ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 15

ข่าวลือในหมู่บ้าน

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ถ้าพวกมันยังกล้าปากดีหน้าบ้านอีกรอบ ผมจะเอาปืนแก๊ปไล่ยิงให้กระเจิง ไม่ต้องมาเกรงใจว่าเป็นญาติฝั่งไหนหรอกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำของพันจ่าเอกหานหยางดังลอดออกมาจากห้องครัว ขณะที่มือหนากำลังสาละวนอยู่กับการก่อเตาไฟเพื่อเคี่ยวน้ำซุปกระดูกหมู กลิ่นหอมฟุ้งของเครื่องเทศจีนผสมผสานกับความหวานเคี่ยวลึกของกระดูกหมูตุ๋นยาจีนลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณรั้วบ้าน จนชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าแล้วสูดจมูกฟุดฟิดด้วยความอิจฉาตาร้อน หลินฟางเซียนยืนอยู่หน้าเขียงไม้เนื้อหนา มือเรียวถือมีดปังตอเล่มคมกริบ สับเนื้อหมูสามชั้นติดมันอย่างเป็นจังหวะราวกับกำลังเคาะกราฟราคาหุ้นที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นแบบลิมิตอัพ เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "อย่าใจร้อนไปเลยครับพี่หาน คนพวกนั้นกำลังดิ้นรนเหมือนปูติดตม ยิ่งเราแสดงความมั่งคั่งออกมาเท่าไหร่ พวกเขาที่มีจิตใจคับแคบก็ยิ่งเหมือนถูกน้ำร้อนลวกเท่านั้น การแก้แค้นที่เจ็บปวดที่สุดไม่ใช่การใช้กำลังไล่ตี แต่เป็นการใช้ชีวิตให้สุขสบายจนพวกเขากระอักเลือดตายไปเองต่างหากล่ะครับ" คำพูดของภรรยาสาวทำให้หานหยางชะงักมือที่กำลังถือพัดใบตาล เขาหันมามองใบหน้าเนียนใสที่เปล่งปลั่งขึ้นทุกวันของภรรยา แววตาคมกริบฉายแววรักใคร่และทึ่งระคนกัน ตั้งแต่ฟางเซียนพลิกฟื้นตัวเองจากหญิงสาวที่เคยถูกกดขี่ กลายมาเป็นมันสมองของบ้านที่กุมเส้นทางการค้าในตลาดมืด และยังมีมิติฟาร์มลึกลับที่ผลิตสินค้าคุณภาพเยี่ยมยอดออกมาป้อนตลาด ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาก็ยกระดับจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากบ้านดินเก่าๆ ที่ฝนรั่ว ตอนนี้กลายเป็นบ้านอิฐฉาบปูนที่แข็งแรง มีเสบียงอาหารล้นเหลือ และที่สำคัญคือ เงินสดในมือที่ซ่อนไว้ในมิติฟาร์มเวลานี้ มากพอที่จะซื้อบ้านทั้งหลังในตัวอำเภอได้สบายๆ แต่นั่นแหละครับ... ความรวยที่ซ่อนไม่มิดในยุคที่ความจนยังเป็นเกียรติยศ มักจะดึงดูดสายตาปีศาจเสมอ "แกน่ะสิ! นังตัวดี! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าหลี่ดังแผดขึ้นที่หน้าประตูรั้ว ตามด้วยเสียงทุบประตูดังปังๆ อย่างไร้ความเกรงใจ ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่แอบซุ่มดูอยู่หลังพุ่มไม้และหน้าต่าง ต่างพากันชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฟางเซียนวางมีดลงอย่างใจเย็น เธอล้างมือให้สะอาด ใช้ผ้าสะอาดเช็ดมือเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีที่ทำท่าจะลุกขึ้นไปจัดการ "ปล่อยผมจัดการเองครับ ฟางเซียน..." หานหยางขมวดคิ้วมุ่น "ไม่ต้องครับพี่หาน วันนี้ผมจะแสดงให้ดูว่า การเชือดหมูโดยไม่ต้องใช้มีดนั้น ทำอย่างไร" ฟางเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนที่รู้จักเธอดีรู้สึกหนสันหลังวาบ หญิงสาวเดินน่องเรียวยาวออกไปเปิดประตูรั้วไม้ไผ่ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือแม่เฒ่าหลี่ที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเคือง