"ถ้าคุณยังกล้าส่งสายตาพิฆาตแบบนั้นมาให้อีก ผมเกรงว่าคืนนี้ข้าวต้มปลาเก๋าในหม้อดินคงต้องกลายเป็นหมัน... เพราะสามีผู้เคร่งขรึมคนนี้อาจจะสมาธิแตกซ่านเสียก่อน"
เสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหบพร่าดังขึ้นเหนือลาดไหล่ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของพันจ่าเอกหานหยางก้าวเข้ามาประชิดตัว หลินฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย—เป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่นักวิเคราะห์หุ้นสาวผู้เยือกเย็นและคำนวณทุกย่างก้าวด้วยกราฟแท่งเทียนอย่างแม่นยำ ถึงกับคาดการณ์การเคลื่อนไหวของ 'สามี' ตัวเองพลาดไป
กลิ่นอายบุรุษเพศที่อบอุ่นเจือกลิ่นอายควันไฟและกลิ่นสะอาดของสบู่ก้อนโบราณโชยเข้าแตะจมูก ฟางเซียนขยับตัวหลบมุมตะหลิวในมือเล็กน้อย ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนชายหนุ่มที่วันนี้ดูแปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบขรึมเยือกเย็นที่เคยมีดุจภูเขาน้ำแข็ง ทลายลงเหลือเพียงประกายตาระยิบระยับที่จ้องมองเธอราวกับเหยื่อชิ้นโอชะในกำมือ
"คุณพูดจาเหลวไหลอะไรกันครับ พันจ่าเอกหาน ถอยไปห่างๆ เลยนะ พื้นครัวแค่นี้ เดี๋ยวก็ชนเข้ากับหม้อตุ๋นยาจีนพอดีหรอก" ฟางเซียนเอ่ยเสียงดุ แม้ใบหน้านวลเนียนจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด ความร้อนจากเตาถ่านตรงหน้าดูจะเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากแผ่นอกกว้างของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่
หานหยางไม่ยอมขยับ เขากลับวางมือหนาหยาบกร้านจากการฝึกฝนหนักลงบนขอบเคาน์เตอร์ไม้ไผ่ กักตัวเธอไว้ตรงกลางวงแขนอย่างจงใจ สายตาคมกวาดมองเครื่องปรุงรสและวัตถุดิบชั้นดีที่ถูกดึงออกมาจากมิติฟาร์มพันล้านอย่างเงียบงัน—เนื้อปลาเก๋าแล่บางเฉียว ขิงแก่ซอยละเอียด เห็ดหอมดองน้ำผึ้ง และข้าวสารหอมมะลิเก่าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนน้ำลาย
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ตลาดมืดเมื่อวานซืน ที่ภรรยาตัวน้อยของเขาใช้มันสมองอันปราดเปรื่องกวาดเงินสดก้อนโตเข้ากระเป๋าจากการเก็งกำไรสินค้าเกษตรและเนื้อสัตว์ หานหยางก็ตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า ผู้หญิงที่ครอบครัวเก่าเคยดูแคลนว่าเป็นเพียง 'กาฝากไร้ค่า' ผู้นี้ แท้จริงแล้วคือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนคมไว้อย่างล้ำลึก และเขานี่แหละ... คือคนที่โชคดีที่สุดในแผ่นดินยุค 70 ที่ได้ครอบครองนาง
"ผมไม่ได้เหลวไหล ฟางเซียน" หานหยางกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกชัน "ผมแค่กำลังคิดว่า... การได้เห็นคุณทำอาหารอร่อยๆ ให้ผมกินทุกเย็นแบบนี้ มันคือกำไรชีวิตที่สูงยิ่งกว่าหุ้นตัวไหนๆ ในตลาดหลักทรัพย์ที่คุณชอบพูดถึงเสียอีก"
ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังตักซีอิ๊วขาวลงในถ้วยเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด หานหยางในเวลานี้ไม่ได้มีมาดของนายทหารผู้เคร่งขรึมและตึงเครียดเช่นวันวานอีกแล้ว เขากำลังรุกคืบเข้ามาในพื้นที่หัวใจของเธอด้วยกลยุทธ์ที่แนบเนียนยิ่งกว่าการเข้าซื้อหุ้นบลูชิพในช่วงจังหวะ bottoms-up เสียอีก
"คุณเริ่มพูดจาแปลกๆ นะครับ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ผู้ชายแข็งกระด้างอย่างคุณหัดมาหยอดคำหวานใส่ภรรยา หรือว่า... แอบไปกินอะไรผิดสำแดงมา?" ฟางเซียนแสร้งทำเป็นเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก
"กินอะไรไม่ได้กินหรอครับ... นอกจากกินน้ำส้มคั้นฝีมือคุณจนเปรี้ยวเข็ดฟันไปหมดแล้ว" หานหยางหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นหลังของหญิงสาว "ผมแค่อิจฉา... อิจฉาแม้กระทั่งหม้อข้าวหม้อแกงเหล่านี้ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดคุณตลอดทั้งวัน ในขณะที่ผมต้องออกไปฝึกทหารจนตัวเหม็นเหงื่อ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของนายทหารผู้รักศักดิ์ศรีและไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ทำให้ฟางเซียนต้องหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างจริงจัง
