงนาม หวังว่าเราจะเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันนะครับ"
หลังจากการเจรจาอันดุเดือดสิ้นสุดลง ฟางเซียนเดินแยกตัวออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ที่สวนด้านหลังสมาคมการค้า สายลมยามเย็นพัดโชยกลิ่นอายความสำเร็จมาพร้อมกับความเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย ร่างสูงโปร่งทอดถอนหายใจยาวก่อนจะหันไปพบกับแผ่นอกกว้างคุ้นเคยของสามีหนุ่มที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว
"เหนื่อยไหมครับภรรยาคนเก่งของพี่" เสียงทุ้มต่ำเอמהนุ่มนวล พร้อมกับมือหยาบกร้านที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดส่งให้
ฟางเซียนรับมาซับเหงื่อบริเวณขมับพลางส่งค้อนวงงามให้สามี "ถ้าไม่ได้คุณช่วยจัดการเรื่องความปลอดภัยรอบนอกเมื่อคืนนี้ การเจรจาคงไม่ราบรื่นขนาดนี้หรอกครับ... แต่ว่านะ หานหยาง วันนี้ผมใช้พลังงานไปเยอะมาก ท้องเริ่มร้องแล้วล่ะสิ"
หานหยางหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบทอดมองภรรยาด้วยความรักใคร่ "ถ้าอย่างนั้น กลับบ้านกันเถอะครับ พี่เตรียมวัตถุดิบที่คุณอยากได้ไว้ในมิติฟาร์มเรียบร้อยแล้ว รับรองว่ามื้อนี้จะบำรุงกำลังคุณให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอน"
ทั้งสองเดินทางกลับถึงเรือนพักหลังน้อยในยามพลบค่ำ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความอบอุ่นภายในบ้านช่วยชะล้างความตึงเครียดทั้งหมดออกไปจนหมดสิ้น ฟางเซียนก้าวเข้าสู่ครัวทันทีโดยมีหานหยางคอยเป็นลูกมือผู้รู้ใจ วันนี้เขาตั้งใจจะทำเมนูเด็ดเพื่อฉลองการขยายอาณาจักรการค้าสำเร็จ
กระทะเหล็กใบใหญ่ถูกตั้งบนเตาถ่านจนร้อนจัด น้ำมันหมูใสสะอาดส่งกลิ่นหอมเมื่อกระทบกับผิวโลหะ ตามด้วยการโยนพริกแห้ง กระเทียมสับหยาบ และขิงแก่ลงไปผัดจนส่งกลิ่นฉุนเตะจมูก ตามด้วยเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีיוวหวานที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มจากมิติพิเศษ ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากันจนสีสันเป็นเงางามน่ารับประทาน ขั้นตอนสุดท้ายคือการโรยต้นหอมซอยและพริกไทยดำป่นใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมิติของรสชาติ
กลิ่นหอมเย้ายวนของ "หมูสามชั้นผัดพริกเกลือสูตรเซียนหุ้น" ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว เล็ดลอดออกไปตามช่องหน้าต่างและประตู ลอยไปแตะจมูกของใครบางคนที่แอบซุ่มอยู่หลังรั้วบ้าน...
แม่เฒ่าหลี่ ที่เพิ่งเดินทางมาถึงหมู่บ้านด้วยความหวังจะมาอาละวาดทวงส่วนแบ่งจากลูกสะใภ้ตัวแสบ สูดกลิ่นหอมนั้นเข้าไปเต็มปอดจนน้ำลายสอ ความหิวโหยและความโลภเข้าครอบงำทันที นางผลักประตูรั้วไม้เข้ามาอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับเงื้อมือขึ้นหมายจะเคาะประตูบ้านด้วยความโมโห
แต่ทว่า... เมื่อประตูไม้เปิดผางออกโดยฝีมือของแม่เฒ่าเอง ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับไม่ใช่ความยากจนข้นแค้นอย่างที่นางจินตนาการไว้ บนโต๊ะไม้กลางบ้านเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสส่งควันกรุ่น และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... มีเงาร่างของชายแปลกหน้าสวมชุดสูทสากลยืนถือเอกสารสำคัญรออยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่หันมามองนางราวกับรอคอยเหยื่อเดินเข้ากรง
"โอ้... คุณแม่สามี มาได้จังหวะจริงๆ เลยนะครับ" ฟางเซียนหันกลับมาพร้อมตะหลิวในมือ ดวงตาคู่สวยพินิจมองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก "พอดีเลยครับ ผมเพิ่งเซ็นสัญญาซื้อที่ดินผืนใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน... ซึ่งก็น่าแปลกเสียจริง ที่ชื่อเจ้าของเดิมในโฉนด... ดันเป็นชื่อของคุณแม่พอดีเลยนะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจและการเอาคืนครั้งนี้ครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 14
ขยายอาณาจักรการค้า
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!