กลิ่นหอมของกระเทียมเจียวที่กระทบกับน้ำมันหมูร้อนๆ ในกระทะเหล็กหล่อ ส่งเสียงฉู่ฉ่าเคล้ากับควันสีขาวนวลที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวดินเผา มันไม่ใช่กลิ่นอาหารธรรมดา แต่คือกลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบชั้นเลิศในมิติฟาร์มพันล้าน ผสมผสานกับวิชาการคำนวณจังหวะเวลาแบบนักวิเคราะห์หุ้นที่แม่นยำ ทุกวินาทีของการใส่เครื่องปรุงถูกกะเกณฑ์ไว้อย่างเที่ยงตรงราวกับกราฟเทคนิคที่กำลังพุ่งทะยาน
หลินฟางเซียนตวัดตะหลิวไม้ในมืออย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอนิ่งสงบแต่ประกายระยิบระยับด้วยความมั่นใจ เบื้องหน้าของเธอคือ "หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วดำฮ่องเต้" ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานกว่าสองชั่วโมง หนังหมูสีแดงฉ่ำวาวราวกับเคลือบด้วยแก้วใส ไขมันชั้นดีละลายหายไปในปากเหลือไว้เพียงความนุ่มละมุนลิ้น ตัดเลี่ยนด้วยรสชาติกลมกล่อมของพริกไทยดำป่นใหม่และรากผักชีตำละเอียด
"ฟางเซียน... กลิ่นนี่มัน..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว พันจ่าเอกหานหยางยืนตัวตรงเป็นสง่า แต่สายตาคมกริบที่เคยผ่านสนามรบมาโชกโชนกลับกวาดมองหม้อดินเผาตรงหน้าด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ใบหน้าคมเข้มที่มักจะเคร่งขรึมอยู่เสมอยามนี้กลับมีร่องรอยความลังเลปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ผสมผสานกับความหวานเค็มอย่างลงตัวกำลังแผ่ซ่านเข้ามาปลุกเร้าประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายของนายทหารผู้เคร่งวินัย
หลินฟางเซียนเหลือบมองสามีผ่านหัวไหล่ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย เธอยังจำสายตาดูแคลนและท่าทีห่างเหินของตระกูลสามีในวันแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ดี แม่เฒ่าหลี่มักจะคอยค่อนขอดว่าเธอเป็นผีเสื้อราตรีที่ทำอะไรไม่เป็น วันนี้เธอกำลังใช้ "กลยุทธ์ก้นครัว" นี่แหละเข้ามาเปลี่ยนกระแสจิตวิทยาของบ้านหลังนี้ทีละน้อย
หุ้นที่ตกต่ำย่อมต้องมีจังหวะกลับตัว (Reversal) ฉันใด สามีที่เคยเย็นชาและถูกเป่าหูมาตลอดก็ย่อมต้องมีจุดเปลี่ยน (Turning Point) ฉันนั้น
"ถ้าท่านพี่หิวแล้ว ก็นั่งรอก่อนสครับ ข้าวสวยร้อนๆ หุงจากเมล็ดข้าวหอมมะลิคัดพิเศษในมิติของฉันเพิ่งจะสุกพอดี" หลินฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหล เธอตักหมูสามชั้นตุ๋นสีอำพันลงในชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา ราดด้วยน้ำซอสข้นคลั่กที่เคี่ยวจนเหนียวหนืด ก่อนจะโรยหน้าด้วยผักชีสดสีเขียวขจีเพื่อตัดสี
หานหยางนิ่งงับคำพูดที่เตรียมจะปฏิเสธลงคอ ทหารหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเผลอไผล ตั้งแต่แต่งงานกันมา หลินฟางเซียนมักจะเงียบขรึม หลบตา และบางครั้งก็สร้างปัญหาจากการถูกแม่เฒ่าหลี่เป่าหู แต่นับตั้งแต่เหตุการณ์ในตลาดมืดวันนั้น ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แววตาของเธอมีความเด็ดเดี่ยว เฉียบคม และเต็มไปด้วยความลับที่น่าค้นหา และในวันนี้... เธอยังแสดงฝีมือการทำอาหารที่แม้แต่พ่อครัวใหญ่ในค่ายทหารก็ยังเทียบไม่ติด
ชามข้าวสวยควันฉุยถูกวางลงตรงหน้า ตามด้วยผัดผักบุ้งไฟแดงกรอบอร่อยที่ส่งกลิ่นหอมของเต้าเจี้ยวและพริกขี้หนูสวน และไฮไลต์สำคัญคือ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่า" ที่ตุ๋นจนเนื้อไก่เปื่อยนุ่มละลายในปาก น้ำซุปสีทองใสแจ๋วแต่รสชาติเข้มข้นล้ำลึก
"ลองชิมดูสครับท่านพี่ ว่าฝีมือภรรยาคนนี้พอจะใช้ได้ไหม" หลินฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ผายมือเชิญด้วยท่าทีสง่างามราวกับประธานบริษัทกำลังพรีเซนต์โปรเจกต์พันล้านให้ลูกค้ารายใหญ่ฟัง
หานหยางหยิบตะเกียบไม้ขึ้นมาด้วยความรู้สึกประหม่าอย่างประหลาด ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวคมกระสุน กลับรู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะเพียงแค่สบตากับประกายระยิบระยับในดวงตาคู่สวยของภรรยา เขาคีบชิ้นหมูสามชั้นเข้าปากอย่างระมัดระวัง
วินาทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อหมู... ความนุ่มละมุนก็ระเบิดขึ้นในโพรงปาก รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมที่เคี่ยวซึมลึกถึงแก่นกระดูก ผสมผสานกับมันหมูที่แทบจะไม่ต้องเคี้ยวให้เปลืองแรง มันละลายหายไปพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศจีนโบราณที่อบอวลขึ้นจมูก รสชาตินี้... มันไม่ใช่แค่อาหารประทังชีวิต แต่มันคือศิลปะ!
ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารและปัญหาความกดดันในกองร้อยราวกับถูกปัดเป่าให้หายไปในพริบตา อาหารมื้อนี้ไม่ได้แค่เติมเต็มกระเพาะอาหาร แต่มันกำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งในใจของเขาที่สร้างไว้ปกป้องตัวเองจากความผิดหวังในอดีตอย่างช้าๆ
"อร่อย..." หานหยางพึมพำออกมาเบื้องต่ำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกระด้างกลับมีความอ่อนโยนเจืออยู่โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว
"ถ้าอร่อยก็ทานเยอะๆ นะครับ ช่วงนี้ท่านพี่ฝึกหนัก ร่างกายต้องการสารอาหารไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ" หลินฟางเซียนตักข้าวเพิ่มให้อีกพูนชาม รอยยิ้มของเธอบางเบาแต่ทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธใดๆ ในโลก
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่แปลกตา ไม่มีเสียงบ่นด่าจากแม่เฒ่าหลี่ เพราะหลินฟางเซียนจงใจใช้แผน "แยกปลาออกจากน้ำ" โดยการส่งกระเช้าสมุนไพรชั้นดีและขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงราคาแพงไปให้แม่สามีผู้มากเรื่องถึงเรือนพักฝั่งโน้น เพื่อให้ท่านอิ่มอร่อยจนลืมมาวุ่นวายกับเรือนเล็กของพวกเขาในยามเย็นนี้ กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเพื่อซื้อความสงบสุขช่างได้ผลชะเด็ดนัก
ทว่า ในขณะที่คีตกวีแห่งรสชาติกำลังบรรเลงอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้มารยาทที่หน้าบ้าน
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"หานหยาง! แกอยู่ในนั้นใช่ไหม! ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องการสร้างความวุ่นวายดังแผดทะลุประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ทำลายบรรยากาศอันแสนอบอุ่นลงในเสี้ยววินาที
หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังจะคีบผัดผัก มุมปากหยักยิ้มเยือกเย็นขึ้นทันที หุ้นกำลังขาขึ้นมักจะมีพวกฉวยโอกาสเข้ามาทุบตลาดเสมอสินะ...
หานหยางขมวดคิ้วมุ่น วางตะเกียบลงทันทีด้วยความหงุดหงิด เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการ แต่หลินฟางเซียนกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของสามีเอาไว้เบาๆ พร้อมกับส่ายหัวช้าๆ
"ใจเย็นก่อนสครับท่านพี่..." หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แววตากลับคมกราบราวน้ำแข็งขั้วโลก "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง ในเมื่อพวกเขากล้าเดินเข้ามาในอาณาเขตของเราตอนที่หุ้นกำลังเขียวขจีแบบนี้ ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่า การโดน 'ล้างพอร์ต' จนหมดตัว มันมีรสชาติอย่างไร"
ก่อนที่หานหยางจะทันได้ท้วงติง หลินฟางเซียนก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วก้าวเดินไปที่ประตูด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและสง่างาม
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาสร้างความมั่งคั่งและฟาดฟันอุปสรรคไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน•ตอนที่ 8
กับข้าวมัดใจ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนอดีตไปรวยด้วยหุ้นในยุค 70: เมียทหารสายเปย์กับมิติฟาร์มพันล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!