ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 16

ศัตรูตัวฉกาจปรากฏกาย

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดัง *ปัง* สะท้อนก้องห้องโถงแคบๆ ของสหกรณ์ประจำคอมมูน ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของชาวบ้านที่กำลังต่อแถวแลกซื้อแป้งสาลี "หลินฟางเซียน อย่าคิดว่าเธอทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนแล้วจะลอยนวลพ้นความผิดไปได้!" เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่ดังขึ้นแทรกเสียงจอแจ ท่าทางของหญิงชราผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวเข็ญสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ดวงตาคู่เล็กหรี่มองลูกสะใภ้ที่ตนเคยจงเกลียดจงชังและพยายามกดขี่ข่มเหงมาตลอดหลายปี ทว่าในยามนี้ หลินฟางเซียนกลับยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างเยือกเย็น ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตานั้นแม้แต่น้อย ฟางเซียนค่อยๆ วางสมุดบัญชีเล่มเล็กที่ทำจากกระดาษรีไซเคิลลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับนักลงทุนผู้เชี่ยวชาญกำลังประเมินความเสี่ยงของหุ้นบลูชิพก่อนตัดสินใจเทขายครั้งใหญ่ "แม่ครับ ใจเย็นๆ ก่อนดีกว่าครับ การโวยวายกลางที่สาธารณะไม่ได้ช่วยให้ราคาข้าวสารในตลาดมืดลดลงหรอกนะครับ" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง พันจ่าเอกหานหยางก้าวเท้าเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ไหล่กว้างในชุดเครื่องแบบทหารบดบังสายตาคุกคามจากผู้คนรอบข้าง สันจักษ์คมเข้มฉายแววดุดันจนแม่เฒ่าหลี่ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แม้หานหยางจะเป็นบุตรชายแท้ๆ แต่ความกตัญญูของชายหนุ่มถูกคั่นกลางด้วยความถูกต้องและหัวใจที่มอบให้ภรรยาไปจนหมดสิ้น สายตาที่เขามองมารดาจึงมีแต่ความว่างเปล่าและความเย็นชา "แก! ไอ้ลูกอกตัญญู เห็นเมียดีกว่าแม่หรือไง!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องเสียงหลง หันไปคว้าแขนชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด สวมเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวเก่าๆ ที่ยืนหลบมุมอยู่หลังเสา "ท่านรองผู้จัดการเฉิน ท่านดูเอาเถอะครับ สองสามีภรรยานี้ใช้วิธีสกปรกอะไรกว้านซื้อตั๋วปันผลเนื้อและน้ำมันพืชไปจนหมดเกลี้ยงตลาด ทำให้ชาวบ้านตาดำๆ ไม่มีอะไรกินกันเลยนะ!" รองผู้จัดการเฉิน ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในสหกรณ์แห่งนี้ ขยับแว่นตากรอบดำหนาเตอะ ใบหน้าอวบอิ่มยิ้มหยัน เหล่มองหลินฟางเซียนด้วยสายตาดูแคลน พลางลูบคางตัวเองช้าๆ "คุณหลินฟางเซียน ทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนมาหลายครั้งแล้วว่า คุณผูกขาดการค้าเสบียงในเขตนี้ แถมยังมีข่าวลือว่าคุณแอบเอาเนื้อหมูชั้นดีจากไหนไม่รู้มาขายตัดราคาในตลาดมืด ผิดกฎระเบียบการค้าของรัฐอย่างร้ายแรง" เฉินเหยียดเสียงสูง ข่มขู่ด้วยอำนาจในมือ "ถ้าไม่อยากให้สามีของคุณถูกสอบวินัยร้ายแรงที่ค่ายทหาร ส่งบัญชีลับและสินค้าทั้งหมดในมือมาให้สหกรณ์ตรวจสอบเดี๋ยวนี้!" บรรยากาศภายในสหกรณ์เงียบกริบลงทันที ชาวบ้านต่างพากันกลั้นหายใจ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรสักคำ เพราะต่างรู้ดีว่าอำนาจของรองผู้จัดการเฉินนั้นเชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลมืดรายใหญ่ในเมืองหลวง แต่หลินฟางเซียนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับสร้างความหนาวเหน็บให้แก่ผู้ฟังได้อย่างประหลาด "รองผู้จัดการเฉินพูดราวกับว่าตัวท่านเองถือหุ้นใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์เลยนะครับ" ฟางเซียนก้าวออกมาจากด้านหลังสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับราวกับกำลังมองกราฟราคาหุ้นที่กำลังตกต่ำถึงขีดสุดและเตรียมพุ่งทะยานสวนทาง "ท่านบอกว่าฉันผูกขาดและทำผิดกฎหมาย... แต่ท่านมีหลักฐานไหมครับ? หรือว่าตั๋วปันผลล็อตล่าสุดที่หายไปจากคลังของสหกรณ์เมื่อสามวันก่อน แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกฉันกว้านซื้อ แต่ถูกแอบระบายออกทางหลังร้านโดยคนที่ยืนอยู่ตรงนี้กันแน่?" สีหน้าของรองผู้จัดการเฉินเปลี่ยนสีทันที จากสีแดงก่ำด้วยความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในชั่วพริบตา เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม แม้เขาจะพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นตอนเอ่ยปฏิเสธ แต่ดวงตากลับลောက်แลกอย่างเห็นได้ชัด "เหลวไหล! คุณกำลังใส่ร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ!" "ผมไม่ได้ใส่ร้ายครับ" ฟางเซียนหยิบกระดาษแผ่นเล็กออกจากกระเป๋าเสื้อ เป็นใบเสร็จรับเงินที่ลงลายมือชื่อของเฉินเอง พร้อมตราประทับลับที่ได้มาจากมิติฟาร์มพันล้าน ซึ่งบันทึกทุกธุรกรรมการเงินย้อนหลังได้อย่างแม่นยำยิ่งกว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ "กราฟปริมาณสินค้าคงคลังของสหกรณ์ในมือผมฟ้องชัดเจนว่า สินค้าหายไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ในคืนที่ท่านออกเวรพอดี ถ้าผมเอาเอกสารชุดนี้ไปยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินในวันพรุ่งนี้ คิดว่าเก้าอี้ตัวนี้ของท่านจะยังอุ่นอยู่ไหมครับ?" แม่เฒ่าหลี่หน้าถอดสี รีบหันไปเขย่าแขนรองผู้จัดการเฉิน "ท่านเฉิน รีบจัดการมันสิ! จัดการนังตัวดีนี่เลย!" ทว่าเฉินกลับสะบัดแขนหญิงชราออกอย่างแรง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความจนมุม เขาไม่คาดคิดเลยว่าผู้หญิงบ้านนอกคนหนึ่งจะกุมจุดอ่อนเรื่องการยักยอกทรัพย์สินของรัฐไว้ในมืออย่างแน่นหนา "เธอ... เธอต้องการอะไร?" เฉินกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟันถาม "ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากครับ แค่ต้องการให้พวกคุณถอนมือจากการรบกวนครอบครัวของผม และเลิกยุ่งกับโควต้าเสบียงของชาวบ้านในคอมมูนนี้เด็ดขาด" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ "และที่สำคัญ... แม่เฒ่าหลี่ต้องเซ็นสัญญาตัดขาดความสัมพันธ์กับพวกเราอย่างเป็นทางการต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านในวันนี้" "แก... นังเนรคุณ!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องโวยวายด้วยความเหลืออด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าลูกสะใภ้ *พรึบ!* มือหนาราวคีมเหล็กของพันจ่าเอกหานหยางคว้าข้อมือมารดาไว้แน่น แรงบีบมหาศาลทำให้แม่เฒ่าหลี่หน้าเหเกด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจ้องมองมารดาด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด "พอได้แล้วครับแม่... ถ้าแม่ยังไม่หยุด ผมคงต้องทำตามหน้าที่ของกฎหมายเช่นกัน" หานหยางเอ่ยเสียงต่ำ บรรยากาศรอบตัวแผ่รังสีคุกคามน่ากลัวราวกับสนามรบจริง ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นหลายคู่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูสหกรณ์ พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดคิด... นายทหารยศนายพลตรีผู้มีอำนาจสูงสุดในเขตทหารภาคเหนือ ก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารลับในมือ สายตาดุดันกวาดมองทุกคนในห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่หลินฟางเซียน "คุณหลิน... ทางเราเพิ่งได้รับโทรศัพท์สายตรงจากเมืองหลวง มีคำสั่งด่วนให้เชิญคุณไปเป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านเศรษฐกิจและการค้าของคอมมูน..." นายพลตรีหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับหน้าถอดสี "และดูเหมือนว่า... สินค้าล็อตแรกที่คุณผลิตในฟาร์มลับ จะถูกสั่งจองล่วงหน้าจากศูนย์กลางทั้งหมดแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจและการเอาคืนครั้งนี้ครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%