"ถ้าแกกล้าขายราคานี้จริง ตลาดมืดฉบับนี้ก็คงเหลือแค่ซากปรักหักพัง!"
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเซรามิกบนโต๊ะสั่นสะเทือน น้ำชาสีเข้มกระฉอกเปรอะเปื้อนกระดาษบัญชีราคาวัตถุดิบ ใบหน้าของเฒ่าจาง พ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดการส่งเนื้อสัตว์และธัญพืชในตลาดมืดเขตสามมานานนับทศวรรษ บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังร่างระหงของหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างจิบน้ำชาอย่างใจเย็น
หลินฟางเซียนวางถ้วยแร่หยกในมือลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับมีน้ำหนักราification ค้อนพิพากษาในศาล เธอยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเยือกเย็นและเฉียบคมราวกับกราฟแท่งเทียนที่กำลังพุ่งทะยานสวนกระแสตลาด
"ตลาดมืดจะล่มสลายหรือไม่นั้น มิใช่สิ่งที่ฉันต้องกังวลหรอกครับ... เอ๊ย ขออภัย ฉันต้องกังวลหรอกค่ะ... เอ้ย ไม่ใช่สิครับ" ฟางเซียนเกือบหลุดปากใช้สรรพนามผิด เธอยิ้มรับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นั้นด้วยความมั่นใจก่อนจะปรับน้ำเสียงให้ทุ้มนุ่มและน่าฟังตามแบบฉบับสุภาพสตรีผู้เหนือกว่า "แต่สิ่งที่เฒ่าจางควรกังวลในตอนนี้ คือสินค้าล็อตใหญ่ในโกดังของคุณ ที่กำลังจะกลายเป็นขยะไร้ค่าภายในสามวันต่างหาก"
บรรยากาศรอบโต๊ะเจรจาในห้องรับรองลับหลังโรงน้ำชาอับทึบเงียบกริบลงทันที ลูกน้องร่างยักษ์สองคนของเฒ่าจางขยับตัวเข้าหาด้วยท่าทางคุกคาม แต่ก่อนที่ใครจะได้ชักอาวุธ ประตูห้องก็ถูกผลเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
ร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวเข้มของพันจ่าเอกหานหยางก้าวเข้ามาในห้องราวกับพญาเสือที่ย่างสามขุมเข้าสู่ถิ่นเหยื่อ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างภรรยา เขากวาดสายตาคุมเชิงเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่แรงกดดันระดับสนามรบก็ทำให้ลูกน้องของเฒ่าจางต้องถอยกรูดโดยสัญชาตญาณ
"ที่นี่มีปัญหาอะไรรึเปล่า ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยาอย่างอ่อนโยน แต่สายตากลับตวัดมองเฒ่าจางด้วยแววตาดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ
"ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ... เอ่อ ไม่มีอะไรมากหรอกครับพี่หยาง" ฟางเซียนปรายตามองสามีที่รีบตามมาคุ้มกันด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก เธอส่งยิ้มให้เขาน้อยๆ เป็นเชิงบอกว่าเอาอยู่ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเฒ่าจางผู้กำลังเหงื่อตก
ย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน เฒ่าจางใช้อิทธิพลและเครือข่ายพ่อค้าคนกลางประกาศ "สงครามราคา" ด้วยการกดราคาแป้งสาลีและเนื้อหมูในตลาดมืดให้ต่ำลงจนติดดิน เพื่อบีบให้ฟร้านค้าปลีกรายย่อยและฟาร์มอิสระของฟางเซียนต้องยอมจำนนและขายกิจการต่อให้เขาในราคาถูก เฒ่าจางมั่นใจว่าด้วยทุนหนาและการกักตุนสินค้าไว้ครึ่งคลังเมือง จะทำให้เขาชนะสงครามประสาทครั้งนี้ได้อย่างง่ายดาย
ทว่า เขาคำนวณพลาดไปอย่างมหันต์... เขาไม่รู้เลยว่าคู่ต่อสู้ของเขาคือนักวิเคราะห์หุ้นมือฉีดยาชาผู้เชี่ยวชาญการอ่าน "วงจรฟองสบู่เศรษฐกิจ"
ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอหยิบเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาสะบัดเบาๆ ก่อนจะวางลงตรงหน้าเฒ่าจาง
"คุณคิดว่าการกักตุนสินค้าเพื่อผูกขาดราคา เป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุดแล้วสินะครับเฒ่าจาง" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "คุณกู้เงินนอกระบบมามหาศาลเพื่อกว้านซื้อหมูและแป้งเข้ามาอัดแน่นเต็มโกดัง โดยคาดหวังว่าหน้าหนาวนี้ราคาจะพุ่งสูงขึ้นเป็นเท่าตัว... แต่น่าเสียดาย ที่คุณมองข้ามกฎข้อสำคัญที่สุดของตลาดไปข้อหนึ่ง"
เฒ่าจางหน้าถอดสี รีบก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น มือที่หยิบขึ้นมาสั่นเทาร์ecognize ทันที มันคือใบรายการบัญชีและเส้นทางการขนส่งเสบียงสำรองของกองทัพและสหกรณ์รัฐ ที่กำลังจะปล่อยสินค้าราคาควบคุมออกมาล้นตลาดในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!