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวจากตะเกียงน้ำมันในห้องครัว กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มปลาเก๋าที่เริ่มเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบ้าน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ความหนาวเหน็บของฤดูหนาวในมณฑลทางเหนือราวกับถูกละลายหายisไปจนสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากหัวใจของคนทั้งสอง
"ถ้าคุณเหนื่อยนัก... ทำไมไม่ลาออกจากกองทัพแล้วมาช่วยผมบริหารกิจการค้าส่งในตลาดมืดล่ะครับ?" ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แต่แววตากลับแฝงความจริงจังอยู่หลายส่วน "ด้วยฝีมือการต่อสู้ระดับคุณ กับมันสมองระดับผม เราคงกวาดเงินหยวนในประเทศนี้มาเป็นของเราได้ภายในสามปี"
หานหยางยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้นทรงพลังเสียจนทำให้ฟางเซียนเผลอกลั้นหายใจ เขายื่นมือหนาขึ้นเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรกแก้มเนียนของภรรยาอย่างเบามือ สัมผัสที่ทะนุถนอมและอบอุ่นนั้นไร้ซึ่งความ1หยาบกระด้างใดๆ
"ผมเป็นทหาร... หน้าที่ของผมคือปกป้องประเทศชาติและปกป้องคุณ" หานหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มแน่นหนักแน่น "แต่ถ้าวันไหนมีใครหน้าไหนกล้ามายุ่งกับคุณ หรือแม่เฒ่าหลี่กล้าโผล่หัวมาสร้างความรำคาญให้อีกแม้แต่ก้าวเดียว... คุณรอดูได้เลยว่า ทหารที่ขึ้นชื่อว่าไร้ความปรานีคนนี้ จะจัดการถอนรากถอนโคนตระกูลนั้นอย่างไร"
คำพูดเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจและคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขา ทำเอาหัวใจของนักวิเคราะห์หุ้นสาวผู้ผ่านสมรภูมิการเงินมาโชกโชนถึงกับกระตุกวูบ ความรู้สึกปลอดภัยที่เธอไม่เคยได้รับจากใครเลยตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ กำลังก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ และมั่น
"ปากหวานแบบนี้... ระวังผมจะมัดมือคุณไว้ไม่ให้ไปไหนจริงๆ นะครับ" ฟางเซียนพยายามทำเสียงดุ แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
"ยินดีครับ... ถ้าผู้มัดคือคุณ ผมยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข" หานหยางกระซิบชิดริมฝีปากบางโดยไม่ให้เธอทันตั้งตัว
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนน้ำตาลในมิติฟาร์มแทบจะละลาย
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากหน้าบ้าน ขัดจังหวะช่วงเวลาโรแมนติกphysicallyทันที แรงกระแทกนั้นรุนแรงราวกับตั้งใจจะพังประตูเข้ามาให้พังกันไปข้างหนึ่ง
หานหยางขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่ในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก เขาสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อถูกขัดจังหวะสำคัญ
"ใครมันบังอาจมารบกวนเวลาครอบครัวเราตอนนี้..." หานหยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน
ฟางเซียนรีบดึงสติตัวเองกลับมา มือเรียวตักข้าวต้มปลาเก๋าใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างรวดเร็วก่อนจะส่งยิ้มให้สามี "ไปเปิดดูกันเถอะครับ... บางที อาจจะเป็น 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ที่เรากำลังรอคอยให้มาติดกับดักพอดี"
เมื่อหานหยางกระชากประตูบ้านเปิดออก แสงไฟจากคบเพลิงด้านนอกก็สาดส่องกระทบเข้ากับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวของแม่เฒ่าหลี่ ที่ยืนหอบหายใจโยนพร้อมกับร่างของหลานชายตัวแสบที่เนื้อตัวมอมแมมเปื้อนโคลน แถมยังมีเงาร่างของเจ้าหน้าที่คอมมูนสองคนยืนประกบอยู่ด้านหลังด้วยใบหน้าเคร่งเครียด!
(เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 13
คำสารภาพของสามี
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!