"สะใภ้รองหลิน เจ้าชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้วนะ! อยู่กินกับลูกชายข้าจนตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่กลับกล้าซ่อนเสบียงไว้เสวยสุขคนเดียว ปล่อยให้แม่สามีผู้เฒ่าอย่างข้าต้องมาทนดมกลิ่นอาหารในยามวิกาลเช่นนี้ คิดจะอกตัญญูต่อบรรพชนหรือไร!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นร่วงกราวจากขื่อคาบ้าน แม่เฒ่าหลี่ถลึงตาจ้องมองฟางเซียนด้วยแววตาดุดัน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและโกรธเกรี้ยว ยามที่นางกวาดสายตามองไปรอบห้องครัวแล้วพบกับความสะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา รวมถึงกลิ่นหอมหวลของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ลอยอบอวลเตะจมูก ยิ่งทำให้นางรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางลานหมู่บ้าน
ฟางเซียนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อย ๆ วางทัพพีไม้ในมือลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นแม่สามีด้วยสายตานิ่งสงบ ราวกับกำลังวิเคราะห์กราฟหุ้นในยามที่ตลาดกำลังผันผวนรุนแรง—ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงการคำนวณต้นทุนและผลกำไรที่ต้องจ่ายหากปล่อยให้คนตรงหน้าอาละวาดต่อไป
"คุณแม่พูดเกินไปแล้วกระมังครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากความมืดตรงกรอบประตูห้องเก็บฟืน หานหยางก้าวออกมาจากเงาสลัว ร่างกายกำยำในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ได้ปลดกระดุมเม็ดบนสะท้อนความน่าเกรงขาม แววตาคมกริบราวกับพยัคฆ์หนุ่มกวาดมองมารดาตนเองชั่วขณะ ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างภรรยาตัวน้อยอย่างมั่นคง การกระทำนั้นเรียบง่ายแต่เด็ดขาด ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ นางไม่คาดคิดว่าบุตรชายคนรองผู้เงียบขรึมและมักจะเข้าข้างนางเสมอในอดีต จะกลับกลายมาเป็นเกราะกำบังให้สะใภ้ตัวแสบในยามนี้
"หานหยาง! เจ้า... เจ้ายืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่! เห็นทีภรรยาตัวดีของเจ้าคงจะเป่าหูจนเจ้าเสียคนไปหมดแล้วกระมัง ถึงได้กล้ามาทำเสียงแข็งใส่แม่ผู้ให้กำเนิด! นางนี่มันตัวกาลกิณี สูบเลือดสูบเนื้อตระกูลเรา!" แม่เฒ่าหลี่เริ่มใช้ไม้ตายเดิม บีบน้ำตาพร้อมกับทุบอกตัวเองเสียงดังลั่น เพื่อเรียกร้องความสนใจจากชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่เริ่มเดินมามุงดูหน้าต่าง
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดขึ้นในทันที กลิ่นหอมของอาหารที่เคี่ยวมาอย่างพิถีพิถันตัดกับบรรยากาศการฟาดฟันทางวาจาอย่างสิ้นเชิง ฟางเซียนลอบยิ้มเยาะในใจ นางรู้ดีว่าแม่เฒ่าหลี่ต้องการอะไร—การกดดันทางสังคม เพื่อให้นางต้องก้มหัวและยกข้าวของในมิติลับทั้งหมดให้ตระกูลหลี่สูบกิน
"คุณแม่พูดจาให้เกียรติภรรยาผมด้วยครับ" หานหยางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังต้องหนสันหลังวาบ "เสบียงเหล่านี้ไม่ใช่ทรัพย์สินของตระกูลหลี่ที่ท่านจะมากล่าวหาว่าขโมย เป็นหยาดเหงื่อแรงงานที่ผมส่งเงินเดือนมาให้ภรรยา และเป็นสิ่งที่ฟางเซียนหามาด้วยความสามารถของนางเอง หากท่านจะกล่าวหาว่าการกินดีอยู่ดีเป็นความผิด เช่นนั้นคงต้องย้อนกลับไปถามว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกท่านทำอะไรกับภรรยาผมไว้บ้าง"
คำพูดนั้นพุ่งตรงราวกับลูกศรอาบยาพิษ ปักอกแม่เฒ่าหลี่จนพูดไม่ออก นางอ้าปากพะงาบ ๆ เหมือนปลาขาดน้ำ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ ชาวบ้านที่มามุงดูเริ่มซุบซิบกันเบา ๆ เมื่อความจริงเริ่มปรากฏว่าสะใภ้รองผู้นี้ถูกปฏิบัติราวกับทาสมานานเพียงใด
"เจ้า... เจ้าลูกเนรคุณ! แกกล้าเถียงแม่หรือ!" แม่เฒ่าหลี่เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าบุตรชาย แต่หานหยางกลับจับข้อมือนั้นไว้ได้อย่างมั่นคง แรงบิดเพียงเล็กน้อยทำให้หญิงชราต้องนิหน้าด้วยความเจ็บปวด
"ผมเคารพท่านในฐานะแม่ครับ แต่ผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกภรรยาของผมต่อหน้าต่อตาอีกเป็นอันขาด" หานหยางปล่อยมือออกอย่างไม่ไยดี ก่อนจะหันมามองฟางเซียนด้วยแววตาที่อ่อนโยนลงในพริบตา "กินข้าวต่อเถอะครับ อาหารกำลังร้อนได้ที่พอดี"
ฟางเซียนพยักหน้ารับน้อย ๆ หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความกังวลกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด นางตักซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนใส่ชามกระเบื้องเคลือบยื่นให้สามี กลิ่นหอมของโสมและเก๋ากี้ลอยฟุ้งกลบกลืนบรรยากาศอึมครึมรอบตัวจนหมดสิ้น
ทว่า ในขณะที่เหตุการณ์กำลังคลี่คลายไปในทางที่ดี และแม่เฒ่าหลี่กำลังจะเดินฮึดฮัดถอยกลับไปด้วยความอับอาย เสียงเคาะประตูก็จู่ ๆ ก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่นจากด้านนอก—ปัง! ปัง! ปัง!
ไม่ใช่เสียงเคาะของชาวบ้านทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเคาะที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเร่งรีบ
หานหยางขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาวางชามซุปในมือลงอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้ฟางเซียนถอยไปหลบที่มุมห้อง พร้อมกับก้าวเท้าสืบไปที่ประตูไม้หน้าบ้านด้วยท่าทางระแวดระวัง
เมื่อแง้มประตูออก ร่างของสหายร่วมรบคนสนิทก็พุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือก เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและกลิ่นอายความหนาวเย็นยามวิกาล
"ผู้กองหาน!แย่แล้วครับ! หน่วยข่าวกรองแจ้งด่วน... สายัณห์ผู้กองฝ่ายตรงข้ามที่ถูกจับกุมตัวไว้เมื่อเดือนก่อน แหกคุกหนีออกมาได้ และเป้าหมายที่มันประกาศกร้าวไว้ก่อนหลบหนี คือการมาล้างแค้นครอบครัวของนายทหารยศสูงที่ขัดขวางมัน... ซึ่งหนึ่งในนั้น... มีชื่อของคุณ!"
ฟางเซียนที่ยืนถือตะเกียบอยู่หลังสามี ชะงักค้างไปในทันที ตะเกียบไม้ในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้เสียงดังสนั่น
*โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ!
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 19
ผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!