"เป็นไปได้ยังไง! ข้อมูลนี่มัน... ลับสุดยอด!" เฒ่าจางผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำ
"ไม่มีอะไรที่เป็นความลับสำหรับคนที่มีวิสัยทัศน์หรอกครับ" หานหยางกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น พร้อมกับวางเอกสารอีกชุดลงประกบ ซึ่งเป็นตรารับรองจากทางการในการอนุญาตให้ฟาร์มของตระกูลหลินสามารถกระจายสินค้าเกษตรอินทรีย์เข้าสู่เขตชุมชนทหารและโรงงานอุตสาหกรรมได้โดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางอย่างเฒ่าจางแม้แต่น้อย
นี่คือกลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" ที่ฟางเซียนวางแผนไว้ !
แทนที่จะเข้าไปห้ำหั่นแย่งชิงพื้นที่ตลาดมืดใจกลางเมืองที่เฒ่าจางมีอิทธิพลครอบงำ เธอกลับเลือกใช้มิติฟาร์มพิเศษผลิตสินค้าคุณภาพสูงเกินมาตรฐานออกมาในปริมาณมหาศาล แล้วกระจายส่งตรงให้สหกรณ์ชุมชนและค่ายทหารรอบนอก ปิดตายเส้นทางลำเลียงของเฒ่าจางทีละนิด จนกระทั่งสินค้าในมือของเฒ่าจางกลายเป็นภาระหนี้สินก้อนโตที่รอวันเน่าคาโกดัง
"คุณมีทางเลือกสองทางครับเฒ่าจาง" ฟางเซียนโน้มตัวลงไปข้างหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าหวานล้ำแต่แฝงด้วยความเฉานิดๆ ชวนให้รู้สึกหนสันหลังวาบ "หนึ่ง... ดื้อแพ่งถือสินค้าพวกนั้นไว้รอวันล้มละลายและติดคุกข้อหาเก็งกำไรเกินควร... หรือสอง..."
เฒ่าจางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า "หรือ... หรืออะไร..."
"ขายสินค้าทั้งหมดในโกดังให้ฉัน ในราคา 'สามสิบเปอร์เซ็นต์' ของทุนที่คุณซื้อมา... แล้วถอนตัวออกไปจากตลาดมืดเขตสามนี้ตลอดกาล"
เพล้ง! ถ้วยชาในมือของเฒ่าจางร่วงหล่นแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี ใบหน้าของพ่อค้าผู้เคยยิ่งใหญ่ซีดเผือดไร้สีเลือด เขารู้ตัวแล้วว่าในเกมนี้ เขามิได้พ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวชาวบ้านธรรมดา แต่พ่ายแพ้ให้กับปีศาจคำนวณที่อ่านเกมขาดลอยล่วงหน้าไปเป็นเดือน
ขณะที่การเจรจาต่อรองกำลังเดินทางมาถึงจุดไคลแม็กซ์ เสียงรถบรรทุกทหารคันใหญ่ก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าโกดัง พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารจานเด็ดที่ฟางเซียนสั่งให้คนในฟาร์มเตรียมไว้รอฉลองชัยชนะ กลิ่นหอมเย้ายวนของ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้" ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนข้ามคืนจนหนังนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศจีนตุ๋นโชยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งตรอกซอกซอยของตลาดมืด ดึงดูดสายตาและความหิวโหยของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว
หานหยางเหลือบมองภรรยาด้วยความทึ่งและภาคภูมิใจ เขายื่นมือหนามาโอบเอวบางไว้หลวมๆ กระซิบข้างหูด้วยเสียงทุ้มนุ่มที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระส่ำ
"ภรรยาผม... เก่งกาจจนน่ากลัวจริงๆ นะครับแบบนี้ เห็นทีผมต้องทำโทษด้วยการตามใจเธอให้หนักเสียแล้ว"
ฟางเซียนค้อนขวับใส่สามีหนุ่มเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่รอยยิ้มพึงพอใจจะปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย เธอกำลังจะเอ่ยปากสรุปปิดดีลประวัติศาสตร์นี้ ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่หลังเสาโกดังฝั่งตรงข้าม...
ร่างผอมเกร็งของแม่เฒ่าหลี่ แม่สามีจอมบงการที่ควรจะถูกกักบริเวณอยู่ที่บ้านนา แต่บัดนี้กลับยืนถือตั๋วจำนำที่ดินแปลงใหญ่ของครอบครัวในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนไว้ไม่มิด!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จในเส้นทางธุรกิจและการเอาคืนครั้งนี้ครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 17
ใช้กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!