ปึก!
ธนบัตรปึกหนาตึงมือตกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง เสียงนั้นดังทึบแต่มันกลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของห้องรับแขกบ้านตระกูลหานจนแทบทำให้ลมหายใจของทุกคนสะดุด
หลินฟางเซียนยืนกอดอก ใบหน้างามสงบเรียบไร้รอยยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองผู้คนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวปล่อยให้ตัวเลขเงินสดตรงหน้าทำหน้าที่ตบหน้าคนที่เคยดูถูกเหยียดหยามเธออย่างสาสมที่สุด
"นี่... นี่มันเงินอะไรกัน..." แม่เฒ่าหลี่ริมฝีปากสั่นระริก มือเหี่ยวย่นยื่นออกไปหมายจะคว้าธนบัตรปึกนั้น แต่กลับชักกลับราวกับโดนไฟลวกเมื่อสายตาคมกริบของฟางเซียนตวัดมองมา
"เงินที่ได้จากการ 'เล่นการพนัน' ตามที่พวกท่านเคยด่าทอฉันไว้เมื่อเดือนก่อนอย่างไรล่ะครับ... อ้อ ไม่สิ ในสายตาของนักวิเคราะห์ เขากำหนดนิยามมันว่า 'การลงทุนเชิงกลยุทธ์' ต่างหาก" ฟางเซียนจงใจใช้สรรพนามและน้ำเสียงที่เยือกเย็น เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับแม่สามีจอมบงการ "จำได้ไหมครับที่คุณแม่เคยพูดว่า ถ้าฉันเอาเงินไปลงทุนในตลาดมืด มีหวังได้เอาหัวมุดดินหนีหนี้จนไม่กล้าสู้หน้าใคร... ตอนนี้ดินตรงไหนว่างไหมครับ เผื่อฉันต้องเผื่อแผ่ให้คุณแม่ไปขุดหลุมรอ"
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พันจ่าเอกหานหยางที่ยืนรักษาการอยู่ข้างกายภรรยาเสมอในชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบ เขาสEบตานิ่งสนิทไม่ปริปากปกป้องฝ่ายแม่หรือต่อว่าภรรยา ร่างสูงใหญ่ที่แผ่รังสีคุกคามทำให้ญาติสนิทมิตรสหายที่มารวมตัวกันเพื่อรอดูความฉิบหายของสะใภ้คนนี้ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ย้อนกลับไปเมื่อสามวันก่อน ดัชนีหลักทรัพย์นอกตลาดและตั๋วแลกเงินอุตสาหกรรมเบาในตลาดมืดเขตเป่ยช่านผันผวนอย่างรุนแรง ราวกับกราฟเทคนิคที่ฟางเซียนเคยผ่านตามานับพันครั้งในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ในขณะที่นักเก็งกำไรคนอื่นกำลังตื่นตระหนกและเทขายหุ้นเหล่านั้นทิ้งเพราะกลัวการกวาดล้างจากภาครัฐ ฟางเซียนกลับใช้ความรู้ระดับเซียนหุ้นคำนวณ 'จุดตัดขาดทุน' และ 'จังหวะเข้าซื้อสะสม' (Accumulation Phase) ได้อย่างแม่นยำราوกับจับวาง
เธอแอบนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายในมิติฟาร์ม ควบคู่กับการจำนำทองคำแท่งบางส่วนที่ได้จากผลผลิตในมิติ ไปช้อนซื้อตั๋วหุ้นโรงงานสิ่งทอที่กำลังจะล้มละลายในราคาต่ำเตี้ยเรี่ยดิน และในเช้าวันนี้เอง นโยบายผ่อนปรนเศรษฐกิจระยะสั้นของส่วนกลางก็ประกาศออกมาอย่างกะทันหัน ส่งผลให้มูลค่าของโรงงานสิ่งทอเหล่านั้นพุ่งทะยานขึ้นถึงหเท่าตัวในชั่วข้ามคืน!