ด้านข้างมีป้าสะใภ้ใหญ่และอาสะใภ้รองยืนทำหน้าบึ้งตึงราวกับมากินล้างกินผลาญ "อ้าว... ลมอะไรหอบลมเพลมพัดให้คุณแม่และญาติผู้ใหญ่มาเยือนเรือนหลังเล็กๆ ของพวกเราล่ะครับเนี่ย?" ฟางเซียนทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม แต่วาจาเชือดเฉือนนิ่มๆ "ยังจะมีหน้ามาถามอีกรึ!" แม่เฒ่าหลี่ถลึงตาใส่จนแทบถزนออกนอกเบ้า "พวกแกสองคนผัวเมียทำตัวน่าเกลียดเกินไปแล้วนะ! ชาวบ้านเขาลือกันทั่วหมู่บ้านว่าบ้านพวกแกแอบกินเนื้อหมูกินไก่ตุ๋นกันทุกวัน แถมยังมีแป้งสาลีขาวละเอียดกับน้ำตาลทรายแดงอีก! พวกแกเอาเงินมาจากไหนหะ! เงินของกองทัพที่หานหยางส่งมาให้แม่... แกแอบอมเอาไว้ใช้คนเดียวใช่ไหม อีลูกสะใภ้อกตัญญู!" เสียงโวยวายของแม่เฒ่าหลี่ดังลั่นจนชาวบ้านที่แอบดูอยู่ส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที หลายคนเริ่มซุบซิบ *“นั่นสิ ช่วงนี้บ้านหานหยางท่าทางจะร่ำรวยผิดปกติจริงๆ”* *“ฉันเห็นฟางเซียนหิ้วถุงผ้าใบใหญ่เข้าบ้านทุกวัน แถมยังมีกลิ่นเนื้อหอมโชยออกมาประจำ”* *“สงสัยจะแอบซ่อนเงินทองไว้จริงๆ แหละ”* ฟางเซียนกวาดสายตามองฝูงชนที่ยืนมุงดูด้วยแววตาเยือกเย็น เธอไม่สะทกสะท้านกับเสียงนินทาเหล่านั้นแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน เธอกลับมองเห็น "โอกาส" ที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองผ่านสถานการณ์นี้ "คุณแม่ครับ พูดจาต้องมีหลักฐานนะครับ..." ฟางเซียนป้องปากหัวเราะเบาๆ "เงินเดือนของพี่หานหยางออกมากี่หยวน และส่งให้คุณแม่ไปเท่าไหร่ บัญชีเงินฝากและใบเสร็จรับเงินยังมีลายมือของคุณแม่เซ็นรับอยู่ครบทุกบาททุกสตางค์นะครับ ถ้าคุณแม่บอกว่าผมอมเงิน ลองเอาบัญชีมากางดูต่อหน้าพี่น้องชาวบ้านตรงนี้ไหมล่ะครับว่าใครกันแน่ที่โกหก?" คำพูดฉะฉานและมีเหตุผลทำให้แม่เฒ่าหลี่ชะงักกึก หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดง เพราะนางเอาเงินส่วนใหญ่ไปแอบจุนเจือลูกชายคนเล็กที่เอาแต่เล่นการพนันในเมือง ใครจะกล้าเอาบัญชีมาเปิดเผยเล่า! "วะ... ว่าแต่แกเถอะ! ช่วงนี้แกไม่ได้ทำงานในทุ่งนา แล้วเอาเงินที่ไหนมาซื้ออาหารดีๆ กินทุกวัน! แกไปทำตัวสำส่อนที่ไหนมา ถึงมีเงินซื้อของพวกนี้หะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่รีบกระโจนเข้ามาช่วยแก้เก้อ พยายามสาดโคลนใส่ชื่อเสียงของฟางเซียน บรรยากาศหน้าบ้านนิ่งงึดลงชั่วขณะ สายตาของชาวบ้านเริ่มมองมาที่ฟางเซียนด้วยความเคลือบแคลงสงสัย การที่ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในหมู่บ้านชนบทแล้วร่ำรวยขึ้นมาผิดปกติ มักจะมีข้อครหาในแง่ลบตามมาเสมอ ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับระบายยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ "ป้าสะใภ้ใหญ่ครับ การที่พวกท่านขยันแต่ยากจน ไม่ได้แปลว่าคนอื่นที่ขยันแล้วจะรวยไม่ได้นะครับ..." ฟางเซียนก้าวเท้าออกมายืนกลางแสงแดด ท่าทางสง่างามเด็ดเดี่ยว "เงินที่ผมใช้ซื้อหมูซื้อแป้ง ไม่ใช่เงินของใครที่ไหน แต่เป็นหยาดเหงื่อแรงงานของผมเอง!" "แรงงานอะไรของแก! นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน จะไปหาเงินมาจากไหน!" "ผมใช้สมองและความสามารถครับ!" ฟางเซียนกล่าวเสียงดังฟังชัด กวาดสายตามองทุกคน "ช่วงนี้พืชผักป่าในหุบเขาหลังหมู่บ้านออกดอกออกผล ผมตื่นแต่ตีสามทุกวันเพื่อไปเก็บสมุนไพรป่าและเห็ดหอมหายาก ไปส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลางในตัวอำเภอ ได้กำไรมาวันละหลายสิบหยวน! ถ้าพวกท่านขยันตื่นแต่เช้าตรู่เหมือนผม เดินเข้าป่าลึกเสี่ยงภัยสัตว์ร้ายเพื่อหาของป่า พวกท่านก็อาจจะรวยได้เหมือนกัน... แต่น่าเสียดายนะครับ ที่พวกท่านถนัดแต่มายืนเห่าหอนหน้าบ้านคนอื่นเพื่อขอส่วนบุญมากกว่า!" "นัง... นังสารเลว! แกกล้าด่าฉันว่าหมาเห่าเรอะ!" แม่เฒ่าหลี่กรี๊ดลั่นด้วยความโมโหจนตัวสั่นเทา เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าสะใภ้ แต่ทว่า... ก่อนที่มือเหี่ยวย่นนั้นจะทันได้สัมผัสแก้ว Nian ของฟางเซียน มือแกร่งดั่งคีมเหล็กของพันจ่าเอกหานหยางก็คว้าข้อมือของแม่เฒ่าไว้แน่น แรงบีบที่ทรงพลังทำเอาแม่เฒ่าหลี่ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของหานหยางจ้องมองมารดาแท้ๆ ของตนเองด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความกตัญญูหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของสามีที่ปกป้องภรรยา "ถ้ามือข้างนี้กล้าแตะต้องภรรยาผมแม้แต่นายเดียว อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจความเป็นแม่ลูกก็แล้วกันนะครับ!" เสียงทุบตบะของทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทำเอาแม่เฒ่าหลี่และบรรดาญาติๆ ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ฟางเซียนแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงปราม ก่อนจะส่งยิ้มพริ้มเพราให้แม่สามีที่กำลังหน้าซีดเผือด "เอาล่ะครับ ในเมื่อทุกคนอุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้านแล้ว ผมก็เกรงใจที่จะปล่อยให้กลับไปมือเปล่า เชิญเข้ามาดูในครัวสิครับว่าผมกำลังทำอะไรอยู่..." ฟางเซียนหมุนตัวเดินนำเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้แม่เฒ่าหลี่และชาวบ้านยืนงงงวย แต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนจึงยอมเดินตามเข้าไปในครัวเล็กๆ ของบ้านหานหยาง ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนใจของ "เนื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วแดง" ที่เคี่ยวจนน้ำซุปงวดเข้มข้น สีสันแดงฉานมันวาวน่ารับประทาน พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของ "ซาลาเปาไส้หมูสับเห็ดหอม" ที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆ ควันพวยพุ่งส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง จนทุกคนต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ความอิจฉาริษยาในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอยากลิ้มลอง ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนหอบแฮกของชายแปลกหน้าที่ไม่มีใครคาดคิด "คุณหลินฟางเซียนอยู่ไหมครับ! หัวหน้าสถานีการค้าในอำเภอส่งผมมารับ 'สินค้าล็อตพิเศษ' ตามสัญญาครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจและการเอาคืนครั้งนี้ครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%