กำไรมหาศาลจากการลงทุนที่แม่นยำดั่งตาเห็นนี้ ทำให้เงินทุนเพียงไม่กี่หยวน งอกเงยกลายเป็นเงินสดหลายพันหยวนในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ตัวเลขที่คนในยุคเจ็ดศูนย์ทำงานทั้งชีวิตก็อาจหาไม่ได้ แต่เธอกลับได้มาด้วยการจิบชาอ่านกราฟเพียงไม่กี่ถ้วย
"ฟางเซียน... ลูกสะใภ้ แม่... แม่ก็แค่ล้อเล่น" แม่เฒ่าหลี่เปลี่ยนท่าทีอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มฝื่อนๆ ปรากฏบนใบหน้ายับย่น ดวงตาฝ้าฟางฉายแววโลภโลภละโมบอย่างปิดไม่มิด "ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน เงินตั้งมากมายขนาดนี้ เอามาให้แม่ช่วยเก็บรักษาไว้บริหารจัดการในบ้านไม่ดีกว่าหรือ..."
"ครอบครัว?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นทำให้แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งโหยง "ตอนที่ฉันถูกไล่ไปนอนที่ห้องเก็บฟืนตอนหน้าหนาว พวกท่านเคยคิดว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันไหมครับ? ตอนที่ฉันไม่มีแม้แต่แป้งทำหมั่นtoúให้สามีอิ่มท้องแล้วพวกท่านรุมประณามว่าฉันเป็นตัวกาลกิณี... ตอนนั้นคำว่าครอบครัวหายไปไหนเสียล่ะครับ"
หานหยางขยับตัวเล็กน้อย มือหนาเอื้อมมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงทำให้ความเกร็งในตัวของฟางเซียนผ่อนคลายลง ชายหนุ่มกวาดสายตาคมดุมองคนในครอบครัวตนเองด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเอמהเสียงทุ้มต่ำทรงพลังออกมา
"เงินก้อนนี้เป็นสิทธิ์ขาดของภรรยาผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้แต่แม่เองก็ตาม"
คำพูดเด็ดขาดของนายทหารหนุ่มทำเอาแม่เฒ่าหลี่หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ นางอ้าปากพะงาบๆ ทว่าไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เพราะรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดคำไหนคือคำนั้น และที่สำคัญ อำนาจการตัดสินใจในบ้านตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่แม่ใหญ่อีกต่อไปแล้ว แต่อยู่ที่สะใภ้ผู้กุมความมั่งคั่งคนนี้ต่างหาก
ฟางเซียนปรายตามองธนบัตรเหล่านั้นอีกครั้ง ก่อนจะกวาดเก็บเข้ากระเป๋าหนังอย่างใจเย็น รอยยิ้มมุมปากเผยความเย่อหยิ่งและมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว การเอาคืนตระกูลหานเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงของเธอคือการสร้างอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ในยุคที่เต็มไปด้วยความยากลำบากนี้ เพื่อให้เธอกับสามีได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์บนกองเงินกองทองอย่างแท้จริง
"ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันกับหยางหยางขอตัวไปเตรียมอาหารมื้อเที่ยงก่อนนะครับ" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือน "วันนี้ตั้งใจว่าจะทำ 'ไก่ตุ๋นโสมป่า' จากมิติฟาร์ม กลิ่นหอมคงลอยไปไกลจนถึงบ้านข้างๆ แน่ๆ หวังว่าพวกท่านจะเจริญอาหารกับกลิ่นหอมนี้นะครับ"
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินนำสามีหนุ่มออกจากห้องรับแขกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้คนตระกูลหานนั่งจมอยู่กับความอับอายและเสียดายจนแทบกระอักเลือด
ทว่า ในขณะที่ฟางเซียนกำลังจะก้าวเท้าพ้นจากประตูรั้วบ้านเพื่อกลับไปยังเรือนพักของตนเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนหอบเหนื่อยของสหายบ้านใกล้เรือนเคียงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"พี่หาน! พี่ฟางเซียน!แย่แล้วครับ! มีรถจี๊ปทหารคันใหญ่ติดธงแดงจากเมืองหลวงวิ่งตรงมาที่หมู่บ้านเราแล้ว! คนในรถบอกว่า... มาตามหา 'เซียนหุ้นปริศนา' ที่กว้านซื้อตั๋วอุตสาหกรรมเมื่อวานนี้!"
ฟางเซียนชะงักเท้าลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ในขณะที่หานหยางก้าวขึ้นมาบังร่างภรรยาไว้โดยสัญชาตญาณ มือแกร่งเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่เอวอย่างระแวดระวัง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 27
ความสำเร็จที่ไม่มีใครคาดถึง
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!